ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 ส่วนหน้า รายงานสถานการณ์การก่อเหตุรุนแรงในลักษณะดาวกระจายพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยข้อมูลเบื้องต้น เวลา 21.42 น. พบกลุ่ม ผู้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์พร้อมกันในหลายจุด รวมทั้งสิ้น 34 เหตุการณ์ ในรูปแบบ 4 ลักษณะ คือ การลอบวางเพลิง หรือเผาทำลาย 22 เหตุการณ์ ลอบวางระเบิด 6 จุด ยิงก่อกวน 3 เหตุการณ์และทำลายทรัพย์สิน 3 เหตุการณ์ เป็นที่น่าสังเกตว่า เป็นการก่อเหตุกับทางราชการและภาคเอกชน โดยคนร้ายไม่แตะต้องทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่มุ่งทำลายระบบสาธารณูปโภค และทรัพย์สินของ ทางราชการ ใน จ.ยะลา เกิดเหตุถึง 14 จุด นราธิวาส 13 จุด และ ปัตตานี 5 จุด เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบความมั่นคงภายใน ประกาศยกระดับความปลอดภัย หน่วยเฉพาะกิจความมั่นคงของ ประเทศ (ทหาร) ประกาศใช้กฎอัยการศึก สั่งเคอร์ฟิว นายกฯอนุทิน กลับจากการเยือนต่างประเทศ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ และเตรียมจะไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.น่าน เรียกประชุม หน่วยงานความมั่นคง กลาโหม มหาดไทย กองทัพบก และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง จากนั้นกำชับให้ดูแลประชาชนและบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาดเพียงแค่นั้นเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ อาจเป็นความชินชาของ หน่วยงานความมั่นคงภาครัฐ จากการก่อการร้าย ก็เปลี่ยนเป็นการก่อเหตุร้าย โจรแบ่งแยกดินแดน เป็นคนร้ายก่อความไม่สงบ เริ่มต้นที่นโยบาย 66/23 ที่เป็นคำสั่งสำนักนายกฯ เป็นคำสั่งรัฐบาลไทยในการต่อสู้กับ การก่อการร้ายของคอมมิวนิสต์ในช่วงปลายสงครามเย็น เมื่อปี 2523 ลงนามในคำสั่งโดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จนถึง โครงการฮารับ ปันบารู หรือความหวังใหม่สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในสามจังหวัด ภาคใต้ จนถึงทุกวันนี้กระบวนการก่อการร้ายในภาคใต้ก็ยังไม่ยุติมีการเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการ เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ และความเกี่ยวข้องกับต่างประเทศมา ทุกยุคทุกสมัย จากเป้าหมายความมั่นคงและความสงบสุขในภาคใต้ จากอุดมการณ์ในการแบ่งแยกดินแดน จนกลายเป็น แหล่ง ผลประโยชน์ด้านความมั่นคง ฝังรากลึกเกินที่จะเยียวยาไม่ต่างจากการปราบปรามยาเสพติด ไม่ต่างจากความขัดแย้งตามแนวชายแดน ที่ยังใช้แนวคิดและวิธีโบราณในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง แรงจูงใจจากผลประโยชน์ผิดกฎหมายบริเวณชายแดน จากงบประมาณความมั่นคงปัญหากับผลประโยชน์ กลายเป็นเรื่องเดียวกัน การประกาศ เป็นรัฐอิสระ หรือเขตปกครองพิเศษ เป็นความคิดในอดีตที่นำมา เป็นข้ออ้างในปัจจุบัน การใช้อาสาสมัครทหารพรานไปแบกปืน ล่อเป้าไปวันๆคือบทพิสูจน์ไม่ต่างจากขนมผสมน้ำยา ไม่มีอะไรดีขึ้นหรือแย่ลง การเมืองยังได้อานิสงส์จากความขัดแย้งดังกล่าว ที่ยึดเอาชาวบ้านและความ ขัดแย้งเป็นตัวประกัน รัฐประกาศจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเป็นรอบที่ร้อยแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม