วูบหนึ่งจากไอร้อนที่ผมแวะพักข้างทางในสวนจตุจักร เมื่อบ่ายวันเสาร์ ผมขอใช้เป็นจุดเริ่มเล่าเรื่องโจรมลายูเหิมเกริมบุกบั่น มาก่อเหตุรัวปืน (อือ! ปืนอีกแล้วหรือ?)ฆ่าสี่ สส.ที่ กม.11 ถนนพหลโยธิน หรือวันนี้คือสะพานควายคดีครึกโครมสมัยจอมพลผิน ชุณหะวัณ เรืองอำนาจ (หลัง พ.ศ.2490) ทุกคนสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าถาม โจรชายแดนใต้นั่งรถไฟมาปฏิบัติการ...แบบไหน?แต่ผมอยากคุยให้รู้ก่อน...บรรยากาศสะพานควายแต่ดั้งเดิมนั้นก่อรูปร่างมาอย่างไร?ในหนังสือปากพูดหูเพี้ยน (เพชรประกาย พิมพ์ พ.ศ.2553) คุณสังคีต จันทนะโพธิ ทั้งค้นเรื่องเก่า มีภาพสะพานไม้ย่อมๆที่คนทำไว้เพื่อต้อนฝูงควายข้ามคลอง ใกล้บ้านหลังคาแหลมแบบโบราณสองหลัง ให้ดูประกอบเรื่องคุณสังคีตปูพื้นเรื่องเล่า อดีตสภาพสองข้างทางถนนพหลโยธินเป็นท้องทุ่ง เรียกว่าทุ่งพญาไท (ทุ่งบางเขน) ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำการเกษตร ปลูกข้าว เลี้ยงควาย ไว้ช่วยในการทำไร่ไถนาถนนที่เชื่อมหลายๆหมู่บ้านไว้ด้วยกัน เป็นทางเดินของฝูงควายออกไปหากินยามเช้าแล้วกลับตอนเย็นหลังฤดูเก็บเกี่ยว ใช้ล้อเกวียนเทียมควายขนข้าวเปลือกเข้ายุ้งในหมู่บ้านสะพานควาย หรือสมัยนั้นเรียกตะพานควาย เป็นจุดหนึ่งของถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1 ของประเทศไทย ที่มีการค้าขาย ผู้คนหนาแน่นหากจะย้อนหลังไปเพียงเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงไม่นาน จากจุดสุดท้ายที่รถเมล์ขาวของนายเลิศมาจอดเป็นจุดสุดท้ายของถนนพหลโยธิน สถานีรถจอดหน้าโรงเรียนพยาบาลโรงพยาบาลราชวิถี พญาไทสมัยนั้น สภาพของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิยังเป็นท้องทุ่งโล่ง ถนนพหลโยธินตอนนั้นเป็นถนนเล็กๆ ขนาดกว้างเพียง 6 เมตร สองฟากข้างถนนเป็นร่องน้ำคันคูที่จุดเอาดินมาถมเป็นถนนมีต้นฉำฉาต้นผอมสูงราว 3 เมตร ยืนต้นห่างแต่ละต้นราว 20 เมตรต้นถนนพหลโยธินเท่าที่คุณสังคีต จันทนะโพธิ พรรณนา เปลี่ยวเปล่าเหงาร้างปานนั้น ลองมโนตามถนนไปถึงสะพานควาย กม.11 ที่หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวใหญ่ โจรมลายูบุกเข้ามายิงสี่ สส.ในเครือคุณปรีดี พนมยงค์ ตายอย่างอุกอาจกันดูข่าวบรรยาย...สี่ สส.หนึ่งในนั้นเป็น สส.อีสาน อดีตรัฐมนตรี ชื่อ เตียง ศิริขันธ์ หลังทหารยึดอำนาจ พ.ศ.2490 ก็ถูกจับไปขังไว้ในห้องขังโรงพักหนึ่งคือ สน.พระราชวังข่าววงใน...ที่บุตรชายจอมพล ผิน เอามาคุยตอนเป็นนายก รัฐมนตรี บนโต๊ะอาหารของคณะผู้ก่อการ หัวค่ำคืนนั้น ตอนเริ่มกินข้าว คุยกันถึงปัญหาการเมือง ประเด็นเข้าไคลแมกซ์เอาตอนเสิร์ฟผลไม้...ศัตรูการเมืองสี่นายที่ถูกขังก็ถูกเบิกตัวขึ้นรถ มุ่งหน้าไปตามถนนพหลโยธิน ถึง กม.11 ย่านสะพานควาย โจรมลายูพร้อมปืนยิงเร็วมาดักซุ่มอยู่ก่อน ก็กราดปืนเข้าใส่...ไม่มีใครเหลือรอดสักคนเดียวหนังสือพิมพ์ได้ข่าวก็รายงานไป แม้มีข้อสงสัยคาใจ โจรมลายูมาจากไหน มาได้อย่างไร ยิงสี่ สส.แล้วหนีไปทางไหนคดีใหญ่ปานนั้น หรือปานไหน เมื่อเป็นคดีการเมืองก็เป็นเหมือนเช่นวันนี้ เช่น คดีโกงที่ดินเขากระโดง คดีโกงเลือก สว. คดีสอบข้าราชการท้องถิ่น การเมืองอยากให้ยาวก็ต้องยาวการเมืองอยากให้จบก็ต้องจบผมลืมตาจากการแวะพักข้างทางที่สวนจตุจักรเมื่อบ่ายวันเสาร์ ...แล้วก็คิดขึ้นได้บริเวณ กม.11 ถนนพหลโยธิน สะพานควาย...จากข่าวตอนนั้น ที่แท้ก็บริเวณสวนจตุจักร...โธ่ถัง! ตัวเราก็ดันมามีที่ทำงาน มีบ้าน วนเวียนอยู่ย่านโจรมลายูอาละวาด...นี่เอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม