สัตว์โลกต้องเป็นไปตาม “กรรม” “คำพระว่า” ที่ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” พูดติดปากช่วงนี้ จะเข้าใจถ่องแท้หรือไม่ก็ตาม แต่หยิบมาใช้ได้กับทุกสถานการณ์ที่รัฐบาลกำลังเผชิญเช่นกัน เมื่อกรรมเก่าพ่วงกรรมใหม่ตามไล่ล่าไม่ลดละ ชนิดผู้นำประเทศต้องวุ่นเคลียร์ตัดกรรมแก้กรรม จนแทบจะไม่มีสมาธิบริหารบ้านเมือง แถมมีแต่ข่าวฉาวปมโกงกลบกระแสอย่างประเด็นโกงมโหฬารสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นทั่วไทย “นายกฯอนุทิน” เหมือนจะเข้มขลังสั่งเอาตัวคนผิดมาลงโทษ ตั้งคณะกรรมการสารพัดชุดไล่สอบ เปิดไฟเขียว ป.ป.ช. ปปท. ตำรวจลุยแหลกฮึ่มๆเอาเท่ จะเป็นผู้นำล้างแก๊งโกงให้เห็นเป็นบุญตาแต่เอาเข้าจริง คิวนี้ถูกมองว่าเป็นแค่เกมงัดข้อประลองกำลังภายในพรรคภูมิใจไทย และระบอบสีน้ำเงิน กับ “ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ” ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์แห่งอาณาจักรบุรีรัมย์ไม่จำกัด น้องทำหือทำเฮี้ยวกับพี่ เจรจาแบ่งดุลแต่พอเรื่องร้อนจะเข้าตัว มีสัญญาณผ่อนคันเร่งซะงั้นตั้งแต่ยื้อประชุมคณะกรรมการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ลากคิวยกเลิกการบรรจุข้าราชการที่มีตำหนิจากรายการโกง ขณะที่คณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ตั้งขึ้นตีธงบี้เอาผิดเฉพาะข้าราชการส่วนระดับบิ๊กๆดีกรีเด็กปั้น ในเฉดน้ำเงินเข้ม ทั้งสาย น.หนู–ปีก น.เน “ลอยนวล” ไม่ต้องพูดถึงระดับรัฐมนตรี จะอักษรย่อใดก็ตาม ถ้าจัดเป็นเครือข่ายใต้ร่มเงาผู้บงการ แปะยี่ห้อลาสต์บอสไว้จะปลอดภัยส่อเคลียร์จบก็ร่วมซุกปัญหา เมื่อเริ่มเห็นท่าไม่ดี ส่อเจ๊งยกก๊วนในห้วงที่ “กรรมเก่า” กำลังตามไล่ล่า ทั้งข้อกล่าวหาค้างเก่า ปมเขากระโดง–ฮั้ว สว.–ประเด็นอดีต รมต.ตัวใหญ่ซุกหุ้น รวมถึงกรรมใหม่ เอไอพาสปอร์ต โกงสอบท้องถิ่น แผลแห้งแผลสดถูกเขี่ยเลือดซิบโดยเฉพาะห้วงนี้กำลังถูกจิ้มหนัก ปมฮั้ว สว.ที่มี “จุดความร้อน” ทับซ้อนในหลายจังหวัดกับคิวโกงสอบท้องถิ่นต้องยื้อสุดกำลังช้างลาก ในขณะที่ กกต.กำลังไล่เช็กเรียงจังหวัดใกล้จุดวัดใจ 7 อรหันต์ กกต.ที่กว่าครึ่งถูกเลือกมาโดย สว. จะส่งปมฮั้ว สว.ไปพิจารณาต่อที่ศาลหรือเป่าข้อกล่าวหาตัดจบเพียงเท่านี้เพราะอันที่จริงรายการนี้ ในขั้นต้นอนุกรรมการตรวจสอบชุดแรกสรุปผลชัด เห็นภาพแก๊งกินรวบฮั้วแหลกลาญ โยงคนการเมืองลอตใหญ่ จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก่อนเรื่องถึงชั้นศาล อีกเสาหลักอำนาจอธิปไตยที่ยากจะใช้เส้นสายคอนโทรลผลสรุปได้ยากอะไรไม่ว่า เวลานี้ที่มั่นใจระบอบสีน้ำเงินมีแต่จะเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง ใกล้จะรวบเบ็ดเสร็จ ฝ่ายต้านก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปตามๆกันแต่วันนี้กลายเป็นว่าขวากหนามมาเต็ม ฝ่ายต้านมาตรึม โฟกัสที่ขั้วฝ่ายค้านเริ่มตั้งหลักได้ โดยเฉพาะพรรคประชาชน แม้ที่ผ่านมาลดมาตรฐานไปบ้าง ตอนนี้ก็เหมือนสุดทางเยื่อใยเอ็มโอเอ พ่วงดีลแลกปลดชนักก็ชักเอาไม่อยู่เพราะถึงที่สุดก็ยากจะสวนกระแสสังคม ทัพส้มถึงต้องขยับยกแผง บี้ทุกปมร้อนสีน้ำเงินที่มีข้อครหากระหึ่มโยงถึงดีลฮั้ว พรางเกมเกี้ยเซียะประเภท “ถล่มคนพี่–ยั้งมือคนน้อง” ผู้คนเริ่มดูออกจนต้องรีบดึงตัวเองกลับสู่มาตรฐานดั้งเดิม ล้างข้อเคลือบแคลงเพราะตำรับส้มต้องเฮี้ยวเปรี้ยวซ่าตรวจสอบถ่วงดุลด้วยในสังคมไทยมีหลากหลาย ต้องจัดสรรแบ่งปัน เกลี่ยผลประโยชน์ทุกกลุ่มให้ลงตัวและทั่วถึงที่สำคัญระบอบกินรวบกับบ้านเมืองไทยมีบทเรียนให้เห็นเอาเข้าจริง ผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ไม่เอาอำนาจเผด็จการ ไม่ว่าจะระบอบนายห้าง ระบอบท็อปบูตคนดีถึงกินรวบ อำนาจแน่นปึ้ก ก็พาบ้านเมืองไปไม่รอดที่สำคัญพวกถนัดรวบ ตอนท้ายมักจะจบไม่สวย ถึงแม้ไม่ถูก เช็กบิล ยังขายภาพนำตัวเองไปต่อได้แต่ถึงแม้จะยกระดับไปอยู่สถานะใด ผู้คนก็รู้ทันมีส่งเสียงก่นด่าตามไล่หลังแทบทุกรายไป.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม