การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯในเดือน พ.ย. ที่จะถึงนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยกับสื่อใหญ่ว่า หากย้อนไปได้ให้ตัดสินใจใหม่ได้ ก็จะเลือกทำแบบเดิมทุกอย่าง เป็นการตอบคำถามของพิธีกรประเด็น การตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่าน ที่กลายเป็นแรงกดดันผู้นำสหรัฐฯ ทั้งจากงบประมาณด้านความมั่นคง ผลกระทบจากราคาน้ำมันและก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัญหาใหญ่ของ พรรครีพับลิกัน ที่จะต้องหาทางแก้ไขก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องของชาวอเมริกันเองที่ย่ำแย่ ทรัมป์ ยังยืนกราน เป้าหมายสำคัญของสงครามในครั้งนี้ คือการทำให้อิหร่านไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้การประกาศสงครามกับอิหร่านที่ผ่านมาแตกต่างจากทุกครั้ง คือ ขาดความร่วมมือจากพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา ในทางตรงกันข้าม ประเทศเหล่านี้ กลับมีท่าทีไม่เห็นด้วยและเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรกับ อิสราเอล ที่เป็นหัวหอกในการทำสงครามกับอิหร่าน และอิสราเอลก็เริ่มไม่แน่ใจกับท่าทีของทรัมป์ที่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ กับการเตรียมคว่ำบาตรอิสราเอลของกลุ่มประเทศยุโรปว่า สหรัฐฯยังสนับสนุนอิสราเอลต่อไปหรือไม่วิเคราะห์จากคำพูดของ ทรัมป์ ในการตอบคำถามประเด็นที่ว่า เสียใจกับการตัดสินใจในการทำสงครามกับอิหร่านหรือไม่ “ผมไม่เชื่อในคำว่าเสียใจ คุณสามารถตั้งคำถามกับตัวเองได้เสมอ หากย้อนกลับไปได้และต้องตัดสินใจอีกครั้ง ผมก็จะทำแบบเดิมทุกอย่าง ถ้าผมทำอีกครั้ง ผมจะทำเหมือนที่ผมทำไปแล้ว” แสดงให้เห็นว่า ทรัมป์ มีความมั่นใจในภาวะผู้นำของตัวเองสูงและไม่สนใจต่อผู้สนับสนุนบางส่วนที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามกับอิหร่าน ที่หมดกำลังใจหรือไม่พอใจกับการทำสงคราม “ผมยืนยันว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะสิ่งที่ผู้สนับสนุนภาคภูมิใจ คือการที่ผมไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะหมดกำลังใจ ผมคิดว่าพวกเขาภูมิใจมากที่ผมไม่ปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์”สิ่งหนึ่งที่ ทรัมป์ ทิ้งคำพูดปริศนาเอาไว้คือ สงครามจะจบลงทันทีหลังการเลือกตั้ง และ พรรครีพับลิกัน จะยังสามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสไว้ได้ทรัมป์ ไม่พยายามเปิดแนวรบกับ กลุ่มประเทศยุโรป ไม่ให้ความสำคัญกับ จีน อินเดีย หรือ รัสเซีย ที่พยายามจะเข้ามาไกล่เกลี่ย ในการยุติสงครามกับอิหร่าน ทรัมป์ไม่ได้ ให้ความสำคัญกับการโจมตีที่มั่นทางทหารในอิหร่าน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอิสราเอล ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอิหร่านและกลุ่มก่อการร้าย ตะลุยเป้าหมายทางทหารและกองกำลังก่อการร้ายโดยตรง สหรัฐฯเน้นไปที่แหล่งน้ำมัน และ ช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการขนส่งน้ำมันและสินค้าในตะวันออกกลางโดยเฉพาะ ซึ่งทรัมป์มั่นใจว่า การเป็นมหาอำนาจด้านพลังงานของสหรัฐฯจะทำให้คนอเมริกันยังให้ความนิยมพรรครีพับลิกันต่อไปพฤติกรรมและทัศนคติของผู้นำในโลกยุคปัจจุบันที่มีความมั่นใจตัวเองสูง จะทำอะไรก็ได้ เพราะคิดว่าสามารถพลิกสถานการณ์ให้ประชาชนหันมาสนับสนุนด้วยวิธีการหยิบยื่นผลประโยชน์โดยไม่สนใจระบบ วิธีการ กติกา ธรรมาภิบาล และความชอบธรรม โดยการสร้างระบอบอำนาจแบบผูกขาดขึ้นมาครอบงำกลไกประชาธิปไตย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม