คดีแอร์การบินไทย ขนยาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลีย สร้างความเสียหายให้กับแบรนด์สายการบินแห่งชาติยับเยิน! บุคลากรการบิน ทั้งนักบิน สจ๊วต แอร์โฮสเตส กราวด์ และเจ้าหน้าที่ต่างๆ ต้องเดินทางอย่างยากลำบาก ท่ามกลางสายตาที่จับจ้อง และคำถามว่า มันขนยามาหรือเปล่า?กลายเป็นวิกฤติภาพลักษณ์ถ้าสืบสวนสอบสวนแล้วพบว่า “แอร์มีนา” ไม่มีส่วนรู้เห็นว่า กระเป๋าผ้าลายช้างมียาเสพติดเจือปนอยู่ เรื่องราวน่าจะเบาลงหน่อยแต่ไม่ได้หมายความว่า จะหลุดพ้นข้อหาขนเฮโรอีนปริมาณ 900 กรัมเข้าประเทศออสเตรเลีย ยังต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแก้ข้อกล่าวหานำเข้ายาเสพติด ที่มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต!ขณะที่เจ้าหน้าที่ไทยสารพัดหน่วยงาน ทั้งตำรวจ บช.ปส. ตำรวจนครบาล ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ต่างเร่งขยายผลล่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายนี้ จนตามลากคอผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีได้หลายคนเกี่ยวกับคดีแอร์มีนามั่ง ไม่เกี่ยวมั่ง ก็ว่ากันไป?แต่ผู้ต้องหาทุกคนดูเหมือนยอมติดคุกหัวโต ไม่กล้าซัดทอดผู้จ้างวานที่อยู่เหนือตัวเองขึ้นไป เนื่องจากกลัวความปลอดภัยในสวัสดิภาพนอกจากนี้ผลการคลี่คลายคดีภาพรวมเป็นไปในทางที่ว่า “แอร์มีนา” น่าจะโดนหลอกให้ขนกระเป๋าผ้าจำนวน 12 ใบไปยังประเทศออสเตรเลีย ด้วยค่าจ้างแค่หลักพัน!นอกจากนี้ยังไม่พบเงินถุงเงินถังก้อนโตในบัญชี เหมือนคนในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติควรจะมีแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้ประเทศไทยกลายเป็นที่จับจ้อง เพราะเป็นต้นทางการขนย้ายยาเสพติดสารพัดชนิดจากสามเหลี่ยมทองคำไปสู่ตลาดโลก!ไม่รีบแก้ปัญหาตอนนี้ คงต้องเปลี่ยนจาก “สยามเมืองยิ้ม” เป็น “สยามเมืองยา” แทน?สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม