ยังเป็นดราม่าน้ำตาท่วมจอ กรณีผู้เฒ่าผู้แก่คนพิการในต่างจังหวัดห่างไกล ไม่ผ่านเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” รอบใหม่สูงถึง 9.31 ล้านคน ผ่านเกณฑ์เพียง 9.51 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียน 18.82 ล้านคน ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ส่วนใหญ่มีชื่อในทะเบียนกรมการขนส่งทางบก เป็นผู้ครอบครองมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ที่มีอายุเกิน 10 ปีขึ้น แต่ยังมีทะเบียนอยู่ในกรมการขนส่งทางบก ทั้งที่ในหลักการบัญชีทั่วไปรถที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป เหลือมูลค่าทางบัญชีเท่ากับศูนย์ คือไม่มีราคาแล้ว ดังนั้น “รถเก่า” ที่มีอายุเกิน 5 ปี จึงไม่ควรนำมาคิดเป็นมูลค่าแสดงฐานะ ยกเว้นรถหรูที่มีมูลค่าสูง เกณฑ์ข้อนี้ผมคิดว่าคลังควรแก้ไขให้ชัดเจนแต่หลักเกณฑ์อื่นที่ใช้ “คัดกรองคนจน” ถือว่าใช้ได้ สามารถคัดกรองคนที่ไม่จนจริงออกไปได้หลายล้านคน แม้จะมีข้อผิดพลาดเรื่องมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ก็ตามคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง ให้สัมภาษณ์หลังประชุมกับ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เรื่องการปรับหลักเกณฑ์บัตรคนจนว่า จุดประสงค์ของ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ต้องการช่วยคนจนที่เดือดร้อนจริงๆ ตลอด 4.5 ปีที่ผ่านมาไม่มีการเปิดรับเข้าระบบใหม่ ทำให้ครั้งนี้รัฐบาลสามารถนำผู้มีรายได้น้อยและไม่ได้อยู่ในระบบเดิมเข้ามาในระบบจำนวน 2.3 ล้านราย ที่ผ่านมาได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมากว่ามี “คนจนปลอม” อ้างสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงได้กำหนดเกณฑ์คัดกรองต่างๆ เพื่อแยกผู้ไม่มีสิทธิออกจากระบบขณะนี้สามารถคัดกรองคนจนปลอมออกได้บางส่วน แต่มีบางกลุ่มได้รับผลกระทบ จึงประสานกับกระทรวงมหาดไทยจัดตั้งศูนย์ One Stop Service เพื่อช่วยทบทวนสิทธิรองนายกฯเอกนิติ เปิดเผยอีกว่า การตรวจสอบสิทธิครั้งนี้ พบมีผู้นำข้อมูลของชาวบ้านไปใช้โดยมิชอบ ทั้ง การจดทะเบียนบริษัท การซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทโดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่อง เพื่อนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี จึงได้มอบนโยบาย ให้ดำเนินการกับผู้ที่หลอกลวงชาวบ้านต่อไป ส่วนผู้ที่ยังได้สิทธิในสวัสดิการอื่นยังคงได้รับต่อไป เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ สิทธิคนพิการ สิทธิเรียนฟรี ซึ่งปัจจุบันสวัสดิการของรัฐมีอยู่ทั้งหมด 72 รายการผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า รัฐบาลควรเร่งดำเนินคดีกับผู้ที่แอบอ้างชื่อชาวบ้านไปทำธุรกรรม ถือว่าเข้าข่ายหลอกลวงและฟอกเงิน มีชาวบ้านถูกอ้างชื่อไปหลายล้านคน ถือเป็นการทุจริตในโครงการบัตรคนจนครั้งมโหฬาร จนน่าตกใจเลยทีเดียวในรายการ “เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์” ของ คุณหมาแก่ ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ช่องเนชั่นทีวี ก็มีการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เป็นทางการว่า ผู้ลงทะเบียนบัตรคนจน 18.82 ล้านคน ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านคน ไม่ผ่านเกณฑ์ 9.31 ล้านคน ในจำนวนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์นั้น เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์เกิน 1 คัน 3.1 ล้านคน เป็นเจ้าของรถยนต์ 2.2 ล้านคน มีวงเงินสินเชื่อเกิน 1 แสนบาท 2.6 ล้านคน มีสินทรัพย์ทางการเงินเกิน 1 แสนบาท 8.6 แสนคน มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ 3.3 แสนคน มีบัตรเครดิต 2.5 แสนคน เป็นผู้ถือหุ้น/กรรมการบริษัท 1.1 แสนคนคุณพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ 24 มิ.ย.2569 พบผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีชื่อเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล 139,804 ราย แบ่งเป็น มีรายชื่อเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน 41,007 ราย และ มีรายชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด 98,797 ราย ถือเป็นข้อมูลที่น่าตกใจยิ่ง เป็นหลักฐานชัดเจนว่ามีการแอบอ้างชื่อชาวบ้านไปทำธุรกรรมจริง“คนจนปลอม” ที่ตรวจพบครั้งนี้ มีการเอาชื่อชาวบ้านไปเป็นหุ้นส่วนผู้ถือหุ้นกว่า 139,800 ราย เอาชื่อไปซื้อขายหุ้นกว่า 334,000 ราย ทุกธุรกรรมต้องใช้ “บัตรประชาชนจริง” ทั้งสิ้น แสดงว่าทั้ง 2 รายการมี “บัตรประชาชนปลอม” รวมกัน มากกว่า 473,000 ใบ น่าตกใจไหม เป็นการทุจริตครั้งมโหฬารเลยทีเดียว นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ รัฐมนตรีมหาดไทย คงต้องรับผิดชอบเต็มๆ ไม่ใช่แค่ปรับเกณฑ์แล้วก็เจ๊ากันไป.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม