ความเชื่อตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ตามหลักโหราศาสตร์ทักษะ แบ่งอิทธิพลของดาวและพลังชีวิตออกเป็นภูมิสำคัญ โดยเรื่อง “ศรี” หมายถึงความเจริญ, ความงอกงาม, ความเป็นสิริมงคล และ พลังเกื้อหนุนให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้า ส่วน “กาลี” หรือ “กาลกิณี” หมายถึงพลังติดขัด, ความเสื่อม, อุปสรรค, เคราะห์กรรม หรือสิ่งที่ทำให้ชีวิตเกิดความหม่นมัวไม่ราบรื่น เมื่อนำสองคำประกอบกัน จึงกลายเป็นหัวใจหลักของ พิธีบวงสรวง “ดับกาลี เสริมศรี” จัดโดยทีมงานแบรนด์ “สิริ บาย ดิว” ร่วมกับ “อาจารย์ลินลดา ชัยหมื่น” ณ พระวิหารวัดสระเกศ วันที่ 11 กรกฎาคมนี้ ตามฤกษ์ดีเวลา 17.19 น. ภายใต้การนำของ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” อดีตรองนายกรัฐมนตรี, รมว.แรงงาน และอดีต ผบ.ตร. ประธานฝ่ายฆราวาส และวัดสระเกศ ประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อเสริมดวงชะตาให้ผู้เข้าร่วมพิธี ได้ดับเคราะห์, ดับสิ่งติดขัด พร้อมเปิดทางให้พลังแห่งศรี, ความเจริญ และความสว่างกลับคืนสู่ชีวิต“อาจารย์ลินลดา ชัยหมื่น” ผู้ที่อยู่ในแวดวงสายมูและตัวเลขบอกว่า “กาลีคือเรื่องไม่ดีและอุปสรรค กาลีเป็นได้ทุกวัน กาลีจะเปลี่ยนไปทุกปีตามอายุที่เปลี่ยนไป ไม่ได้เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่แค่ดาวหมายเลข 8 (พระราหู) เท่านั้นที่เป็นกาลี ถ้าดาวจันทร์เป็นกาลีสำหรับคนอายุนี้ในปีนี้ ความยิ่งใหญ่และความสำเร็จก็จะยาก ทำให้ต้องมีพิธีกรรมเสริมสีมงคล เพื่อหนุนทุกดวงชะตา โดยการสวด “เสริมศรี” เพื่อเสริมสิ่งที่ดี และนำสิ่งไม่ดีออกไป กระนั้น “การเสริมศรีมงคล” ควรทำเฉพาะบุคคล แต่เนื่องจากทำพิธีเฉพาะบุคคลไม่ได้ทุกคน เครื่องรางในพิธีนี้จึงเป็นเสมือนตัวแทนของสิริมงคลนำติดตัวได้ตลอดทั้งปี คนที่เกิดวันเดือนปีไหน หรือคนที่ไม่ทราบวันเกิด ก็สามารถเข้าร่วมพิธีนี้ได้ เพื่อบูชาเครื่องรางเสริมพลัง หรือหักลบล้างพลังในแต่ละปี” “อาจารย์ลินลดา” อธิบายเพิ่มเติมว่า “กาลี” และ “ศรี” เป็นสองตัวหลักที่สำคัญของวิชาโหราศาสตร์ ถ้า “กาลี” ไม่ดีจะไปไม่ได้ แต่ถ้า “ศรี” ดี อะไรจะดีหมด การเลือกสีเครื่องประดับ หรือเครื่องรางจากสีประจำ วันเกิด เทวดาประจำดวงต้องมี 7 สี 9 สี ความหมายของสีมีนัยความหมายแตกต่างของพลังสำหรับปีนี้มีความพิเศษทางจันทรคติ ปกติมี 12 เดือน แต่ปีนี้มี 13 เดือนในจันทรคติ โดยมีเดือน 8 สองครั้ง เดือน 8 หลัง เริ่มวันที่ 15 กรกฎาคม งานบวงสรวงจัดวันที่ 11 กรกฎาคม เป็นห้วงเวลาที่น่าสนใจในเชิงพิธีกรรม เพราะอยู่ในปลายข้างแรมของเดือน 8 แรก ก่อนจะก้าวเข้าสู่เดือน 8 หลังในอีกไม่กี่วัน เมื่อจันทรคติเดือน 8 สองหน เปิดห้วงเวลาแห่งการชำระเคราะห์และตั้งขวัญใหม่ ตามวิถีความเชื่อคนไทย “ดวงชะตา” มิได้เป็นเพียงการทำนายอนาคต หากเป็นภาษาทางจิตวิญญาณที่ผู้คนใช้ทำความเข้าใจชีวิต, เข้าใจเคราะห์, เข้าใจบุญ และใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจ ให้ก้าวผ่านความไม่แน่นอน“อาจารย์ลินลดา” ชี้ว่า ทางสัญลักษณ์ข้างแรมคือช่วงของการคลาย, การลด, การปล่อย และการดับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา จึงเหมาะแก่การประกอบพิธีที่มีเจตนา “ดับกาลี” คือดับเคราะห์, ดับอุปสรรค, ดับพลังหม่นมัว และปลดเปลื้องความหนักใจในดวงชะตา เมื่อผ่านการดับแล้ว “การเสริมศรี” คือการตั้งจิตรับพลังใหม่, เสริมความเจริญ, เสริมสง่าราศี, เสริมกำลังใจ, เสริมสิริมงคล และเปิดทางให้ชีวิตเดินต่อด้วยความหวังถือเป็นพิธีตั้งขวัญให้ผู้คนได้กลับมามองชีวิตด้วยใจที่มั่นคง, มีสติ และมีกำลังในการประกอบกรรมดี ความตั้งใจของพิธีบวงสรวงนี้เป็นเสมือนการรวมพลังแห่งศรัทธาในห้วงเวลาพิเศษปีอธิกมาส เป็นวันที่ผู้คนตั้งใจนำชื่อวัน เดือน ปีเกิด และดวงชะตาเข้าสู่พิธี เพื่อฝากความทุกข์ไว้กับไฟแห่งการดับเคราะห์ และรับความหวังกลับมาด้วยแสงแห่งศรี โดยใช้เครื่องรางในพิธีเป็นตัวแทนสิริมงคล เพื่อหนุนดวงชะตาโดยรวมของทุกคน.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม