ไฟใต้ลุกโชน นักรบผ้าถุง “บีอาร์เอ็น” ปฏิบัติ การลอบกัด ขับกระบะดำให้ 6 มือสังหารนั่งด้านหลัง อีก 2 คนขี่ จยย.แต่งเป็นหญิงคลุมฮิญาบคอยคุ้มกัน บุกถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส สาดห่ากระสุนนับร้อยนัด เด็ดชีพ 5 ทหารพรานแดดิ้น ขว้างไปป์บอมบ์ถล่มซ้ำ เข้ายึดปืน เสื้อเกราะ ซองกระสุนเผ่นหนี ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์โดนลูกหลงเจ็บ 6 ราย “นายกฯอนุทิน” อัดฝ่ายความมั่นคงแย่มาก สั่งเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการป้องกันและการข่าว ส่ง รมว.กลาโหม ลงแก้ปัญหาในพื้นที่ “เสธ.ทบ.” บินด่วนดูเหตุการณ์ ประกาศจะตามล่าจนสุดหล้าฟ้าเขียว ขู่ลั่นถึงเวลาผู้ก่อเหตุถูกล่าบ้างแล้วชายแดนด้ามขวานใกล้เป็นแดนมิคสัญญี หลังขบวนการก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น ก่อเหตุสร้างสถานการณ์รุนแรงรายวันตามอำเภอใจ ทั้งใช้คาร์บอมบ์ทำลายสถานที่ราชการ ลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ และเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงของไทยที่มีศักยภาพเหนือกว่า ทั้งกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และงบประมาณมหาศาล แต่กลับพ่ายแพ้ยุทธวิธีการก่อเหตุแบบเดิมๆ ล่าสุดกลุ่มคนร้ายแต่งกายเลียนแบบทหารพรานและแต่งกายอำพรางเป็นหญิงมุสลิม บุกโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขว้างไปป์บอมบ์พร้อมสาดกระสุนถล่มใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้กำลังพลทหารพราน ร้อย. ทพ.4509 เสียชีวิตทันที 5 นาย ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บอีก 6 คน หลังเกิดเหตุผู้นำรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง ทำได้แค่ประณามผู้ก่อเหตุ แต่ประชาชนในพื้นที่ยังต้องอยู่อย่างหวาดผวาต่อไปโจรใต้ถล่มจุดตรวจทหารพรานผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.45 น.วันที่ 22 ก.ค. พ.ต.อ.ศุภชัช ณ พัทลุง ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีคนร้ายใช้ปืนสงครามยิงใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อยู่ในความรับผิดชอบของกองร้อยทหารพรานที่ 4509 ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ตั้งอยู่ใกล้ตลาดตันหยงมัส ถนนเทศบาล 8 หมู่ 7 เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้กำลังพลเสียชีวิตหลายนายและมีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บจำนวนมาก ระดมกำลังตำรวจพร้อมประสาน พ.อ. วิทยา สาริยา ผบ.ฉก.ทพ.45 นำกำลังทหารพรานจำนวนหนึ่งไปตรวจสอบ กระสุนเจาะร่างพรุนดับ 5 นายที่เกิดเหตุพบร่างทหารพรานนอนจมเลือดเสียชีวิตอยู่บนถนน 3 นาย และภายในจุดตรวจอีก 2 นาย แต่ละนายถูกกระสุนปืนสงครามเป็นรูพรุนตามลำตัวหลายแห่ง ทราบชื่อ จ.ส.อ.ธีระยุทธ โสมะเกิด อายุ 43 ปี หัวหน้าชุด อส.ทพ.วิมล ดาบทอง อายุ 43 ปี อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา อายุ 34 ปี อส.ทพ.ซอลาฮูดิง ปิ อายุ 34 ปี อส.ทพ. ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ อายุ 23 ปี เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายศพทหารทั้ง 5 นาย ส่ง รพ.ระแงะ ให้แพทย์ชันสูตรและผ่าพิสูจน์วิถีกระสุนปลอกกระสุนเกลื่อนนับ 100 นัดบนถนนพบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิดของกลุ่มคนร้ายตกกระจายเกลื่อน มีปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ปลอกกระสุนปืนอาก้า และปลอกกระสุนปืน 11 มม. รวมทั้งกระสุนปืนชนิดต่างๆที่กลุ่มคนร้ายได้คัดออกจากลำกล้องที่ติดขัด รวมกว่า 100 ปลอก ส่วนที่บริเวณบังเกอร์ของจุดตรวจ มีรอยถูกกระสุนปืนของกลุ่มคนร้ายเป็นรูพรุนหลายจุด นอกจากนี้ที่ปลายหัวสะพานด้านซ้ายมือของจุดตรวจที่เป็นหอสูงสังเกตการณ์ ถูกคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ขว้างใส่ 1 ลูก ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ และลามไปไหม้บ้าน 2 ชั้นที่อยู่ติดกันวอดเกือบทั้งหลัง ชาวบ้านโดนลูกหลงเจ็บ 6 คนผลการปะทะยังทำให้ชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย คือ ด.ช.ฮาปิ๊บ หินะ อายุ 10 ขวบ มีแผลฉีกขาดโคนขาขวา ส่งรักษาต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนที่เหลืออีก 5 ราย คือ นายมูฮำมัดอาลี อับรู อายุ 67 ปี นางฟัรฮะห์ อับรู อายุ 67 ปี นายมูฮำมัดฮาฟิต หินะ อายุ 15 ปี ด.ญ.อวาฏิฟ บือราเฮง วัย 3 ขวบ และนายมะไซฟู ดาโอ๊ะ อายุ 21 ปี มีอาการตกใจกลัว หูอื้อ ปวดศีรษะ แพทย์ รพ.ระแงะ ปฐมพยาบาลแล้ว อนุญาตให้กลับบ้านได้ปฏิบัติการสังหารสายฟ้าแลบจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้โดยรอบจุดตรวจเผยให้เห็นนาทีระทึก คนร้ายใช้ยุทธวิธีแบบมืออาชีพ คล้ายได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ คนร้ายที่ร่วมก่อเหตมี 2 กลุ่ม กลุ่มแรก 7 คน ใช้รถกระบะนิสสัน แค็บ สีดำ ทะเบียน ผน 6866 สงขลา นั่งในกระบะท้าย 6 คน แต่งกายชุดดำ สวมหมวกแก๊ป และหมวกไหมพรมคลุมหน้า กลุ่มที่ 2 มี 2 คน ขี่และซ้อนท้ายรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 110 สีแดง ทำหน้าที่เป็น “รถนำทาง” คนขับขี่ใส่เสื้อสีขาว สวมหมวกกันน็อก ถือปืนพก 11 มม. ส่วนคนซ้อนท้ายเป็นผู้ชาย แต่แต่งการอำพรางด้วยชุดฮิญาบสีดำของผู้หญิง ถือปืนอาก้า ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลังและยิงคุ้มกันไปตามทิศทางต่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้เพื่อนคนร้ายปฏิบัติการได้อย่างสะดวก ทั้งหมดใช้เวลาก่อเหตุแค่ 1.30 นาทีเท่านั้นฉกปืน–เสื้อเกราะ–ซองกระสุนทันทีที่ “รถกระบะสังหาร” เคลื่อนตัวเข้าจุดตรวจ คนขับได้ชะลอความเร็ว จากนั้น 6 คนร้ายที่นั่งกระบะท้ายได้สาดกระสุนยิงใส่หลายสิบนัด เสียงปืนดังสนั่นหูดับตับไหม้ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 3 นายยังยืนหันหลังให้คนร้ายไม่ทันระวังตัว ห่ากระสุนพุ่งสาดกระจายเจาะร่างทหารทั้ง 3 นาย ล้มลงสิ้นใจทันที ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารอีก 2 นายที่นั่งอยู่ในป้อม ไม่ทันได้ยกปืนยิงต่อสู้เช่นกัน ถูกคนร้ายรัวกระสุนถล่มไม่ยั้งเสียชีวิตตามไปด้วย หลังสังหารทหารพรานตายเกลื่อนแล้ว คนร้ายชุดที่ 1 ยังย่ามใจวิ่งไปหยิบปืนอาก้าพับฐาน 4 กระบอก ปืนพก 11 มม. 1 กระบอก เสื้อเกราะกันกระสุน 4 ตัว และแมกกาซีนปืน 4 อัน จากศพเจ้าหน้าที่ทหารไปเป็นของแถม ก่อนหลบหนีคนร้ายยังขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจจนทำให้เกิดเพลิงไหม้ จากนั้นกลับขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังเส้นทางดุซงญอ อ.จะแนะ เผารถกระบะทำลายหลักฐานข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า ปกติจุดตรวจบูเก๊ะซามี มีทหารพรานปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด 8 นาย แต่วันเกิดเหตุเหลือเพียง 5 นาย ส่วนอีก 3 นาย อยู่ในช่วงลาพัก กลุ่มคนร้ายน่าจะรู้ความคลื่อนไหว เนื่องจากมีสายคอยเฝ้าสังเกตและรายงานให้ทราบ จากนั้นได้ประชุมวางแผนอาศัยช่องโหว่ดังกล่าวลงมือก่อเหตุ หลังกลุ่มคนร้ายปฏิบัติการถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามีแล้ว ได้ขับรถกระบะคันก่อเหตุหลบหนี มุ่งหน้าไปยังรอยต่อ อ.จะแนะ กับ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส กระทั่งเวลา 20.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.คณิต เต่งทิ้ง ผกก.สภ.ศรีสาคร รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านไอร์เจี๊ยะ หมู่ 5 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร ว่ามีเหตุไฟไหม้รถกระบะนิสสัน แค็บ สีดำ ทะเบียน ผน 6866 สงขลา วอดทั้งคัน ไปตรวจสอบพบเป็นรถคันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามีจริง ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าเก็บพยานหลักฐานสวมทะเบียนรถอีกคันอำพรางจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า หมาย เลขแผ่นป้ายทะเบียน ผน 6866 สงขลา ที่คนร้ายใช้ติดในการก่อเหตุครั้งนี้ เดิมเป็นป้ายทะเบียนของรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีน้ำตาล ผู้ครอบครองรถอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ส่วนรถกระบะนิสสันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหมายเลขคัสซี ว่ารถยนต์คันดังกล่าวหมายเลขทะเบียนจริงคือหมายเลขทะเบียนอะไร และใครเป็นผู้ครอบครองรถ เพื่อป็นแนวทางในการสืบสวนสอบสวนหาเบาะแสติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้ต่อไปเชิญวิญญาณ ทพ.กลับภูมิลำเนาผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ช่วงเช้าวันที่ 23 ก.ค. บริเวณป้อมจุดตรวจบูเก๊ะซามี บรรยากาศยังคงตึงเครียด เงียบเหงา เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปิดกั้นพื้นที่ ปิดเส้นทางผ่านเข้า-ออกรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม บรรยากาศสะเทือนใจยิ่งขึ้น เมื่อมารดา ภรรยา ลูก และญาติพี่น้องของ จ.ส.อ.ธีระยุทธ โสมะเกิด ชาว ต.พนม อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี หนึ่งในทหาร พรานที่เสียชีวิต เดินทางมายังจุดเกิดเหตุพร้อมนิมนต์พระสงฆ์จากวัดสังฆสิทธิ์ ต.ตันหยงมัส มาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ จ.ส.อ.ธีระยุทธ พร้อม อส.ทพ.วิมล ดาบทอง และ อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา 3 ทหารพรานกลับสู่ภูมิลำเนา ระหว่างเก็บรวบรวมข้าวของ เครื่องใช้ส่วนตัว เสื้อผ้าของ จ.ส.อ.ธีระยุทธกลับไป ครอบครัวได้เข้ากอดกันร่ำไห้โฮ สร้างความโศกเศร้าสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นอย่างมากชาวบ้านผวาปิดร้านเงียบเหงาขณะที่ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ร้านค้าใกล้เคียง ทั้งร้านขายน้ำและร้านขายข้าวแกง ต่างพากันปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากชาวบ้านยังมีความหวาดกลัว ขณะเดียวกันบังเกอร์ป้อมตรวจการ และบ้านเรือนประชาชนฝั่งตรงข้ามด่านตรวจ ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงระเบิดไปป์บอมบ์และเพลิงไหม้ บ้านพังเสียหายเกือบทั้งหลัง รวมถึงทรัพย์สินและรถ จยย.ของชาวบ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งคัน แต่ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและชดใช้เยียวยาให้กับชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบแม่เฒ่าเล่าระทึกนาทีหนีตายนางฟัรฮะห์ อับรู อายุ 67 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 248 หมู่ 7 ถนนเทศบาล 8 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส อยู่ตรงข้ามจุดตรวจ เล่านาทีระทึกว่าตอนเกิดเหตุเพิ่งละหมาดเสร็จ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นรีบหมอบลงกับพื้นเพราะรู้ว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นที่จุดตรวจ สักพักเห็นควันไฟดำโขมงลอยคลุ้งเต็มบ้าน ยอมรับว่าสติแตก พยายามวิ่งออกไปบ้านฝั่งตรงข้าม ตอนนั้นข้างนอกยังยิงกันอยู่ แต่นาทีนั้นไม่คิดอะไรแล้ว คิดแค่เอาชีวิตรอดออกมาก่อน เพราะถ้ายังติดอยู่ในบ้านกลัวสำลักควันตาย หลังเสียงปืนสงบย้อนกลับมาดูสภาพบ้าน พบไฟไหม้ทั้งชั้นบนชั้นล่าง และรถ จยย.วอดทั้งคันยัน ทพ.ทำงานเข้มแข็ง 24 ชม.ขณะที่ น.ส.ฮาสมานิ ยะโก๊ะ ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ติดกับจุดตรวจ เผยว่า เท่าที่ได้เห็นและสัมผัส เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ประจำอยู่ด่านนี้ ทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง คอยสลับเวรกันทั้งเช้า เที่ยง เย็น และกลางคืน ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ทุกคนอัธยาศัยดีมาก เวลาชาวบ้านจะออกไปไหนมาไหนพวกเขาจะทักทายพูดคุยด้วยความเป็นกันเอง อยู่ร่วมกันเหมือนพี่น้องในครอบครัว ยิ่งช่วงที่เกิดน้ำท่วมหนักๆในพื้นที่ ได้น้องๆทหารด่านนี้ช่วยเหลือขนย้ายข้าวของและแบ่งปันของกินของใช้ให้ประทังชีวิต รู้สึกสะเทือนใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตนเป็นคนในพื้นที่ ไม่รู้จะย้ายหนีไปไหน คงต้องอยู่กันอย่างหวาดกลัวแบบนี้ต่อไปมอบเหรียญเชิดชูความกล้าเวลา 13.30 น. ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดบางนรา ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีรดน้ำศพทหารพราน 3 นาย ได้แก่ จ.ส.อ.ธีระยุทธ โสมะเกิด อส.ทพ.วิมล ดาบทอง และ อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา และเป็นผู้แทนวางพวงหรีดของนายกรัฐมนตรี-รมว.มหาดไทย, รมว.กลาโหม และ ผบ.ทบ. พร้อมมอบ “เหรียญบางระจัน” ใบประกาศเชิดชูเกียรติ และเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรวม 535,000 บาท หลังเสร็จพิธีรดน้ำศพ เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนร่างทหารทั้ง 3 นายกลับไปประกอบพิธีทางศาสนายังภูมิลำเนาเดิม จ.ส.อ.ธีระยุทธ นำไปยังวัดพนม อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี อส.ทพ.วิมล นำไปยังวัดจำปา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ และ อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ นำไปยังวัดมะนาวหวาน อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราชฝีมือ “โจรบีอาร์เอ็น” กลุ่มเดิมด้านแหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงเปิดเผยว่า การสืบสวนเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นฝีมือแนวร่วมขบวนการบีอาร์เอ็น กลุ่มของนายมะเซาฟี ตีโม และนายอับดุลเล๊าะ มะแซ แกนนำระดับปฏิบัติการที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ 4 อำเภอ อ.ระแงะ, อ.จะแนะ, อ.ศรีสาคร และ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กลุ่มดังกล่าวมีพฤติกรรมก่อเหตุรุนแรงโหดเหี้ยม มีประวัติเชื่อมโยงกับคดีสำคัญในอดีตหลายคดี อาทิ 28 พ.ค.68 กราดยิงใส่ สภ.จะแนะ อ.จะแนะ, 3 ม.ค.65 ยิงถล่มฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 4513 อ.ระแงะ, 28 ธ.ค.61 ยึดสถานีอนามัยเป็นฐาน ก่อนบุกถล่มฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) กาลิซา อ.ระแงะ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังปิดล้อมและปูพรมค้นหาในพื้นที่เป้าหมายอย่างเข้มงวดเพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุดยิงหัวโฟร์แมนก่อสร้างถนนจ.ยะลา เวลา 11.57 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.อรรถพล กุลวงษ์มาณะโส ผกก.สภ.บันนังสตา นำเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบเหตุคนร้ายยิงนายณรงค์ รำพึงนิตย์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/3 หมู่ 2 ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช โฟร์แมนบริษัทชินวรก่อสร้าง ขณะคุมงานขยายถนนบ้านดาแลแป หมู่ 6 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ กระสุนเจาะหัวและแผ่นหลังหลายนัด นอนตายข้างรถแบ็กโฮ บนพื้นพบปลอก กระสุนปืนเอ็ม 16 ขนาด 5.56 มม. 4 ปลอก และปลอกกระสุนปืนอาก้า ขนาด 7.65 มม. อีก 3 ปลอกตกอยู่ เบื้องต้นทราบว่าคนร้าย 2 คน สวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ขี่รถ จยย.เข้าประกบยิงผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านหลังรถแบ็กโฮ ก่อนหลบหนีไป ตำรวจตั้งประเด็นแนวร่วมโจรใต้สร้างสถานการณ์ แต่ยังไม่ตัดทิ้งปมขัดแย้งส่วนตัวรัฐบาลประณามเหตุก่อการร้ายเมื่อเวลา 11.20 น. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ประณามเหตุก่อการร้ายที่นราธิวาส คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์เข้าใส่จุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 2 ราย เป็นการกระทำอุกอาจ สั่งติดตามผู้กระทำผิดใช้กฎหมายเด็ดขาดให้รับโทษสูงสุด ประณามขบวนการก่อการร้าย เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเจรจา การพูดคุยสันติภาพ รัฐต้องหาแนวทางปรับปรุงการทำงานให้มีการข่าวที่รวดเร็ว และมีมาตรการป้องกันเหตุ ป้องกันตัวเองของเจ้าหน้าที่ที่ดีกว่านี้ และรัฐบาลจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่นายกฯอัดฝ่ายมั่นคง “แย่มาก”ต่อมาเวลา 11.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุคนร้ายบุกยิง-ขว้างไปป์บอมบ์ว่า เรื่องนี้แย่มาก ตนกำชับทั้งหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองว่าต้องดำเนินการให้ประชาชน เห็นถึงความมีประสิทธิภาพในทุกด้านมากกว่านี้ ทั้งเรื่องการป้องกันปราบปรามและการข่าว ตนได้หารือกับผู้รับผิดชอบหน่วยงานเหล่านี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา และทุกท่านก็รับไปดำเนินการ เมื่อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่าเหตุใดถึงมาก่อเหตุช่วงนี้ นายอนุทินกล่าวว่า พวกนี้มันคาดเดาไม่ได้ สิ่งที่จะต้องทำคือไม่ยอมให้มีความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นส่ง รมว.กลาโหมลงแก้ปัญหานายอนุทินกล่าวต่อว่า ตนได้ให้นโยบายกับผู้รับผิดชอบหน่วยงานความมั่นคงไปชัดเจนว่า ถ้าเป็นแบบนี้ประชาชนจะมีความวิตกกังวล ต้องดำเนินการทุกด้าน การเจรจาต้องคืบหน้าและชัดเจนกว่านี้ ต้องเสริมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไป แบบนี้มันอุกอาจมาก ต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด ทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกคืนความมั่นใจของประชาชนและสร้างความสงบ ไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก ให้ทำทุกกระบวนการเพื่อบรรลุเป้าหมาย เมื่อถามย้ำว่าทำไมการข่าวไม่แจ้งล่วงหน้า นายอนุทินกล่าวว่า รมว.กลาโหมจะลงพื้นที่และเร่งหารือกัน เมื่อถามว่ามีจุดใดที่ต้องเฝ้าระวัง เป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เฝ้าระวังทุกจุด คำสั่งและข้อสั่งการของตนให้ดำเนินการให้เข้มงวด เพราะเกิดเหตุบ่อยมาก“โรม” สับทุ่มงบอื้อ–ยังล้มเหลวที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธานคณะ กมธ.การกฎหมาย สภาผู้แทนฯ กล่าวถึงกรณีคนร้ายยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่าสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังคงมีความละเอียดอ่อน การเจรจาพูดคุยกันยังไม่สามารถเป็นทางออกได้ การปฏิบัติในรูปแบบที่ผ่านมา ทั้งงบประมาณ แผ่นดินจำนวนมากที่ทุ่มลงไป อุปกรณ์ต่างๆ การบังคับใช้กฎหมายในรูปแบบต่างๆก็แก้ไขสถานการณ์ไม่ได้ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ย่อหย่อนในเรื่องการปฏิบัติใดๆ แต่สถานการณ์กลับมาปะทุอีกครั้ง รัฐบาลต้องกลับมามองถึงสาเหตุในเรื่องนี้ ต้องย้ำว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ต้องนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายเสธ.ทบ.ลั่นถึงเวลาล่ากุดหัวต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ในฐานะเลขาฯ กอ.รมน. เดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ไปตรวจจุดเกิดเหตุยิงถล่มทหารพราน 5 ศพ จากนั้นเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อติดตามสถานการณ์และประเมินมาตรการรับมือ กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงาน พร้อมบูรณาการการปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเข้มข้นเพื่อเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายหลังการประชุม พล.อ.ชัยพฤกษ์ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมจะให้คนตามล่าทุกหมู่บ้าน ทุกพื้นที่ป่าเขา คนที่ให้ที่หลบซ่อน ประเทศที่ให้ที่หลบซ่อน ให้รู้ไว้ว่าเราจะตามล่าจนสุดหล้าฟ้าเขียว พวกก่อเหตุจะกิน จะนอน จะเดิน ให้ระวังตัวเอาไว้ ถึงเวลาที่พวกคุณจะเป็นผู้ถูกล่าแล้ว”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่