นายกฯทำขึงขังปราบทุจริต ถกคณะกรรมการ คตท. ดันปฏิรูปสร้างมาตรฐานภาครัฐไทยธรรมาภิบาลโปร่งใส ไร้คอร์รัปชันกู้ความเชื่อมั่นจาก ปชช.และนานาชาติ ตั้ง “ภราดร” นั่งประธานอนุกรรมการคุมติดสินบนเชิงทุจริตในภาครัฐ มีกระทรวงดีอีร่วมเป็นกรรมการ “อนุทิน” เสียงแข็งไม่ทบทวนฟ้องหมิ่นฯ เมิน “ยิ่งชีพ” ขอทบทวนอย่าฟ้องทั่วประเทศ “ภราดร” ชี้ ผอ.ไอลอว์ติดกับการเมือง โดดงับเหยื่อค่ายสีส้มกับ สว.สำรอง ลากองค์กรตกต่ำคลุกเกมการเมือง “พริษฐ์” กางไทม์ไลน์คดีฟอเร็กซ์โต้ ปชน.บี้สอบโกง สว.กลบคดี “ภาวุธ” “โรม” ตอกรัฐบาลอย่ากลัว หนีการตรวจสอบ “อภิสิทธิ์” ห่วงข่มขู่ขัดขวางฝ่ายค้านทำหน้าที่ ส่ง “สาทิตย์” ร่วมวง ปชน.เกาะติดคดีฮั้ว สว.เข้มข้นท่ามกลางกระแสสังคมจับตาปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐที่เกิดขึ้นในหลายส่วน ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้ภาครัฐไทยที่มีธรรมาภิบาลโปร่งใส ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน นักลงทุนและนานาประเทศ“อนุทิน” ถก คตท.ขึงขังต้านทุจริตเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะกรรมการเข้าร่วม นายอนุทินกล่าวเปิดประชุมตอนหนึ่งว่า การที่เราไปถามว่าความรู้สึกของประชาชนทั้งในและนอกประเทศเป็นอย่างไรต่อเรื่องคอร์รัปชัน แล้วได้คำตอบว่าไม่ดี ระดับลดลงไป อีกทางหนึ่งทำให้ภาพพจน์ประเทศเสียหายไปด้วย เราต้องมาเน้นการป้องกันและปราบปรามดำเนินคดีอย่างเข้มงวด เราประกาศตัวเป็นศัตรูกับการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ การค้ายาเสพติด ปราบปรามสแกมเมอร์ การค้ามนุษย์และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ เจตนารมณ์ชัดเจนของรัฐบาลคือสร้างระบบและสร้างความน่าเชื่อถือ เร่งรัดป้องกันปราบปรามการกระทำทุจริตทุกรูปแบบ มี คตท.ชุดนี้ที่ประชุมกันอยู่ ขอความร่วมมือให้เป็นกลไกหลักเชื่อมโยงประสานงานทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ภาควิชาการให้ทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน ผลักดันปรับปรุงกฎหมาย ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดใช้ดุลพินิจเพื่อความโปร่งใส และยกระดับการต่อต้านทุจริต จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสู่การป้องกันเชิงระบบอย่างยั่งยืน รัฐบาลชุดนี้พร้อมสนับสนุน คตท.เต็มที่ และขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันทำงานด้วยความมุ่งมั่น กล้าปรับเปลี่ยน กล้าปฏิรูป และยืนยันสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับภาครัฐไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาลโปร่งใสได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน และนักลงทุนและนานาประเทศตั้ง “ภราดร” ปธ.อนุคุมติดสินบนภาครัฐนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ แถลงว่า นายอนุทินมีข้อสั่งการให้ประชุมเป็นประจำเพื่อร่วมมือกันต่อต้านการทุจริต ที่ประชุมมีมติตั้งคณะอนุกรรมการดูแลเรื่องการติดสินบนเชิงทุจริตในภาครัฐ ให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นประธาน และมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นกรรมการ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเรื่องความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ ภายใต้โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และคณะกรรมการ คตท. เห็นพ้องว่าควรดำเนินการและเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบในหลักการและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องผุด กก.พหุภาคีดันภาครัฐระบบเปิดน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ลงนามในคำสั่งสำนักนายกฯ ที่แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อบริหารงานภาครัฐระบบเปิด (MSF) เป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางนโยบาย ขับเคลื่อนภาครัฐระบบเปิดและรองรับการเข้าเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (OGP) มีหน้าที่กำหนดทิศทาง กลยุทธ์การบริหาร OGP พิจารณาแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ก่อนเสนอครม. มีสำนักงาน ก.พ.ร. เป็นหน่วยงานประสานงานและขับเคลื่อนงาน มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธาน ที่นายปกรณ์ให้แนวทางไว้ว่า OGP จะเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของภาครัฐ ยึดหลักความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบและมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย ควบคู่กับการนำดิจิทัล เทคโนโลยีเข้ามาใช้ทำงานและเชื่อมโยงข้อมูลของภาครัฐเทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับการบริการ ภายใต้ ข้อยกเว้นด้านความมั่นคงตามหลักสากล ส่งผลให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ลดทุจริต ยกระดับธรรมาภิบาลประเทศ และตอบสนองความ ต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ตามที่รัฐบาลมุ่งยกระดับการบริหาราชการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง“อนุทิน” ลั่นไม่ทบทวนฟ้อง “ยิ่งชีพ”ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขอให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทบทวนไม่ฟ้องหมิ่น ประมาท โดยนายกฯตอบหนักแน่นว่า ไม่มีส่วนจะไปฟ้องเมื่อไหร่นั้น ได้มอบหมายให้ทนายความไปดำเนินการแล้ว แต่จะเป็นในสัปดาห์นี้หรือไม่ ไม่ทราบ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า อะไรเป็นเหตุผลมากที่สุดในการยื่นฟ้อง นายอนุทินกล่าวว่า ให้ไปถามทนายความเป็นสิทธิคนถูกหมิ่นลุยฟ้องเต็มที่ทั่ว ปท.ต่อมาเวลา 11.40 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งกรณีนายยิ่งชีพโพสต์เฟซบุ๊กขอให้พรรค ภท.ทบทวนไม่ฟ้องหมิ่นประมาท ขออย่าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดต่างๆว่า “ไม่มีสิทธิครับ มันเป็นเรื่องของผู้ถูกกล่าวหา” เมื่อถามว่าฝ่ายค้านบอกให้นายอนุทินใจกว้างไม่ต้องฟ้องร้อง นายอนุทินตอบว่า “ใจผมกว้างกว่าทุกคนครับ เสี่ยหนูใจกว้างอยู่แล้วใครๆก็รู้” เมื่อถามว่ายืนยันเดินหน้าฟ้องเต็มที่ ไม่มีการอ่อนข้อให้ นายอนุทินกล่าวว่า อันนี้เป็นสิทธิของตนอยู่แล้ว และเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาทุกคน คนที่ถูกกล่าวหาของพรรค ภท.ทุกคน ไม่มีนัดกัน ไม่มีคุยกัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ เป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่เรื่องหน้าที่การงาน ใครประสงค์จะป้องกันการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงอย่างไรมีกฎหมาย เมื่อถามว่าตอนนี้บนโลกโซเชียลตั้งประเด็นโหวตให้เปลี่ยนตัวนายกฯ มองอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า นายกฯมีบทบัญญัติอยู่แล้วว่าจะพ้นจากตำแหน่งด้วยวิธีใดบ้างไม่หวั่นท่าที นโยบายไทยยึดจีนเดียวนายอนุทินกล่าวถึงกรณีการร้องเพลง “เถียนมีมี่” ระหว่างเยือนจีน ทำให้มีข้อกังวลอาจบานปลาย ถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดทางการทูต ที่มองข้ามความอ่อนไหวเรื่องไต้หวันว่า ไทยยืนนโยบาย “จีนเดียว” มาตลอด ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ความร่วมมือต่างๆหากไม่ขัดกับนโยบายไทยไม่ปิดกั้น เพราะสำหรับไทยคือนโยบายจีนเดียว เมื่อถามถึงแถลงการณ์ของไต้หวัน แสดงความผิดหวังกับท่าทีไทยในการ ลงนามในถ้อยแถลงร่วมไทย-จีน ที่อ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน นายอนุทินกล่าวว่า มันเป็นท่าทีของเขา เรารับทราบนโยบาย เรามีความชัดเจน เมื่อถามว่าท่าทีไต้หวันจะส่งผลกระทบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีผลกระทบด้านนั้น เมื่อถามว่าหลังจากนี้รัฐบาลไทยจะมีนโยบายทางการทูตอะไรไปทำความเข้าใจกับไต้หวันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เข้าใจกันอยู่แล้ว เมื่อถามว่าไต้หวันจะมองว่าไทยเอนเอียงไปทางจีน ไปร่วมกดดันเขาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นโยบายของเราจีนเดียว ไม่เอนเอียง เมื่อถามว่ากระแสโซเชียลไต้หวันกำลังมาแรง นายกฯกล่าวว่า กระแสไม่พูดถึง เมื่อถามถึงกรณีไต้หวันจะยกเลิกฟรีวีซ่าไทย ส่งกลับแรงงานไทย ต้องชี้แจงไต้หวันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นโยบายของไทยมีความชัดเจน“ภราดร” ชี้ ผอ.ไอลอว์ติดกับการเมืองนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การที่นายยิ่งชีพขอให้พรรคภท.และ 9 นักการเมืองพรรค ภท.ไม่ฟ้องคดีหมิ่น ประมาท ฟ้องหรือไม่ฟ้องอยู่ที่พรรค ภท.ตัดสินใจ แต่ตนกับนายยิ่งชีพไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน น่าจะพูดคุยกันได้ในฐานะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่โรงเรียน ถือคติไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน แต่น้องจะฆ่าตนหรือไม่ ไม่รู้ เอาเรื่องอะไรมาพูดก็ไม่รู้ ไม่มีหลักฐานใดๆ ไปฟังเขามาพูด และนำเสนอต่อสาธารณะ 9 คนที่ถูกกล่าวหาเสียหายไปแล้ว เมื่อถามว่า นายยิ่งชีพมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองหรือไม่มาเปิดเผยข้อมูล นายภราดรตอบว่า ติดกับดักมากกว่า ไม่น่าจะทบทวนอย่างถี่ถ้วน ไม่รู้ว่าติดกับดักฝ่ายการเมือง เรื่องนี้ถูกเปิดออกมา สส.ในพรรคการเมืองหนึ่งถูกดีเอสไอดำเนินคดีเรื่อง Forex หลังจากนั้นมีการเปิดเรื่องนี้ขึ้นมา ต้องบอกตรงๆว่าเป็นเรื่องเก่า พวกตนเคยถูกแจ้งเป็นผู้ถูกกล่าวหาไว้แล้ว ได้ไปชี้แจงเกือบ 2 ปีมาแล้ว จู่ๆหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา รวมถึงติดกับดักผู้สมัคร สว.ที่อกหักอยู่ในบัญชีสำรอง หากสว.มีเหตุเป็นไป คนที่อยู่ในบัญชีสำรองจะได้เลื่อนขึ้นมาแทน นี่คือผลประโยชน์ทับซ้อนล้านเปอร์เซ็นต์แขวะไอลอว์มาตรฐานตกต่ำ“ผมมองว่าเป็นประเด็นการเมือง และเอาไปยัดใส่มือนายยิ่งชีพ นายยิ่งชีพไม่รู้ตะครุบเหยื่อ เอาข้อมูลดังกล่าวย้อนกลับมาที่พรรคการเมืองอีก” นายภราดรกล่าว เมื่อถามว่านายยิ่งชีพกับพรรคประชาชน (ปชน.) และ สว.สำรองเป็นกระบวนการเดียวกันหรือไม่ นายภราดรตอบว่า คิดว่าคงไม่ เขาคงไม่ทำให้มาตรฐานของไอลอว์ต่ำลงมา จริงๆไอลอว์มีมาตรฐานระยะหลังมาเล่นประเด็นทางการเมือง ไม่รู้จะทำทำไม ถ้าทำอย่างนั้นให้ไปสมัครพรรคการเมืองให้รู้แล้วไป ไม่รู้ว่าเขาอยู่ในกระบวนการหรือถูกชักจูงใดๆหรือไม่“ไอติม” กางไทม์ไลน์คดีฟอเร็กซ์โต้วันเดียวกัน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯที่ตั้งข้อสังเกตฝ่ายค้านเร่งรีบเรื่องคดีฮั้ว สว.ว่า เห็น รมต.ภราดรกล่าวหาผมและพรรคฝ่ายค้านเร่งเครื่องเรื่องคดีโกงสว. หลังมีบุคคลในพรรคถูก DSI แจ้งว่าเชื่อมโยงกับคดี Forex สับสนว่าเรากำลังอยู่ในโลกใบเดียวกันที่ใช้ไทม์ไลน์เดียวกันหรือไม่ ลองไปดูลำดับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกันชัด 13 มิ.ย.เผยแพร่คลิป กกต.เดินเก็บโพยจากผู้สมัคร สว. (รวมถึงประธานวุฒิสภา) ที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง 18 มิ.ย.ตรวจสอบ-ซักถาม กกต.และ DSI ในที่ประชุม กมธ.องค์กรอิสระ กรณีคดีโกง สว. 19 มิ.ย. DSI แถลงข่าวคดี Forex เปิดเผยชื่อ สส.พรรค ปชน. ยืนยันมาตลอดว่า 1.เหตุผลที่ตรวจสอบคดีโกง สว.เพราะเป็นคดีสำคัญ เกี่ยวข้องความพยายามกินรวบระบบการเมืองโดยมิชอบทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลประเทศ 2.เหตุผลที่หลายฝ่ายตรวจสอบเพราะกำลังอยู่ในห้วงเวลา 90 วันตามกรอบกฎหมาย (ก.ค.-ก.ย.) ที่ กกต.กำลังพิจารณา และลงมติชี้ขาดคดีโกง สว.จะไปถึงศาล หรือถูกตัดตอนไปไม่ถึงศาล ทุกคนเห็นได้ชัดจากลำดับเหตุการณ์ว่า เดินหน้าตรวจสอบคดีโกง สว.ตั้งแต่ก่อนที่ DSI จะดำเนินการใดๆเกี่ยวกับ สส.พรรค ปชน.คดีForex หากจะมีฝ่ายใดทำเรื่องอะไรหวังกลบเรื่องตนเอง ตามที่กล่าวหาไม่ใช่ผมแน่นอนตอกรัฐบาลอย่ากลัวถูกตรวจสอบนายรังสิมันต์ โรม สส.ระบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า ที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ มองว่านายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ตกเป็นเหยื่อฝ่ายการเมืองหวังกลบเรื่องนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ที่ถูก DSI แจ้งข้อกล่าวหาคดี Forex ขอฝากไปถึงนายภราดรว่า อย่าคิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนตัวเอง เอาตรงๆเราอย่าไปดูถูกกันเลย ภาคประชาสังคมจะตื่นตัวเรื่องนี้ เอาเรื่องต่างๆมาร้องเรียนกับ กมธ.เรื่องปกติเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งสำคัญวันนี้ท่านเป็นรัฐบาลต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบและใจกว้าง ท่านยิ่งดิ้นออกมา พยายามพูดว่าเป็นเรื่องสมทบกันกับฝ่ายการเมือง ฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง ต้องการกลบเรื่องนายภาวุธต่างๆ ไม่มีประโยชน์อะไร หากมีพยานหลักฐานอะไรขอให้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน อำนาจรัฐอยู่ในมือท่านอยู่แล้ว แต่การฮั้ว สว.หรืออะไรแล้วแต่ อย่ากลัวอย่าหนีการตรวจสอบ เป็นบุคคลสาธารณะควรเปิดให้มีการตรวจสอบได้ สามารถชี้แจงและแสวงหาพยานหลักฐานมาชี้แจงได้อยู่แล้วว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไรปชป.ห่วงข่มขู่ขวางตรวจสอบที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการตรวจสอบการทุจริตฮั้วเลือก สว.ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคปชน.ขับเคลื่อนทำงานพิสูจน์ข้อเท็จจริงไปหลายขั้นตอนแล้ว รวมถึงสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนช่วยสอดส่องตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล สิ่งที่พรรค ปชป.รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งขณะนี้ เริ่มพบสัญญาณและพฤติกรรมลักษณะการข่มขู่ ตลอดจนการพยายามขัดขวางการทำงานของกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบเชิงลึก ยืนยันว่าพรรค ปชป.จะไม่ยอมถอยให้กับการคุกคามดังกล่าว ช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชป.เข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเกาะติดเดินหน้าตรวจสอบกรณีฮั้ว สว.อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง พรรคพร้อมปกป้องทุกคนที่ออกมาทำงานเรื่องนี้ เพื่อให้ความจริงปรากฏ ยึดความถูกต้องที่ปรากฏต่อสังคม ผู้กระทำความผิดต้องรับผิดชอบชงฟื้นคุกเกาะตะรุเตาขังคดีฮั้ว สว.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายบุญรวียมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากญาติผู้ต้องขังนักโทษในเรือนจำต้องทรมานแออัดขัดหลักมนุษยธรรมแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ จึงทำหนังสือถึงนายกฯเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ขอให้เปิดเกาะตะรุเตา อ.เมือง จ.สตูล เป็นเรือนจำแก้ปัญหานักโทษล้นคุก บรรเทาความแออัดนักโทษ ให้ใช้เกาะตะรุเตาเป็นสถานที่จำคุกนักโทษวีวีไอพีที่กระทำความผิด เช่น อดีตนายกฯ คดีฮั้ว สว.และคดีโกงสอบท้องถิ่น คุกเกาะตะรุเตาเคยเป็นเรือนจำรัฐบาลปี 2479 รัฐบาลขณะนั้นสั่งการให้กรมราชทัณฑ์จัดตั้งนิคมฝึกอาชีพนักโทษต่างๆ และนักโทษการเมืองที่ต้องคำพิพากษาโดยเฉพาะปี 2482 รัฐบาลส่งนักโทษการเมืองคดีกบฏบวรเดช กบฏนายสิบมากักบริเวณที่อ่าวตะโละอุดัง มีนักโทษราว 4,000 คน ภูมิประเทศเกาะตะรุเตามีเนื้อที่ 10 ไร่เศษ ไม่จำเป็นต้องใช้งบฯตั้งกำแพงป้องกันนักโทษหลบหนี เหมาะสมฟื้นฟูพื้นที่มาใช้แก้ปัญหาความแออัดในเรือนจำ ขอให้นายกฯรีบดำเนินการ แก้ปัญหานักโทษล้นคุกโดยเร็วมท.สั่งกำนัน–ผญบ.–นอภ.สแกนยิบเมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯและ รมว.มหาดไทยสั่งให้ฝ่ายปกครองอำนวยความสะดวกสูงสุด กรมการปกครองตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกล พร้อมมีมาตรการเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอจะลงพื้นที่ไปดูสภาพความเป็นจริงทุกบ้าน พร้อมกำชับอธิบดีกรมการปกครองให้เจ้าหน้าที่ถ่ายภาพ สภาพบ้าน รถยนต์ไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงสเตตเมนต์บัญชีธนาคาร เพื่อดูเงินหมุนเวียนนำไปใช้ประกอบการอุทธรณ์ ส่วนกรณีประชาชนถูกแอบอ้างชื่อถือหุ้นในบริษัท บัญชีธนาคารหรือสินทรัพย์ต่างๆโดยไม่รู้ตัว ต้องตรวจสอบว่ามีการเซ็นยินยอมหรือไม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการฟอกเงิน บัญชีม้า ธุรกิจสีเทาและนอมินี ไม่ได้จำกัดผู้เข้าร่วมโครงการนี้แต่ตั้งใจคัดกรองผู้มีรายได้น้อยตัวจริงผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ“มาร์ค” จี้ รบ.ตกผลึกก่อนทบทวนให้จบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ปัญหาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เคยทักท้วงให้รัฐบาลทบทวนตัดสิทธิประชาชนมาตั้งแต่ต้น เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลเริ่มตั้งหลักทบทวนเกณฑ์ที่เป็นปัญหา ไม่ว่าเงื่อนไขเป็นเจ้าของรถยนต์ รถจักรยานยนต์หรือเรียน กศน. อยากนำเสนอว่าระหว่างกระบวนการทบทวน รัฐบาลยังไม่ควรตัดสิทธิใครหรือสร้างความกังวลให้ประชาชนที่ได้รับแจ้งถูกตัดสิทธิ จนต้องแบกรับภาระยื่นอุทธรณ์ รัฐบาลควรตั้งหลักทบทวนเกณฑ์ต่างๆให้ชัดเจนตกผลึกก่อน สะสางข้อมูลการครอบครองของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน แล้วค่อยมาทบทวนสิทธิต่างๆทั้งหมด ไม่อยากให้ประชาชนที่ยากลำบากอยู่แล้วและเคยได้รับสิทธิต้องมาสละสิทธิในโครงการ 60:40 หรือต้องมาวิตกกังวล ทุกข์ร้อน มีภาระทำเรื่องอุทธรณ์ จนกว่าเรื่องนี้จะชัดเจน“วรงค์” ฉะ “เอกนิติ–ก.คลัง” ทำพัง2งานนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงว่า รัฐบาลใช้เงินจำนวนมากรวมถึงกู้เงิน 4 แสนล้านบาทอ้างกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กลับมาเข้มงวดกับคนจน ไม่ปฏิเสธบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13 ล้านคนอาจมีคนมีฐานะได้รับสิทธิด้วย แต่การตั้งกฎเกณฑ์ตัดสิทธิมากถึง 6 ล้านคนส่วนใหญ่เป็นคนจน รัฐต้องวางกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน ถ้าปรับหลักเกณฑ์ใหม่แล้วยังเอาคนจนอีกกลุ่มหนึ่งออกไปอีก รัฐบาลอยู่ลำบาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง บอกจะคืนสิทธิให้ไปใช้ไทยช่วยไทยพลัส เงิน 300 บาทสำหรับคนจนมีความหมายมาก ไม่อยากตำหนิ แต่ทำพังมา 2 รอบแล้ว รอบแรกลูกนำค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ไปหักภาษี พ่อแม่ถูกตัดสิทธิ แต่รอบ 2 หนักกว่าพยายามรีดไขมัน ถ้ามองลบคือรัฐบาลถังแตก แต่ถ้ามองด้วยความปรารถนาดี คือจะเอาคนรวยออกจากคนจนแต่ทำได้มั่วมาก นี่คือความไร้ประสบการณ์ของเทคโนแครต คนกระทรวงการคลังภายใต้การกำกับของนายเอกนิติเป็นนักวิชาการอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่เหมือน สส.เจอคนยากคนจนในพื้นที่ กฎเกณฑ์ออกมาไม่ได้ลงไปดูชีวิตคนยากคนจน กระทรวงมหาดไทยให้คนไปสำรวจช้าไปนิด ขอให้เร่งแก้ไขให้ลงตัวค่อยประกาศอีกครั้งปชน.โชว์หั่นงบฯผู้นำฝ่ายค้าน 2.6 ล้านที่รัฐสภา นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.อนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการหน่วยงานของรัฐสภาในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปีงบฯ 2570 เปิดเผยว่า อนุ กมธ.ฯ เสนอตัดงบเดินทางไปต่างประเทศของผู้นำฝ่ายค้านทั้งหมด พร้อมคณะรวม 15 คน ใน 1 โครงการ ถูกวางไว้ที่ 2,616,000 บาท เสนอให้ตัดงบฯส่วนนี้ออกทั้งหมด 100% เพื่อประหยัดงบฯของประเทศ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.เห็นชอบด้วย ในงบฯส่วนดังกล่าวยังมีงบฯเดินทางไปต่างประเทศของประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ พร้อมคณะรวม 15 คน ใน 3 โครงการ คือการเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ลาวและจีน วงเงินรวม 8,088,000 บาท งบฯส่วนนี้ยังถูกคงไว้ตามเดิม“มนพร” สวน กธ.ใช้ตัวเองตัดสินคนอื่นวันเดียวกัน นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.)ให้สัมภาษณ์กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงการโยกย้ายผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯหลายตำแหน่งเพราะไม่สนองนโยบายการเงินมากกว่าการงานว่า พรรค กธ.มักโจมตีกระทรวงเกษตรฯ และการทำงานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ เป็นระยะ มุ่งดิสเครดิตเช่นนี้เพราะพรรค กธ.เคยบริหารกระทรวงเกษตรฯมาก่อน แต่ทำงานไม่สำเร็จ คิดไปเองว่าเป็นเจ้าของที่หรือไม่ จึงมุ่งดิสเครดิตทำลายความน่าเชื่อถือ มาแสดงข้อสงสัยเช่นนี้เพราะใช้แนวทางปฏิบัติสมัยที่พรรค กธ.ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรฯมาใช้เป็นมาตรฐานตัดสินรัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่ เหตุใดจึงไม่พูดถึงข้อเท็จจริงว่าปัญหาหลายอย่างไม่ว่ากุ้ง ปลากะพง ปลาหมอคางดำ โควตานมโรงเรียน เกิดมาตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีพรรค กธ. ยุคนายสุริยะไม่มีซื้อขายตำแหน่งหรือต่อรองผลประโยชน์ หากมีข้อมูลไม่ถูกต้องจริงยื่นให้หน่วยงานตรวจสอบได้ อย่านำข่าวลือหรือข้อสันนิษฐานมาสร้างความสับสนกระทบต่อขวัญกำลังใจข้าราชการโฆษก รบ.ปัดนายกฯยื้อปม ปธ.กสทช.น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ ระบุนายกฯเจตนายื้อหรือถ่วงเวลาดำเนินการตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่ากระบวนการยังอยู่ในชั้นคณะกรรมการสรรหา ยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของนายกฯ คณะกรรมการสรรหาจะมีหนังสือแจ้งมติไปยังประธานวุฒิสภา จากนั้นจึงจะส่งยังสำนักนายกฯ เสนอให้นายกฯนำขึ้นทูลเกล้าฯ การตรวจสอบควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไม่ใช่ตั้งข้อสันนิษฐาน พูดบนความไม่รู้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่