ฝรั่งเศส กลายเป็นประเทศล่าสุดที่เตรียมบังคับใช้มาตรการ แบนการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นประเทศแรกในสหภาพยุโรปที่เดินหน้าจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ของเยาวชน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับพิษภัยของดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อสังคมออนไลน์ต่อสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยชิ้นใหม่จาก มหาวิทยาลัยแคลิ ฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก (UCSF) ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Network Open ตอกย้ำความน่ากลัวของโลกออนไลน์ โดยพบว่า “พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียในลักษณะเสพติด” เชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของอาการโรคสมาธิสั้น (ADHD) ในเด็กชายในการวิจัยครั้งนี้ทีมนักวิจัยได้ติดตามกลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นอเมริกันกว่า 11,000 คน อายุเฉลี่ย 12-16 ปี เป็นเวลา 5 ปี ก่อนพบว่า วัยรุ่นที่มีแนวโน้มใช้โซเชียลมีเดียในลักษณะเสพติดมากขึ้น มีแนวโน้มแสดงอาการ ADHD รุนแรงขึ้นในปีถัดมา โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กชายอายุ 14–15 ปี ขณะที่ไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าอาการ ADHD เป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กหันไปใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้นนักวิจัยอธิบายว่า “การใช้โซเชียลมีเดียแบบเสพติด” มีลักษณะคล้ายการติดสารเสพติด เช่น หมกมุ่นอยู่กับการใช้งานตลอดเวลา มีอาการกระวนกระวายเมื่อไม่ได้ใช้ ต้องการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ อยากหยุดแต่ทำไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อการนอน การเรียน และความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันความเชื่อมโยงนี้เด่นชัดในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะพัฒนาการของวัยรุ่นชายที่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้น การแสวงหาความตื่นเต้น และความพึงพอใจแบบฉับพลันมากกว่า ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความตื่นเต้นและให้ความพึงพอใจในทันที เอื้อให้เกิดการเปลี่ยนสลับความสนใจไปมารวดเร็ว ส่งผลต่อสมาธิ ความจำ และกระบวนการควบคุมตนเอง โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาสมองและทักษะทางอารมณ์ผลการศึกษานี้เป็นสัญญาณเตือนภัยถึงผู้ปกครองว่า ควรให้ความสำคัญกับรูปแบบการใช้งานโซเชียลมีเดียของบุตรหลาน ไม่ใช่เพียงจำนวนชั่วโมงที่ใช้หน้าจอ โดยเฉพาะสัญญาณของการขาดการควบคุมตนเอง ที่สำคัญ ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้งานเทคโนโลยี เพื่อช่วยปกป้องเด็กๆ จากภัยดิจิทัลที่ลุกลามในปัจจุบัน. อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม