คดีตัวอย่าง ศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุกผู้จัดการธนาคารดังเมืองพัทยา พร้อมลูกน้องรวม 4 คน เอื้อจีนเทาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เปิดบัญชีม้ารับโอนเงินจากเหยื่อ หลอกตุ๋นคนไทยเสียหายนับร้อยล้าน โดนไปจุกๆติดคุกหัวโตคนละ 13 ปี ส่วน 2 คนจีนโดนไปคนละ 5 ปี ด้านสาวไทยทำหน้าที่เอเย่นต์จัดหาเจอคุก 6 ปี ขณะที่หนุ่มเจ้าของบัญชีตัวจริงไม่รอดเช่นกัน เจอคุก 1 ปีด้วยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ว่า ศาลจังหวัดพัทยา ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. คดีดำ ที่ อ.968/2568 และคดีแดง ที่ อ.726/2569 ตัดสินลงโทษจำเลย 8 คน ฐานความผิดหลายข้อหา อาทิ การจัดหาบัญชี, เปิดหรือยินยอมให้ใช้บัญชี, สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลเท็จทางคอมพิวเตอร์, ฟอกเงิน และปลอมเอกสารสิทธิ จำเลยทั้ง 8 คน เกี่ยวข้องกับการจัดหาบัญชีธนาคารเพื่อใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงความผิดฐานสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และปลอมแปลงเอกสารศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่า จำเลยเป็นผู้จัดการสาขาและพนักงานธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ประกอบด้วย 1.นายสุรสิทธิ์ หมั่นวิชา ผู้จัดการสาขา 2.น.ส.สิริลักษณ์ วิริยะรัศมี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด 3.น.ส.ชุติมา เถาว์ทิพย์ พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ และ 4.นายทรงพล อักโขพันธ์ พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ ให้รับโทษจำคุกคนละ 13 ปี จากการมีส่วนช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีให้กลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งภายหลังถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ส่วนจำเลยรายอื่น ศาลพิพากษาให้นายตัน เกาบิน และนายชิ ชุน สง ทั้งคู่สัญชาติจีน ทำหน้าที่จัดหาบัญชี จำคุกคนละ 5 ปี นายณรงค์ฤทธิ์ ต่อมใจ ทำหน้าที่ให้ยืมบัญชีธนาคาร จำคุก 1 ปี และ น.ส.มลธิดา จันทะยานี ทำหน้าที่เอเย่นต์จัดหา จำคุก 6 ปีคดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2568 พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ อดีต ผบก.สส.ภ.2 นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค 2 และตำรวจ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าตรวจค้นและเก็บพยานหลักฐานภายในธนาคารแห่งหนึ่ง ริมถนนสุขุมพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เชิญตัวระดับผู้จัดการสาขา และพนักงานธนาคาร รวม 4 คน ไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการเปิดบัญชีให้ชาวจีนที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยว ผลการสืบสวนพบว่า ธนาคารสาขาดังกล่าวได้เปิดบัญชีต้องสงสัยมากกว่า 100 บัญชี ก่อนถูกนำไปใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากผู้เสียหายในคดีหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาทภายหลังการจับกุม พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน สรุปสำนวนการสืบสวนสอบสวน และนำตัวกลุ่มผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดพัทยา เพื่อฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากจำเลยทั้งหมดยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทนายความของผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาต และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนถึงวันที่ศาลชั้นต้นตัดสินคดี จากนี้ทนายความจะทำเรื่องประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นอุทธรณ์ต่อไปผลการปฏิบัติของตำรวจชุดสืบสวน ภาค 2 ในครั้งนั้น ถือเป็นการกวาดล้างเครือข่ายบัญชีม้า ที่เชื่อมโยงระหว่างนายหน้าต่างชาติและพนักงานธนาคาร ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและระบบการเงินไทยอย่างร้ายแรง ศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เป็นต้นทางในการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิด หลอกลวงผู้เสียหายจนหมดเนื้อหมดตัว จะต้องได้รับโทษหนักกว่าปกติ ถือเป็นกรณีตัวอย่างในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่