หนังสือชุดเดียวกับ “ตูน” ปรัชญาเซน (ไช่จื้อจง เขียน โชติช่วง นาดอน ถาวร สิกขโกศล ผู้แปลร่วม ธนัสถ์ สุวัฒนมหาสน์ พิมพ์สี พิมพ์ พ.ศ.2562) รูปเล่มหนังสือจีน...อ่านสวนทางหนังสือไทย เจอเรื่องตั๊กม้อสู่แดนมังกร ต้องเติมศรัทธาเพ่งสายตา แกะตัวหนังสือจากลายเส้นการ์ตูนทีละตัว ตั้งใจอ่านไปด้วยกันพระโพธิธรรมเถระ ซึ่งในนิยายกำลังภายในเรียกว่า อาจารย์ตั๊กม้อ พระภิกษุชาวอินเดีย เดินทางมายังประเทศจีนในปี พ.ศ.1070 ณ วัน 21 ค่ำ (จีนไม่แบ่งขึ้นแรม) เดือนเก้า ท่านมาถึงฝั่งเมืองกวางโจวขณะนั้นพระเจ้าเหลียงหวู่ตี้ ทรงศรัทธาศาสนาพุทธมาก ทรงถือศีลกินเจอยู่เป็นประจำปีนั้น พระอาจารย์ตั๊กม้อได้รับนิมนต์จากพระเจ้าเหลียงหวู่ตี้ไปยังไปยังนครนานกิงเมืองหลวง แล้วถกปัญหาธรรมด้วย “ตั้งแต่ข้าพเจ้าครองราชย์มา สร้างวัดวาอารามพระคัมภีร์ ทะนุบำรุงพระสงฆ์มากมาย ไม่ทราบว่าเป็นกุศลมากน้อยเพียงใด”“นี้ยังไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นกุศล” พระอาจารย์ตั๊กม้อทูล “ที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ เป็นเพียงบุญกิริยาทางโลกเท่านั้น ยังไม่ใช่กุศลที่แท้”“กุศลที่แท้ คือปัญญาอันผ่องแผ้วสมบูรณ์ เป็นความว่างสงบ จากกิเลส ไม่อาจเข้าถึงได้ด้วยวิธีการทางโลก”ลุวัน 19 ค่ำ เดือนสิบ พระอาจารย์ตั๊กม้อ เห็นว่าพระเจ้าเหลียงหวู่ตี้ ภูมิปัญญายังไม่แก่กล้าพอจะบรรลุธรรม จึงเดินทางข้ามแม่น้ำแยงซีไปยังแคว้นเป่ยเว่ยทางภาคเหนือ (ขณะนั้น จีนแบ่งเป็นหลายแคว้น)วันหนึ่ง พระเจ้าเหลียงหวู่ตี้ถามถึง “ภิกษุอินเดียรูปนั้น ขณะนี้พำนักอยู่ที่ไหน”“ข้ามฟากไปแคว้นเป่ยเว่ยแล้ว” อำมาตย์กราบทูล “ท่านเป็นใครหรือ” “ท่านคือพระกวนอิม โพธิสัตว์อวตาร”พระเจ้าเหลียงหวู่ตี้รำพึง “ข้าได้พบท่าน แต่กลับไม่ได้พบ ได้เห็นท่าน แต่กลับไม่ได้เห็นจริง”“รีบส่งเจ้ากวงเหวินไปนิมนต์ท่านกลับมา” “ไร้ประโยชน์ ถึงจะส่งคนทั้งประเทศไปนิมนต์ ท่านก็ไม่กลับมา”เวลาที่อำมาตย์กราบทูลนั้น พระอาจารย์ตั๊กม้อเดินทางไปไกล ข้ามแม่น้ำแยงซีไปถึงวัดเส้าหลิน บนเขาชงซาน มณฑลเหอหนัน เป็นสังฆนายกองค์แรกของนิกายเซนจีนแล้วท่านหันหน้าเข้าผนังถ้ำ นั่งสมาธิตลอดวัน สำรวมจิตพิจารณาเวไนยสัตว์วันที่ 29 ปีไท่เหอที่ 20 มีภิกษุองค์หนึ่งชื่อเสินกวง มายืนสงบอยู่หน้าถ้ำตลอดทั้งคืน เพื่อขอเรียนธรรม พระอาจารย์หันหน้าออกมาเห็น จึงถาม “เจ้ายืนตากหิมะตลอดคืน เพื่ออะไร”“ขอท่านอาจารย์โปรดเปิดประตูมรรคผล โปรดสรรพสัตว์ชี้ทางแห่งพุทธะแก่ศิษย์ด้วยเถิด”“พระพุทธเจ้าสละเวลามากมายในการปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุมรรคผล เจ้าอาศัยความตั้งใจเพียงเล็กน้อย มาแสวงธรรมอันยิ่งใหญ่ คงยากที่จะสมหวัง”เสินกวงตัดแขนตัวเองทันที พระอาจารย์ตั๊กม้อบอก “เพื่อแสวงหาโมกษธรรม พระโพธิสัตว์ไม่ติดในร่างกายและชีวิต เจ้ายอมสละแขนขอธรรม นับว่าควรสรรเสริญ”“ขอให้ท่านอาจารย์ช่วยทำให้จิตของศิษย์สงบ” “ส่งจิตของเจ้ามา เราจะทำให้สงบ” เสินกวงกล่าวว่า “ข้าพเจ้าหาอยู่นาน แต่ไม่พบจิตของตน”“เจ้าหาพบ จะเป็นจิตของเจ้าได้อย่างไร”พระอาจารย์จึงกล่าว “เราทำจิตของเจ้าให้สงบแล้ว เจ้าเข้าใจหรือยัง” เสินกวงตอบ “เข้าใจแล้ว ธรรมทั้งหลายล้วนสงบว่าง ฉะนั้นพระโพธิสัตว์เจ้าจึงไม่หวั่นไหว เมื่อสงบอยู่ในความว่าง (สุญตา) ย่อมถึงฝั่งนิพพาน”ผมอ่านเรื่องนี้จบ ได้ความรู้ข้อแปลกข้อแรก ตัดแขนขอธรรม พระอาจารย์ตั๊กม้อ คือพระผู้ก่อตั้งสำนักเส้าหลิน และความรู้ต่อมา คำสอนพระอาจารย์สงบอยู่ในความว่าง ย่อมถึงฝั่งนิพพาน ...ที่แท้ นิพพานของสำนักเส้าหลินซึ่งมีชื่อเสียงทางรำหมัดมวย ก็เป็นเช่นเดียวกับนิพพานของพุทธเถรวาทแบบเราๆ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม