ปัจจุบันน้ำดื่มที่มีส่วนผสมของวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ ซี อี หรือคอลลาเจน หรือโพรไบโอติก กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ เพราะนอกจากจะได้ดื่มน้ำดื่มเย็นๆ ดับกระหายคลายร้อนแล้ว ยังได้รับประโยชน์จากวิตามินต่างๆเสริมเข้ามาด้วยในท้องตลาดมีให้เลือกซื้อได้หลากหลายกลิ่น รส หลายยี่ห้อ และประโยชน์ที่ต้องการจะได้รับ เช่น หากเลือกซื้อน้ำดื่มผสมวิตามินซี ก็เพราะต้องการให้เสริมหลอดเลือดให้แข็งแรง ช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ สร้างคอลลาเจน ช่วยควบคุมระดับคอเลสเทอรอล บำรุงผิวพรรณ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงมากขึ้นช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาท เป็นต้น ปกติร่างกายได้รับวิตามินซีจากการทานผัก ผลไม้ เช่น มะนาว มะกรูด มะขามป้อม มะเขือเทศ พริกหวาน ผักคะน้า กะหล่ำ ฝรั่ง ส้ม สตรอว์เบอร์รี ส้มโอ ตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่หากได้รับจากน้ำดื่มผสมวิตามินซี จะทำให้ได้วิตามินซีเสริมที่ทั้งสะดวกและทานง่ายกว่าผักหรือผลไม้ประเทศไทยกำหนดค่า THAI RDIs หรือสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทยอายุ 3 ปีขึ้นไปว่าปริมาณวิตามินซีที่แนะนำ ให้ได้รับต่อวันอยู่ที่ 100 มิลลิกรัม ซึ่งไม่ควรขาดหรือเกินไปจากนี้มากนัก เพราะหากร่างกายได้รับวิตามินซีมากไปก็จะเป็นโทษ แต่หากขาดก็จะทำให้เกิดอาการเลือดออกตามไรฟัน เหงือกอักเสบ ผิวหนังแห้งแตกเป็นสะเก็ด แผลหายช้า เลือดกำเดาไหล หรืออาจเป็นโรคลักปิดลักเปิดได้ สถาบันอาหารได้เก็บตัวอย่างน้ำดื่มผสมวิตามินซีบรรจุขวดพลาสติก จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อ ที่วางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต เขตกรุงเทพฯ เพื่อนํามาวิเคราะห์วิตามินซี ผลการวิเคราะห์พบว่ามีน้ำดื่มผสมวิตามินซี 4 ตัวอย่าง ที่พบวิตามินซี และพบอยู่ในช่วง 22.55-320.22 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร และมี 1 ตัวอย่างที่ไม่พบวิตามินซีเลยแม้ในฉลากจะระบุว่ามีวิตามินซีก็ตาม ที่เป็นเช่นนี้อาจเพราะผู้ผลิตใช้กระบวนการผลิต หรือการเก็บรักษา หรือขนส่งในสภาวะที่ไม่เหมาะสม ทำให้วิตามินซีสลายตัวไปจนหมด ไม่สามารถคงปริมาณไว้ในผลิตภัณฑ์ได้ เห็นข้อมูลอย่างนี้แล้ว เลือกซื้อยี่ห้อที่เรามั่นใจในคุณภาพจะดีกว่า. ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย