ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวที่ทำให้ผมในฐานะ “แฟนคลับ” หรืออดีตผู้ใช้รถไฟฟ้าสาย “แอร์พอร์ต เรล ลิงก์” เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ และสถานี BTS พญาไท...คนหนึ่งอ่านแล้วก็เกิดความรู้สึกหลายๆอย่างขึ้นพร้อมๆกันเหมือนที่ผมพาดหัวคอลัมน์วันนี้ไว้ว่า มีทั้ง “ความรัก+ความคิดถึง+ความห่วงใย” นั่นแหละครับเพราะมีข่าวว่า บริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด ในเครือ ซีพี ซึ่งเป็นคู่สัญญาของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยืนยันการใช้สิทธิ์ขอสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุน “โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน” พร้อมๆกับ ขอยกเลิก ข้อตกลงการบริหารและเดินรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หรือ ARL ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายนนี้ไปด้วยสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน อันได้แก่ “สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา–ดอนเมือง” ซึ่งเคยเป็นโครงการแห่งความหวัง และมีมูลค่าถึง 2.24 แสนล้านบาท ของ เขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก หรือ EEC นั้น ผมไม่รู้สึกติดใจเท่าไรนักเพราะผมเคยเขียนติงไว้แล้วว่าเป็นโครงการที่ไม่น่าจะคุ้มการลงทุนที่สูงมาก และผมไม่เชื่อว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้รถไฟความเร็วสูงสายนี้มากพอจนคุ้มทุนอย่างที่มีการคาดกันไว้ดังนั้น หากจะมีการบอกเลิกสัญญาด้วยเหตุผลใดก็ตาม หลังวันเวลาผ่านไปถึง 7 ปี ผมจึงไม่รู้สึกแปลกใจเพียงแต่ขอฝากผู้ดูแลผลประโยชน์ภาครัฐ โดยเฉพาะผู้บริหาร EEC ให้พิจารณาอย่างรอบคอบว่า ทางฝ่ายรัฐจะเรียกร้องค่าเสียหาย โดยเฉพาะค่า “เสียเวลา”...ได้หรือไม่? อย่างไร? เท่านั้นที่ผมมีความรู้สึกคิดถึงและห่วงใยต่างๆอยู่ที่การเดิน รถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ นั่นแหละครับเริ่มจากผมเคยไปขึ้นทั้งไปทั้งกลับจาก พญาไท ถึง สุวรรณภูมิ อยู่หลายเที่ยวเพื่อจะนำมาเขียน “ซอกแซก” แนะนำรถไฟฟ้าสายนี้ช่วงเปิดเดินรถใหม่ๆ...จากนั้นผมก็ตัดสินใจใช้รถไฟฟ้าสายนี้เป็นสาย “กลับบ้าน” ในช่วงเย็นอยู่หลายปี...เหตุเพราะ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะผ่านสถานีหัวหมาก ซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้านลูกชายผมในระยะที่จะพอเดินได้ไม่เหนื่อยนักผมก็จะไปลงสถานีหัวหมากช่วงเย็นๆ แล้วเดินไปที่บ้านลูกชายซึ่งในห้วงเวลานั้นให้กำเนิด หลานสาว มาให้ผมชื่นชมพอดิบพอดีท่านที่มีหลานคงจะรู้ดีว่าอาการ “หลงหลาน” ของผู้สูงอายุ อย่างเราๆนั้น เป็นอย่างไรบ้างจนถึงกลางๆปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ผมจึงตัดสินใจงดไปเยี่ยมหลานชั่วขณะ และต่อมาก็งดอย่างถาวรเมื่อหลานโตขึ้นต้องเข้าโรงเรียนต้องทำการบ้านโน่นนี่ และมีเวลาให้ผู้อาวุโสอย่างเราน้อยลงจำได้ว่าปลายปี 2564 นั้นเอง ทาง บริษัทเอเชีย เอรา วัน ก็เข้ามาบริหารการเดินรถไฟฟ้าสายนี้ ซึ่งผมไม่มีโอกาสได้ใช้บริการของบริษัทใหม่อีกเลย เพราะยุติโครงการเยี่ยมหลานไปเรียบร้อยแล้วเพิ่งจะแวะไปเมื่อปีกลายนี้เอง ยังรู้สึกแปลกใจว่าบริษัทเอกชนมาบริหารตั้งหลายปีแล้ว ทำไมขบวนรถยังดูเก่าๆอยู่ เก่าเหมือนที่ผมเคยใช้ในสมัยก่อนยังไงยังงั้นอย่างไรก็ดี ข่าวล่าสุดกระทรวงคมนาคมยืนยันว่า บริษัทเอกชนจะต่อสัญญาเดินรถให้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 จากนั้นก็จะส่งคืนให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งก็แจ้งว่าจะรับช่วงกลับคืนมาเดินรถต่อด้วยตนเอง ขอพี่น้องประชาชนอย่าห่วงใยยินดีด้วยนะครับพี่น้องประชาชนตั้งแต่ มักกะสัน, รามคำแหง, หัวหมาก, บ้านทับช้าง, ลาดกระบัง และ สุวรรณภูมิ...ที่รถไฟฟ้า อันมีประโยชน์ยิ่งสำหรับพวกเราสายนี้ยังคงจะมีอยู่ต่อไปความ “ห่วงใย” ของผมจึงลดลง แต่ความ “คิดถึง” ยังมีอยู่ ว่างๆจะกลับไปนั่งเพื่อเขียน “ซอกแซก” ให้กำลังใจอีกครั้ง...สู้สู้ นะครับ “รฟท.” การรถไฟแห่งประเทศไทย.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม