ในคอลัมน์ “ซอกแซก” ประจำวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ผมเขียนถึงภาพยนตร์จีนระดับ “ปรากฏการณ์” ของประเทศจีน เรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” ในฐานะหนังฟอร์มเล็ก แต่ทำรายได้ถึง 1,900–2,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 9,000–10,000 ล้านบาท กลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ และในชุมชนจีนโพ้นทะเลทั่วโลกแต่ในรอบเที่ยงวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม ที่ผมไปดูที่โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ในห้าง โลตัส บางกะปิ ประเทศไทยนั้น มีคนดูอยู่เพียง 11 คน รวมทั้งผมกับภรรยาเป็นเหตุให้ผมต้องเขียนย้ำไว้ในคอลัมน์ซอกแซกว่าใครที่คิดว่าจะดูหรือมีแผนว่าจะดูภาพยนตร์ “ดังมาก” เรื่องนี้คงจะต้องรีบๆกันหน่อยละ เพราะผมเกรงว่าจะไม่ “ทันกาล” หากมัวแต่ผัดวันประกันพรุ่งกันอยู่ปรากฏว่าเป็นไปตามที่คาดจริงๆครับ ผมเข้ากูเกิลไปหาข้อมูลว่าหนังเรื่องนี้จะฉายถึงเมื่อไร? เจ้ากูเกิลก็ตอบโดยนำแผนผังการฉายภาพยนตร์เรื่องนี้มาให้ดูทั้งแผงเกือบทุกโรงที่ยังฉายอยู่จะมีตารางบอกว่าวันนี้ (อังคารที่ 25 ส.ค.) ฉาย 2 รอบบ้าง 3 รอบบ้าง วันพรุ่งนี้ (พุธที่ 26 ส.ค.) ก็เช่นกันฉาย 2 รอบบ้าง 3 รอบบ้าง ในเวลาเท่านั้นโมงเท่านี้โมงแต่พอคลิกไปถึงวันที่ 27 ส.ค. แผนผังของทุกโรงจะขึ้นเหมือนกันหมดว่า “ไม่มีฉายในวันที่ท่านเลือก”...รวมทั้ง 28-29-30-31 ส.ค. ก็จะขึ้นข้อความเดียวกันตีความตามตารางในแผนผังการฉายภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไม่มีทางสรุปเป็นอย่างอื่นได้ นอกเสียจาก “จดหมายรักถึงอาม่า” จะฉายอีกแค่ 2 วัน คือวันนี้กับพรุ่งนี้เท่านั้น...ท่านที่สนใจและมีความตั้งใจที่จะดูภาพยนตร์เรื่องนี้คงต้องตัดสินใจไปดูกันได้ละครับด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแก่ภาพยนตร์จีนเรื่องนี้ในประเทศไทยของเรา ดังที่ผมรายงานไว้นี้ ผมไม่แน่ใจว่าจะใช้คำว่า “พลิกล็อก” ได้อีกครั้งหนึ่งหรือไม่?นั่นคือสถานการณ์ในประเทศจีนถือว่า “พลิกล็อกใหญ่หลวง” ชนิดหักปากกาเซียนราบคาบ เพราะเป็นหนังเล็กๆลงทุน 70 ล้านบาท แต่ทำเงินได้เกือบ 10,000 ล้านบาทดังกล่าวแต่พอมาเมืองไทย...เมืองหรือประเทศที่เป็นฉากใหญ่สุดของเรื่องนี้ จึงคาดว่าจะมีคนดูเยอะพอสมควร...น่าจะฉายได้นานพอสมควร แต่เอาเข้าจริงๆก็พลิกล็อกเช่นเกัน เพราะเริ่มฉายเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ถึง 26 สิงหาคม รวมแล้ว 20 วันเท่านั้นเองจะบอกว่าเป็นเพราะ “อ่อนประชาสัมพันธ์” ไปหรือเปล่า? คำตอบคงไม่น่าใช่ เพราะเท่าที่ติดตามก็พบว่ามีการประชาสัมพันธ์ครึกโครมไม่น้อยเลยในบ้านเรามีการจัดรอบปฐมทัศน์อย่างใหญ่โต มีการเชิญสื่อมวลชนมากมายโดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ ดูเหมือนจะเชิญบรรดา “อินฟลู” ไปเกือบครบถ้วนผมเปิดดูในยูทูบหลังวันปฐมทัศน์พบว่าทุกอินฟูลกล่าวแสดงความชื่นชมว่าเป็นหนังดีมาก...ตั้งแต่ “หม่อมปลื้ม” (ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล) ไปจนถึง อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ ผู้ชำนาญจีน (โดยเฉพาะแต้จิ๋ว) แห่งประเทศไทยในเฟซบุ๊กก็มีเสียงชื่นชมทุกโพสต์ มีอยู่แค่ 1 หรือ 2 โพสต์ เท่านั้นที่บอกว่าไม่ค่อยชอบในเมื่อการประชาสัมพันธ์ไม่น่าจะขาดตกบกพร่องเช่นนี้ก็น่าจะมีการวิเคราะห์เชิงลึกกันต่อนะครับว่าเพราะอะไรภาพยนตร์เรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” หรือ “อาม่าจีน” ที่โด่งดังมากในเมืองจีนนั้นไซร้ จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในประเทศไทยแต่ก็เอาเถอะอย่างที่ผมเสนอไว้ในฉบับวันอาทิตย์นั่นแหละ...คนดูเมืองไทยจะน้อยจะมากก็ไม่เป็นไร...แต่การที่คนดูจีนที่โน่นไปดูกันมากน่าจะหลายร้อยล้านคนเช่นนี้...เราจะดึงคนจีนกลุ่มนี้ (คาดว่าจะมีรายได้สูงพอสมควร) มาเที่ยวเมืองไทย มาดูแผ่นดินที่เคยมีพระคุณต่อบรรพบุรุษของเขาได้อย่างไร?ก็คงต้องฝากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไว้เป็นการบ้าน... เพราะในภาวะเศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้เรายังต้องการนักท่องเที่ยวคุณภาพจากจีนมาชดเชย GDP ที่ขยายตัวแค่ 1.9 เปอร์เซ็นต์อยู่นะครับ ท่านผู้ว่าการ ททท.ครับ!“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม