วงการยานยนต์ไทยส่งสัญญาณคึกคักตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดม่าน เมื่อพื้นที่จัดแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” หรือ “มอเตอร์เอ็กซ์โป 2026” ขนาดกว่า 60,000 ตร.ม. ภายในอาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถูกค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผู้ประกอบการอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง แห่เข้าจองจนเต็มภายในวันเดียว เรียกได้ว่า “เร็วกว่าเหยียบคันเร่งรถสปอร์ตบางรุ่นเสียอีก”ภาพสะท้อนครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากความสำเร็จของงานมอเตอร์เอ็กซ์โปในปีที่ผ่านมา ที่ทำสถิติยอดจองรถยนต์สูงถึง 75,246 คัน รถจักรยานยนต์ 5,263 คัน มีผู้เข้าชมงานมากกว่า 1.5 ล้านคน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 70,000 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ทำให้พื้นที่ในงานไม่ได้เป็นเพียง “พื้นที่โชว์รถ” อีกต่อไป แต่กลายเป็นสมรภูมิสำคัญที่ไม่มีผู้ผลิตรายใดอยากตกขบวน“ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์” ประธานจัดงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43 เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่มีต่องาน ประกอบกับภาพรวมตลาดรถยนต์ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง เป็นแรงผลักดันให้การเปิดจองพื้นที่ในปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ดุเดือดขึ้นทุกวัน การไม่มีพื้นที่ในงานใหญ่ระดับประเทศก็เปรียบเหมือนการปล่อยให้คู่แข่งขึ้นเวทีแสดงเดี่ยวอยู่ฝ่ายเดียวความน่าสนใจของงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2026 ไม่ได้มีเพียงสงครามราคาหรือการเปิดตัวรถรุ่นใหม่เท่านั้น เพราะปีนี้ยังมีแบรนด์ใหม่มากกว่า 4 ราย ที่แสดงความสนใจเข้าร่วมงาน สะท้อนว่าตลาดไทยยังเป็นสนามแข่งขันที่ผู้ผลิตทั่วโลกจับตามอง แม้บางช่วงเศรษฐกิจจะทำให้ผู้บริโภคต้องคิดหนักก่อนควักกระเป๋า แต่เมื่อถึงเดือนธันวาคม โปรโมชันเด็ด ของแถมแรง และข้อเสนอที่ทำให้ “คนตั้งใจมาเดินดูรถ” กลับบ้านพร้อมกุญแจรถคันใหม่ ก็ยังเป็นภาพที่เห็นกันเป็นประจำทุกปีทิศทางของตลาดยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างชัดเจน รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ BEV ยังคงเป็นพระเอกบนเวที โดยมียอดจองในงานครั้งล่าสุดคิดเป็นสัดส่วนถึง 50% แม้ว่าการเติบโตจะเริ่มเข้าสู่ช่วงชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงแรกของกระแส EV แต่ปัจจัยด้านราคาพลังงานและพฤติกรรมผู้บริโภค ยังคงทำให้รถไฟฟ้าเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญ ขณะเดียวกัน รถยนต์ไฮบริดและรถเครื่องยนต์สันดาปก็ยังมีพื้นที่ของตัวเอง เพราะโลกแห่งยานยนต์วันนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียว เหมือนร้านอาหารที่ไม่ได้มีแต่เมนูยอดฮิต แต่ยังมีลูกค้าประจำของแต่ละรสชาติภายใต้แนวคิด “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์–Here, There and Every Car” งานปีนี้ยังขยายความหมายของคำว่า “มหกรรม” ให้กว้างกว่าการขายรถ ด้วยกิจกรรมสำหรับทุกวัย ทั้งโซนจัดแสดงเรือและกิจกรรมทางน้ำ กิจกรรมเสริมสร้างวินัยจราจรสำหรับเยาวชน การอบรมทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัย โรงเรียนสอนขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อนับจากนี้จนถึงวันที่ 2–13 ธันวาคม 2569 วันที่ประตูอาคารชาเลนเจอร์เปิดต้อนรับผู้ชม สิ่งที่หลายคนจับตาคงไม่ใช่แค่จำนวนรถที่นำมาจอดเรียงรายใต้แสงไฟ แต่คือการต่อสู้ของเทคโนโลยี แนวคิด และกลยุทธ์จากค่ายรถทั่วโลก เพราะในสนามแห่งนี้ ไม่มีใครอยากเป็นแค่ “ผู้ร่วมแสดง” ทุกแบรนด์ล้วนอยากเป็นดาวเด่นที่ทำให้ผู้ชมเดินผ่านแล้วต้องหยุดมอง... ก่อนจะหยิบใบจองขึ้นมาเซ็นชื่อในที่สุด!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “มอเตอร์วอร์ส” เพิ่มเติม