“ฮลุน โซโล่” จบทริปเดินทางสุดท้ายของชีวิต หลังศพถูกส่งกลับถึงเมืองไทย รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เผยผลผ่าชันสูตรร่างยูทูบเบอร์ดัง ยันไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย กระดูกไม่แตกหัก เบื้องต้นพบภาวะระบบหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ยังสรุปสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้ และยังไม่ตัดทิ้งประเด็นเรื่องสารพิษ หรือสารเคมีในร่างกาย เร่งประสานทางการจอร์เจีย ขอผลตรวจครั้งแรกมาประกอบผลในห้องแล็บเพื่อความชัดเจน เผยญาติพอใจผลตรวจล่าสุด เตรียมเคลื่อนศพกลับบ้านเกิดใน จ.กาฬสินธุ์ “ย่าสงค์” กำลังใจยังดี บอกหลานไปเป็นเทวดาบนสวรรค์แล้วครอบครัวลุ้นผลชันสูตรศพหาปมการเสียชีวิตของ “ฮลุน โซโล่” (Hlun Solo) หรือนายบวรทัต เป็งสุข อายุ 27 ปี ครีเอเตอร์และยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวขาลุยชื่อดัง มียอดผู้ติดตามรวมทุกแพลต ฟอร์มกว่า 3.4 ล้านคน หลังสิ้นใจปริศนาในห้องพักโรงแรม กรุงทบิลิซี เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ขณะเดินทางไปถ่ายทำรายการท่องเที่ยวและขาดการติดต่อไปกว่า 16 วัน โลกโซเชียลระดมพลังค้นหา กระทั่งค่ำวันที่ 29 ก.ค. ญาติเพิ่งทราบว่ายูทูบเบอร์หนุ่มเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. แต่การประสานแจ้งเหตุระหว่างหน่วยงานจอร์เจียล่าช้า ต่อมาสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี รับผิดชอบดูแลคนไทยในจอร์เจีย ได้ส่งเจ้าหน้าที่บินไปประสานส่งศพกลับมาบำเพ็ญกุศลในประเทศไทย ท่ามกลางความเสียใจของบรรดาแฟนคลับ ร่วมไว้อาลัยผ่านสื่อโซเชียลกันอย่างเนืองแน่นที่อาคารคลังสินค้าท่าอากาศยาน (Cargo Terminal) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 ส.ค. นางประเทืองทิพย์ ศิริวิเทศ รักษาการอธิบดีกรมการกงสุล เป็นผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ อำนวยความสะดวกในการรับศพนายบวรทัต เป็งสุข หรือฮลุน โซโล่ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 340 หมู่ 10 ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ที่เสียชีวิตที่กรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาศพยูทูบเบอร์ชื่อดังถูกนำใส่โลงไม้สีน้ำตาล คลุมด้วยพลาสติกสีดำและพันแร็ปใสปิดทับแน่นหนาอีกชั้น ส่งกลับถึงประเทศไทย โดยสายการบินเตอร์กีส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 0058 เครื่องลงเวลา 05.10 น. หลังผ่านพิธีการทางศุลกากร ครอบครัวได้เคลื่อนย้ายโลงศพของนายบวรทัต ขึ้นรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน 5 ขฒ 661 กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม (CIFS) ถนนซ่อมสร้าง ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานีเวลา 09.16 น. รถยนต์นำศพของ “ฮลุน โซโล่” เดินทางถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มี ผศ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่มารายงานข่าว เจ้าหน้าที่ได้นำโลงศพใส่รถเข็นเข้า ไปด้านในตัวอาคารที่ใช้ในการผ่าชันสูตรศพทันทีผศ.นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นต้องขอตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และรายละเอียดที่มาพร้อมกับศพ เพราะทางสถาบันฯยังไม่ได้ข้อมูลใดๆมาเลย เมื่อศพมาถึง เจ้าหน้าที่และแพทย์จะสแกนร่างกายตรวจสอบรายละเอียดภายนอกก่อน จากนั้นจะผ่าตรวจสอบอวัยวะภายใน ถึงจะทราบสาเหตุการเสียชีวิต การผ่าพิสูจน์คาดใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง จะแจ้งผลให้ญาติทราบได้ ส่วนรายละเอียด ขอบเขตการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ต้องสอบถามกับญาติก่อนว่าสามารถให้รายละเอียดได้ในขอบเขตแค่ไหน เพราะเป็นสิทธิ์ของครอบครัวระหว่างรอผลการผ่าชันสูตร นายสมศักดิ์ หรือมอส บุตรศรี พี่ชายของฮลุน เปิดเผยว่า ครอบครัวยังข้องใจเรื่องสารพิษในร่างกาย และเรื่องหัวใจ ได้ยื่นขอสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ผ่าชันสูตรศพให้ละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ส่วนเรื่องการเสียชีวิตในลักษณะแบบไหลตาย ยังไม่ทราบแน่ชัดเช่นกัน เพราะผลชันสูตรจากจอร์เจีย ไม่มีรายละเอียดชัดเจน แจ้งเพียงว่าไม่มีร่องรอยบาดแผลถูกทำร้าย ทางจอร์เจียได้เก็บชิ้นส่วนอวัยวะบางส่วนและผลดีเอ็นเอไปเป็นหลักฐาน และไม่ได้แจ้งผลชันสูตรว่าเป็นอย่างไรบ้าง หรือตรวจชิ้นส่วนตรงไหนบ้าง ไม่มีเอกสารใดๆ มีเพียงใบมรณบัตรที่ชี้แจงมาว่าเสียชีวิตเท่านั้น หากผลการผ่าพิสูจน์ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์พบว่า น้องถูกกระทำหรือถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ต้องนำผลไปเทียบเคียงประกอบกับผลตรวจของทางจอร์เจีย เพื่อให้ทางตำรวจจอร์เจียพิจารณาดำเนินคดีเอาผิดต่อผู้กระทำ ส่วนเรื่องอาการป่วยของน้อง ครอบครัวไม่มีใครทราบเรื่องจริงๆครอบครัวต้องขอขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ช่วยกันจนทำให้น้องได้กลับบ้าน ส่วนการประกอบพิธีทางศาสนา ต้องคุยกันก่อนว่าจะดำเนินการกี่วัน และวันที่ 7 ส.ค. จะเคลื่อนศพกลับบ้าน จ.กาฬสินธุ์ ย่าของน้องสั่งมาว่า ให้คอยเรียกชื่อน้องกลับบ้านตลอดทาง เท่าที่พูดคุย ย่ายังมีกำลังใจดีอยู่ แต่ไม่รู้ว่าถ้าย่าได้เห็นสภาพศพน้องจะเป็นอย่างไร ส่วนทรัพย์สินของน้อง ทางจอร์เจียส่งเพียงพาสปอร์ตและเสื้อผ้าที่สวมใส่มาเท่านั้น กล้องถ่ายภาพที่ใช้ถ่ายคลิปยังไม่ได้ส่งมา ทางจอร์เจียแจ้งว่าตำรวจได้เก็บไว้ตรวจสอบข้อมูล ก่อนจะส่งให้ในภายหลัง” นายสมศักดิ์กล่าวเวลา 13.00 น. ผศ.นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยผลผ่าชันสูตรศพนายบวรทัต เป็งสุข หรือฮลุน โซโล่ ว่า การชันสูตรซ้ำครั้งนี้ดำเนินการภายหลังร่างผู้เสียชีวิตผ่านการชันสูตรจากประเทศจอร์เจียมาแล้วอย่างเป็นทางการ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้อธิบายขั้นตอนและขอความยินยอมจากครอบครัว เพื่อมาให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ผลการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย อวัยวะส่วนใหญ่ไม่พบความผิดปกติ ยกเว้นหัวใจ ก่อนหน้านี้ทางจอร์เจียตรวจไว้ค่อนข้างละเอียด สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อตรวจเพิ่มเติมในห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจเนื้อเยื่อ และการตรวจสารเคมี หรือสารพิษในร่างกายผศ.นพ.วรวีร์กล่าวต่อว่า ผลการชันสูตรในภาพรวมพบภาวะระบบหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว แต่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ และยังไม่ตัดประเด็นเรื่องสารพิษ ขณะนี้ได้ประสานกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานของจอร์เจีย เพื่อขอผลการชันสูตรครั้งแรก รวมถึงผลตรวจเลือด ผลตรวจสารพิษ และรายละเอียดจากสถานที่เกิดเหตุ รวมถึงสารเสพติด เพื่อนำมาเปรียบเทียบประกอบการวินิจฉัย คาดจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์จะสามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการได้ แต่เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติของอวัยวะอื่นๆที่จะทําให้เสียชีวิตได้“สภาพร่างผู้เสียชีวิตที่ผ่านการชันสูตรมาแล้ว ทำให้การตรวจซ้ำมีข้อจำกัด สู้ครั้งแรกไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัยผลการชันสูตรครั้งแรกจากประเทศจอร์เจีย ถือเป็นข้อมูลสำคัญ หากไม่ได้รับผลดังกล่าว การสรุปสาเหตุการเสียชีวิตจะไม่สมบูรณ์ แต่จะใช้การตรวจผ่านห้องปฏิบัติการเข้ามาประกอบ สำหรับอวัยวะภายในได้ส่งกลับมาครบถ้วนแล้ว เหลือเพียงตัวอย่างเนื้อเยื่อบางส่วนที่เก็บไว้ตรวจเพิ่มเติม ญาติรับทราบผลการชันสูตรเบื้องต้นและค่อนข้างพอใจและรับได้กับผลการผ่าพิสูจน์ในครั้งนี้ แม้ว่าผลจากห้องแล็บจะยังออกมาไม่ครบถ้วน เช่น การไหลตาย ได้ประสานผู้เชี่ยวชาญในการตรวจพันธุกรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนกล้ามเนื้อหัวใจที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง สาเหตุเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิต ส่วนการตรวจสอบจะสามารถระบุได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นโรคหัวใจก่อนเสียชีวิตหรือไม่นั้น ทางการจอร์เจียมีเหตุสงสัยในเรื่องนี้อย่างมาก ได้ตัดเนื้อเยื่อเส้นเลือดของหัวใจไปตรวจสอบอย่างละเอียด” ผศ.นพ.วรวีร์กล่าวเมื่อถามถึงกรณีหากการชันสูตรทั้ง 2 ประเทศแล้วเสร็จ และญาติยังติดใจสาเหตุอยู่นั้น ผศ.นพ.วรวีร์กล่าวว่า หากมีประเด็น เช่น เรื่องของสารพิษ สามารถดําเนินคดีตามกฎหมายได้ แต่ตอนนี้ญาติไม่ได้ติดใจ พร้อมยํ้าว่าหลังจากนี้ญาติสามารถนําร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ เพราะสถาบัน ได้เก็บหลักฐานไว้ครบถ้วนแล้ว ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายสูดดมแก๊สหรือไม่ ผศ.นพ.วรวีร์กล่าวว่า ทางจอร์เจียนําเลือดไปตรวจแล้ว แต่ทางไทยไม่สามารถตรวจได้ เนื่องจากไม่มีเลือด ยอมรับว่าหากการตรวจชันสูตรล่าช้าจะส่งผลให้ร่างเน่าและไม่ได้รายละเอียดที่ต้องการ แต่ไม่ทราบว่ามีการล่าช้าที่ฝั่งจอร์เจียหรือไม่ เพราะสภาพศพตอนนี้ยังสามารถตรวจได้“ญาติมีความประสงค์จะรับร่างผู้เสียชีวิตในวันที่ 7 ส.ค. สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะเก็บรักษาร่างไว้ในห้องเย็น ก่อนส่งมอบให้ครอบครัวนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.กาฬสินธุ์ กระทรวงยุติธรรมยืนยันว่าหากมีการเสียชีวิตในต่างประเทศสามารถติดต่อมาเพื่อขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ช่วยผ่าชันสูตรศพได้เพื่อความสบายใจและสิ้นข้อสงสัย” รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กล่าววันเดียวกัน ที่บ้านเลขที่ 340 บ้านสี่แยกหมู่ 10 ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ บ้านเกิดของ “ฮลุน โซโล่” ครอบครัวและเพื่อนบ้านได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับผู้มาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพของฮลุน และให้กำลังใจนางบัวสงค์ เป็งสุข อายุ 82 ปี หรือย่าสงค์ ย่าของฮลุน ที่ยังมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสบอกกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกดีใจและขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาให้กำลังใจและช่วยเหลือมาด้วยดีโดยตลอด ตอนนี้หลานไปเป็นเทวดาบนสวรรค์แล้ว หลานไม่อยากมาเข้าฝัน เพราะกลัวย่าเป็นห่วง ขนาดตอนไม่สบายก็ไม่เคยบอกให้ย่ารับรู้ กลัวย่าไม่สบายใจไปด้วย พรุ่งนี้จะรอรับศพหลานกลับมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่บ้านเกิด ตอนนี้จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่