“อนุทิน” ทำขึงขังเรียก รมต. พรรค ภท.-พท.หารือนอกรอบขันนอตสร้างผลงาน สั่งกำชับกลางวง ครม.ต้องเร่งตีปี๊บโชว์ผลงานให้ชาวบ้านรับรู้เยอะๆ รับการสื่อสารคือจุดอ่อนแต่ยังแก้ไขได้ ป้อง “ศุภจี” ไม่ได้หาย ยังลุยงานทุกวัน “ภราดร” ลั่นลูกเทพขอเวลาทำงานพิสูจน์ตัวเอง ย้ำ ภท.ไม่มีปัญหาศึกใน “ยศชนัน” บอกยังไร้สัญญาณปรับ ครม. “จุลพันธ์” การันตีผลงาน รมต.พท.เดินหน้าตามเป้า “ไอติม” แซะผู้นำอย่าลืม รมต.ดีอี โลกลืมไม่ลง บี้นายกฯรับผิดชอบหาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านขัด รธน. “ปกรณ์” การันตี รบ.ทำถูกต้อง มั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด คลำหาช่องปะผุงบฯรัฐ เล็งรื้อเกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ หั่นเหี้ยนตำแหน่งธุรการ-เสมียน พร้อมโละค่ารักษาพยาบาลใช้ระบบประกันสุขภาพแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว. มหาดไทย เรียกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) เข้าร่วมหารือนอกรอบก่อนการประชุม ครม. พร้อมสั่งการเร่งรัดในที่ประชุม ครม.ให้ รมต.เร่งปรับปรุงแก้ไขการสื่อสาร ประชา สัมพันธ์ผลงานให้ประชาชนได้รับทราบมากที่สุดนายกฯเรียก รมต.ภท.–พท.กินโจ๊กเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เข้าทำเนียบรัฐบาลเตรียมเป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมนายกฯ เรียกรัฐมนตรีทั้งของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ขึ้นหารือบนตึก อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน จากนั้นเวลา 10.00 น. นายอนุทินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมรัฐมนตรีเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 ประชุม ครม. ผู้สื่อข่าวถามว่า เชิญรัฐมนตรีพรรค ภท. และพรรค พท.เข้าพบแจ้งเรื่องงานและการปรับ ครม. นายอนุทินหัวเราะกล่าวว่า “ไปทานโจ๊ก” รัฐมนตรีที่เดินมาด้วยพากันหัวเราะตาม ทั้งนี้ มี ครม.ลาประชุม คือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯกำชับ ครม.ตีปี๊บอวดผลงานเยอะๆต่อมาเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย อนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของรัฐมนตรีหลังกระตุ้นให้รัฐมนตรีเร่งประชาสัมพันธ์ผลงานว่า มันคึกคักมาตลอดอยู่แล้ว เพราะทุกคนทำงานเต็มที่ ในรัฐบาลนี้ตนเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้พูดให้ ครม.รับฟังว่าช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง เพื่อแสวงหาความร่วมมือซึ่งกันและกัน การประชุม ครม.วันนี้ได้กำชับให้ทุกท่านได้สื่อสารการทำงานให้ประชาชนรับทราบเยอะๆ การประเมินผลงานจะรวมถึงพรรค พท.ด้วย วันนี้พูดคุยกัน ขอให้ทุกท่าน ได้ร่วมกันสื่อสารการทำงานกระทรวงตัวเองให้ประชาชน รับทราบ และให้กรมประชาสัมพันธ์ ทีมโฆษกรัฐบาล ประสานกับโฆษกของแต่ละกระทรวงเผยแพร่ผลงาน หมายรวมไปถึงทีมโฆษกรัฐบาลด้วย ถือว่าทั้งทีมงาน ออกมาก็เยอะสิ่งที่ดีๆออกมาเป็นผลงานเป็นประโยชน์กับประเทศ ประชาชน เป็นที่สร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติเยอะไปหมด แต่ทำไมอยู่ในวงเล็ก ต้องขยาย ออกไปเป็นวงใหญ่ และยิ่งดีหากมีตัวเลขประกอบข้อมูลประกอบ จะยิ่งทำให้เป็นดิจิทัลฟุตพรินต์รับการสื่อสารเป็นจุดอ่อนที่ยังแก้ได้เมื่อถามว่า เริ่มเห็นเค้าลางการปรับ ครม.แล้ว หรือยัง นายอนุทินตอบว่า “ยังครับ” เมื่อถามย้ำว่า เวลาเหมาะสม 1 ปี 6 เดือน หรือ 4 เดือน นายอนุทิน กล่าวว่า เราดูที่ผลงานเป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องหน้าสื่อ อย่างเดียว มันประเมินนโยบายและการทำงานลงไป ถึงประชาชนคือเป้าหมายหลัก ยอมรับจุดอ่อนการ ทำงานของรัฐบาลคือการสื่อสาร แต่เป็นจุดอ่อนที่ยัง สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ประเมินการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติจะได้มาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “นี่ฝ่าย บริหาร” ส่วน สส.เป็นคนที่ประชาชนเลือกเข้ามา การประเมินเขาคือการเลือกตั้ง ถ้าตนมองว่ายังทำงาน ไม่เต็มที่ จะบอกเขาว่าต้องทำงานให้เข้มข้นมากกว่านี้ ส่วนจะมีโอกาสได้มาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่อยู่ที่ผลงาน ฝีมือและสถานการณ์ อย่าเพิ่งไปคิดไกลอย่างนั้น ทำงานด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกันนายอนุทินกล่าวว่า วงหารือ รมต.ช่วงเช้าไม่มีใคร ระบายอะไร เป็นสปิริตการทำงานที่ดี ทำงานกันมา 2-3 เดือน ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความคุ้นเคยเกิดขึ้น การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตนเชิญนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน มาเพื่อจะถามเรื่องที่เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาแต่ยังทำไม่เสร็จ นายจุลพันธ์เชิญนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต รมช.มหาดไทย มาด้วย ก็ดีใจได้เจอกัน เป็นบรรยากาศการทำงานร่วมกันที่ดี“ศุภจี” แจงไม่ได้หายไปไหนทำงานทุกวันด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณีโลกโซเชียลถามหา รมว.พาณิชย์ว่า หายไปไหน โดยนางศุภจีโบกมือทักทายผู้สื่อข่าวก่อนบอกว่า “อยู่นี่ไม่ได้หายไปไหน ทำงานทุกวัน” ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 ก.ค.เพจกระทรวงพาณิชย์โพสต์ข้อความว่า อยากรู้ว่า “ศุภจีหายไปไหน” ติดตามได้ในเพจกระทรวงพาณิชย์ทุกวัน ทำให้มีแฟนเพจและชาวโซเชียลเข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมากต่อมาเวลา 15.15 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทินเข้าประชุมพรรคประจำสัปดาห์ เดินทางมาพร้อมนางศุภจี ผู้สื่อข่าวสอบถามนางศุภจีหลังโซเชียลตามหา นางศุจีตอบว่า “พี่แต๋มอยู่นี่ ก็อยู่นี่ไงคะ” พร้อมโบกมือทักทายสื่อ ก่อนนายอนุทินกล่าวเสริมว่า “ศุภจีไม่หาย” ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะนายกฯกำชับให้สื่อสารเพิ่มหรือไม่ เพจเฟซบุ๊กกระทรวงพาณิชย์เคลื่อนไหว นางศุภจียืนยันว่า “ไม่มีอะไร ทำงานทุกวัน” ก่อนขอตัวขึ้นไปประชุม“พัฒนา” ขอสื่ออย่าลืม “สรรเพชญ” ลุยหนักนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีนายกฯให้รัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค ภท.เร่งประชาสัมพันธ์ผลการทำงาน อย่าให้เป็นรัฐมนตรีโลกลืม โดยนายพัฒนากล่าวต่อผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า “ใครลืมก็ได้นักข่าวอย่าลืมนะ” พร้อมทำสัญลักษณ์มินิฮาร์ทนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม กล่าวว่า ครม.ทำงานเต็มที่เพื่อตอบสนองนโยบายนายกฯ เมื่อถามว่านายกฯส่งสัญญาณปรับ ครม.หรือไม่ นายสรรเพชญตอบว่า เป็นการกระตุ้นให้ทำงาน นายกฯเน้นย้ำต้องทำงานให้มากขึ้นและตรงจุด ขอย้ำว่า ครม.ทำงานอย่างหนัก แต่ต้องสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ“สุชาติ” ไม่หวั่นถูกมองเป็น รมต.โลกลืมนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯกล่าวว่า การปรับ ครม.เป็นอำนาจนายกฯ เราเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ทุกสิ่งอย่างอยู่ที่ผู้บังคับบัญชาไว้เนื้อเชื่อใจมากกว่า ตื่นมาก็ตั้งตาทำงาน อาทิ ไปดูโมเดลภูเก็ตที่นายกฯกำชับให้ทวงคืนหาดต่างๆ ให้ประชาชน ได้ดำเนินการและรายงานให้นายกฯอย่างต่อเนื่อง หลังให้สัมภาษณ์นายสุชาติหันไปแซวนายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมว่า “ถ้าอธิบดีไม่มีผลงาน ผมก็ลืมเหมือนกัน” ทำให้นายพิรุณหัวเราะพร้อมยกมือไหว้ก่อนตอบว่า “ทำงานเต็มที่ครับ”“ภราดร” ลั่นขอเวลาลูกเทพทำงานนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า 3 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลเจอความท้าทายหลายเรื่อง รัฐมนตรีเองควรต้องพยายามสื่อสารกับประชาชนในประเด็นทางสังคมต่างๆให้ละเอียดและสร้างความเข้าใจให้มากขึ้น เมื่อถามว่าเป็นหนึ่งในลูกเทพถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน นายภราดรกล่าวว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ คน 3 เดือนที่ผ่านทุกคนในรัฐบาลชุดนี้ พยายามทำงานเต็มที่ ปลายทางสุดท้ายต้องมาวัดกันอีกครั้งว่า สำเร็จมากน้อยแค่ไหน แต่ยืนยันการเมืองภายในพรรคไม่มีแน่นอน นายอนุทิน หัวหน้าพรรค และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เลขาธิการพรรค เป็นเบอร์หนึ่งกับเบอร์สองของพรรคอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม แกนนำใหญ่ ได้ออกมาให้ข่าวแล้วว่าพรรคเป็นปึกแผ่นไม่มีรอยร้าวใดๆ“ยศชนัน” บอกยังไร้สัญญาณปรับ ครม.ขณะที่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เตรียมวัดเคพีไอรัฐมนตรีของพรรค ภท. ขณะนี้พรรค พท.ได้รับสัญญาณปรับครม.แล้วหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณปรับ ครม.“หนิม” พอใจ รมต.พท.เป็นตามเป้านายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า การวัด KPI รมต.มีอยู่ตลอดอยู่แล้ว ต้องทบทวนตัวเองและดูการทำงานที่ผ่านมา พยายามขับเคลื่อนให้ดีที่สุด สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ชี้วัด นายกฯผู้กำกับดูแลรัฐบาลคงติดตามอยู่แล้ว การพูดคุยกันกับนายกฯเพียงแค่พูดคุยถึงการทำงานในภาพรวม ฝั่งพรรค ภท.กำชับรัฐมนตรีโลกลืม แต่พรรค พท.เรายังไม่มีเหตุ พวกเราพยายามขับเคลื่อนการทำงานเต็มที่ เมื่อถึงเวลาต้องมานั่งดูทบทวนกัน แต่ยังไม่ใช่เวลานี้ 3 เดือนที่ทำงานมาเป็นไปตามเป้าหมาย จะรวบรวมผลงานเพื่อสื่อสารต่อสังคมว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง วาดภาพให้สังคมเห็นในวิสัยทัศน์ และทิศทางของหน่วยงานในกำกับดูแล สิ่งสำคัญคือการสื่อสารกับประชาชน นายกฯเน้นย้ำในที่ประชุม ครม.ว่าอะไรที่ทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรืออะไรขับเคลื่อนออกไปแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ต้องสื่อสารให้ชัดเจน พวกตนจะพยายามสื่อสารให้ดีขึ้นรบ.เล็งปรับเกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กล่าวถึงแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด จะให้มีผลทันทีภายในปีงบฯปี 70 ว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากรายจ่ายประจำสูงเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลมีงบฯใช้จ่ายลงทุนและช่วยเหลือประชาชนน้อยลง กลายเป็นปัญหา จึงมีแนวคิดลดจำนวนข้าราชการลงผ่านระบบสมัครใจ จะพยายามทำเร็วที่สุด จะทำควบคู่กับการปรับลดอัตราตำแหน่งในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น เหตุผลนอกจากเรื่องงบฯ ขณะนี้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ทดแทนงานปกติประจำวัน จึงยกเลิกบางตำแหน่งได้ แต่ไม่ได้มุ่งมั่นให้เกิดความโกลาหล ค่อยเป็นค่อยไป หลักเกณฑ์อายุเออร์ลี่รีไทร์ เดิมต้องมีอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปีขึ้นไปหรืออายุ 55 ปีขึ้นไป แต่พิจารณาจากทักษะ การเปลี่ยนความสามารถ อายุ 50 คงยาก หากเป็นอายุ 40 ปีจะรีสกิลตัวเองได้ มองว่าไม่ควรปิดว่าอายุเท่าไหร่ ใครขอก่อนขอหลัง เมื่อถามว่าหากตัวเลขไม่เป็นไปตามเป้า จะรีดจำนวนผู้เออร์ลี่รีไทร์หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ต้องดูกันอีกที แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการบังคับ จะใช้สิ่งจูงใจเป็นที่ตั้ง รวมถึงการอัปสกิล รีสกิล เป็นตัวนำล็อกเป้าลดอัตราธุรการ–เสมียนเมื่อถามว่าตำแหน่งใดบ้างที่อาจปรับลด นายปกรณ์กล่าวว่า ยกตัวอย่างเช่น พนักงานพิมพ์ปัจจุบันบุคลากรทุกคนมีทักษะใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือในการพิมพ์อยู่แล้ว รวมถึงงานธุรการ ใช้เทคโนโลยีเข้ามาได้ แต่ยืนยันจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากัน ไม่มีการกำหนดกรอบเวลาว่าจะทำแล้วเสร็จเมื่อใด ไม่ใช่ทำในวันนี้พรุ่งนี้ อาจใช้เวลาสักระยะ จะเริ่มต้นจากข้าราชการพลเรือนก่อน และหากเป็นประโยชน์จะขยายไปใช้ในหน่วยงานอื่นๆ เช่น ท้องถิ่น องค์การมหาชน ทหาร ตำรวจ ปัจจุบันทั้งทหารและตำรวจดำเนินการอยู่ ส่วนการปรับระบบสวัสดิการ การรักษาพยาบาลของราชการ จะเปลี่ยนมาใช้เป็นระบบประกันสุขภาพแทน คุมวงเงินได้ชัดเจนแต่ละปีใช้งบฯเท่าใด และจะส่งเสริมธุรกิจประกันภัยภายในประเทศ จะเกื้อหนุนระบบเศรษฐกิจโดยรวม จะทำให้ไทยเป็น Medical Hub เพราะหากระบบประกันสุขภาพดี ธุรกิจการรักษาสุขภาพ จะดีไปด้วย เรื่องนี้ต้องพูดคุยกับกรมบัญชีกลาง คปภ.และ กบข.ไปพร้อมกัน ขณะที่สิทธิ์การรักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวข้าราชการ ขอคงไว้ก่อน ยังไม่มีพูดคุยในรายละเอียดและจะเริ่มใช้ในข้าราชการที่เข้ามาบรรจุใหม่ ส่วนข้าราชการเดิมจะเป็นตัวเลือกให้มั่นใจทำถูก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในวันที่ 9 ก.ค. รัฐบาลได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้วหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ไม่มี เพราะไม่คิดว่าเราทำอะไรผิด เมื่อถามว่าหากผลออกมาเป็นลบจะดำเนินการอย่างไร นายปกรณ์กล่าวว่า ยังไม่รู้ แต่เราทำเต็มที่ของเรา และนายกฯยืนยันว่า เราทำถูกต้องแล้ว ไม่ต้องกลัวอะไร เมื่อถามว่าจะต้องไปรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ขณะนี้นายกฯยังไม่ได้มอบหมาย“ไอติม” ซัด ปธ.สภาฯแทงกั๊ก–เตะถ่วงที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีไม่มีการประชุมร่วมรัฐสภาสัปดาห์นี้ว่า เดิมประธานรัฐสภาเคยนัดประชุมร่วมไม่เป็นทางการไว้ช่วง วันที่ 7-8 ก.ค. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อทุกฝ่ายเห็นควรรอร่างภาคประชาสังคม แต่ประธานรัฐสภาไม่นัดประชุมวิป 3 ฝ่ายหารือวาระ เหตุผลหนึ่งที่ไม่กระตือรือร้น เพราะวาระหนึ่งที่ค้างอยู่ในการประชุมเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา มาตรา 236 ให้ตัดดุลพินิจหรืออำนาจประธานรัฐสภาปัดตกคำร้องสมาชิกรัฐสภาหรือภาคประชาชน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ ป.ป.ช.ได้ เปิดช่องให้รัฐบาลและ ป.ป.ช.ฮั้วกันได้ หาก ป.ป.ช.ไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้เต็มที่ วันหนึ่งภาคประชาชนยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.กรณีดังกล่าวอาจทำให้รัฐบาลอาศัยมือประธานรัฐสภาจากพรรคเดียวกัน ปัดตกคำร้อง และคำร้องพรรคฝ่ายค้าน และ สว.บางส่วนที่ขอให้ประธานรัฐสภายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ถึงไหนแล้ว ยื่นไปหลายสัปดาห์แล้ว ซึ่งในอดีตใช้เวลาแค่ 6 สัปดาห์ ไม่ควรใช้เวลามากกว่านั้น หวังว่าจะไม่ปัดตกแขวะผู้นำอย่าลืม รมต.ดีอีโลกลืมไม่ลงนายพริษฐ์กล่าวถึงผลงานรัฐบาลที่นายกฯระบุอาจมีบางคนเป็นรัฐมนตรีโลกลืม อีกมุมนอกจากรัฐมนตรีโลกลืมแล้ว นายกฯอย่าลืมรัฐมนตรีบางคนที่ผลงานโลกลืมไม่ลงจริงๆ เช่น รัฐมนตรีดีอี ที่มีผลงาน TH-AI Passport เต็มไปด้วยข้อพิรุธและยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือแม้กระทั่ง รมว.มหาดไทยถูกตั้งคำถาม กำลังตรวจสอบการทุจริตท้องถิ่น รวดเร็วเพียงพอสาวไส้ไปถึงผู้บงการได้หรือไม่ ส่วนที่นิด้าโพลระบุพรรค ปชน.คะแนนนิยมมาเป็นอันดับ 1 แต่คะแนนลดลงจากครั้งที่แล้ว เรานำทุกข้อมูลมาประกอบการการยกระดับการทำงานของพรรค เราทำหน้าที่แกนนำพรรคฝ่ายค้าน หน้าที่หลักทั้งการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน อีกส่วนพยายามนำเสนออีกทางเลือกหนึ่งให้สังคมได้เห็นว่า หากสมมติมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปแล้ว หากไม่พอใจผลงานของรัฐบาลนำโดยพรรคสีน้ำเงิน ณ เวลานี้ ทางเลือกอื่นที่มีอยู่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่าได้อย่างไรบี้ “อนุทิน” รับผิดชอบถ้า พ.ร.ก.กู้เงินขัด รธน.นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า ศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมลงมติวินิจฉัยคำร้องที่ สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องให้วินิจฉัย รัฐบาลออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯวงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ว่า จุดยืนพรรค ปชน.ไม่อาจเห็นด้วยได้ หากศาลวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบ 2 ส่วนคือ 1.การรับผิดชอบทางการคลัง ว่าเงินที่กู้ไปแล้วต้องดำเนินการอย่างไร และ 2.ความรับผิดชอบทางการเมือง หากเราพยายามจะอ้างอิงธรรมเนียมปฏิบัติก่อนหน้านี้ กรณี พ.ร.ก.ถูกคว่ำโดยสภาฯ นายกฯต้องยุบสภาหรือลาออก แต่กรณีนี้หากศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญจะไม่ใช่ถูกคว่ำโดยสภาฯ แต่ถูกคว่ำโดยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีเหตุการณ์ในอดีตที่นำมาอ้างอิงได้ แต่นายกฯ หรือรัฐบาลต้องรับผิดชอบทางการเมืองทางใดทางหนึ่ง“วันนอร์” ชงไล่ยุบทิ้ง กอ.รมน.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 มีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรค ภท. รองประธาน กมธ.เป็นประธานการประชุมพิจารณางบฯมาตรา 7 สำนักนายกฯในส่วนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ ในฐานะ กมธ. อภิปรายว่าภารกิจ กอ.รมน.ปัจจุบันทำอะไร ยิง สส.ใช่หรือไม่ คดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีหลักฐานพยานชัดเจนว่าเป็นคนและรถของ กอ.รมน. มองว่า กอ.รมน.ไม่จำเป็นแล้ว ไม่มีภารกิจใดเป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นหน่วยงานว่างงาน ถึงเวลาตัดหน่วยงานที่ไม่จำเป็นออก เชื่อว่ารัฐบาลจะเบาภารกิจลงได้ วันนี้ สส.ชายแดนภาคใต้กลัว กอ.รมน. เพราะมี สส.ถูกยิง กอ.รมน.ใช้งบฯมาทำลายชีวิตผู้แทนฯ อย่าพิจารณาว่าตัดงบหรือไม่ แต่ควรพิจารณาตัดหน่วยงานที่ไม่จำเป็นออก กอ.รมน.ทำงานมาตั้งแต่ปี 49 ใช้งบรัฐไปเท่าใด มีผลงานคุ้มกับงบฯที่ใช้หรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นก็ตัด อย่าคิดเป็นหน่วยงานที่มีอยู่แล้วต้องมีต่อไป เอางบที่ให้ กอ.รมน.ไปช่วยคนยากจน คนเจ็บไม่ดีกว่าหรือเลขาฯ กอ.รมน.ยันไม่มีเบิกงบฯทหารผีพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. ชี้แจงว่า กอ.รมน.พร้อมรับคำติชม พร้อมยินดีปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพต่อไป ประเด็นค่าตอบแทนกำลังพลในพื้นที่ที่ถูกมองเป็นยอดผี ซ้ำซ้อนกับตำแหน่ง ยืนยันไม่มีซ้ำซ้อน เช่น ตนสวมหมวก 2 ใบเป็นเสนาธิการทหารบกด้วย ไม่เกี่ยวกับงบที่ให้ในพื้นที่ภาคใต้ แต่งบที่จัดสรรจะให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งเท่านั้น เรื่องยอดทหารผีตนจริงจัง ซีเรียสไม่อยากให้ใครเอาเปรียบใคร ได้ส่งจเรทหารตรวจสอบทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ หากจับได้จะลงโทษเต็มอำนาจที่มี ส่วนงบที่ตั้งแล้วไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ถูกส่งคืนทุกปี“วทันยา” บี้ตั้งงบฯซื้อคลาวด์ซ้ำซ้อนด้าน น.ส.วทันยา บุนนาค กมธ.จากพรรค ปชป.ตั้งคำถามสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA พบว่าซ้ำซ้อนในการจัดซื้อระบบคลาวด์ (Cloud) ของภาครัฐ DGA ตั้งงบฯในแผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลรวม 106.7 ล้านบาท แบ่งเป็นงบจัดหาคลาวด์ 83.7 ล้านบาท ค่าบำรุงรักษา (M&A) 3 ล้านบาท และระบบเชื่อมต่อ VPN อีก 20 ล้านบาท แต่ตรวจสอบพบว่ากระทรวงดีอี จัดทำโครงการจัดซื้อระบบคลาวด์รวมมูลค่าสูงถึง 4,980 ล้านบาท อยู่ในแผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลเดียวกัน จึงขอให้ DGA ชี้แจงให้ชัดเจนว่าบทบาทภารกิจระหว่าง DGA และกระทรวงดีอี หน่วยงานใดจะเป็นหน่วยงานกลางที่ให้บริการและเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร จะบริหารจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้เงินงบฯทับซ้อนย้อนแย้งกันในอนาคตนายกฯบอก กอ.รมน.อยู่คู่ชาติยุบไม่ได้ต่อมาเวลา 17.10 น. ที่พรรค ภท.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ อภิปรายในที่ประชุม กมธ.งบฯปี 2570 เสนอให้ยุบกอง กอ.รมน.เพราะภารกิจงานซ้ำซ้อน มีผลงานเด่นยิง สส.ว่า ให้ไปถามนายวันมูหะมัดนอร์ ยังไม่ได้พูดคุยกับท่านเลย ท่านเป็นคนในพื้นที่เวลามีเหตุการณ์อะไร สะท้อนความรู้สึกออกมา เราต้องชี้แจงอธิบายกัน เชื่อว่าทุกฝ่ายทำงานเต็มที่ เมื่อถามว่านายวันมูหะมัดนอร์เสนอให้ยุบ กอ.รมน.จะกลายเป็นประเด็นอ่อนไหวหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ ขออย่าไปคิดแบบนั้น เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าได้พูดคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์เบื้องต้นหรือไม่ในการให้ยุบ กอ.รมน. นายกฯตอบว่า “มันจะไปยุบได้อย่างไร อยู่คู่ชาติไทยมาตั้งกี่ปีแล้ว”ครม.โยก “ปิยะศิริ” นั่งปลัดยุติธรรมเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติตามที่สำนักเลขาธิการนายกฯ (สลน.) เสนอให้รับโอนนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกฯ หลังดำรงตำแหน่งปลัด ยธ.ครบ 4 ปี และมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอรับโอนนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นต้นไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่