วสท.ลงพื้นที่กันสาดปูนอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นเก่าแก่อายุร่วม 100 ปี ถล่ม ตรวจพบบนกันสาดบางจุดยังถล่มลงมาไม่หมด สั่งก้ันพื้นที่เกรงจะถล่มลงมาใส่หัวชาวบ้านอีก ส่วนตัวอาคารยังแข็งแรง สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ เผยบริเวณเกิดเหตุเป็นของวัดไตรมิตรฯ ผู้เช่าทั้งหมดต้องรวมตัวกันไปยื่นเรื่องขอซ่อมแซมบริเวณกันสาดกับทางวัดก่อนดำเนินการ ด้านคดี ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 แจง กำลังรอผลการตรวจสอบจากสำนักการโยธา กทม. ก่อนพิจารณาว่า เหตุสลดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต เกิดจากความประมาท เหตุสุดวิสัย หรือก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานกรณีกันสาดปูนหน้าอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ที่ตั้งบริษัท โสภณเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เลขที่ 58-60 ใกล้เคียงวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนพระราม4 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ถล่มลงมาทับนายประวิทย์ ตุลาพันธุ์ อายุ 67 ปี สามีเจ้าของบริษัทฯ ขณะขับรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีเทา ทะเบียน 9 กร 816 กรุงเทพมหานคร มาจอดรอรับภรรยากลับบ้าน เป็นเหตุให้บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีรถเสียหายอีก 2 คัน และเสาไฟฟ้าถูกสายไฟดึงจนเอียงเสียหายเบื้องต้นพบว่าเป็นอาคารเก่าแก่อายุนับร้อยปี ความเสื่อมสภาพอาจเป็นสาเหตุสลดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. บรรยากาศบริเวณหน้าบริษัท โสภณเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เลขที่ 58-60 มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ทั้งจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ตำรวจ สน.พลับพลาไชย2 และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเคลียร์พื้นที่จุดเกิดเหตุ ยังมีเศษซากแผ่นปูนกันสาดที่ถล่มลงมาหลงเหลืออยู่ รวมทั้งรถที่เสียหาย 3 คันยังจอดอยู่จุดเดิม นอกจากอาคารบริษัท โสภณเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด 3 คูหาแล้ว ติดกันเป็นอาคารห้างหุ้นส่วนจำกัดใบชาจิบอิ้ว เลขที่ 62 อีก 1 คูหา และอาคารเลขที่ 64 อีก 1 คูหา รวมอาคารที่กันสาดปูนถล่มลงมารวม 5 คูหา แต่ยังมีกันสาดปูนบางส่วนไม่ได้ถล่มลงมา เจ้าหน้าที่ต้องนำรั้วเหล็กมาปิดกั้นหน้าอาคารเกิดเหตุ เพื่อรอวิศวกรมาตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างอย่างละเอียดอีกครั้งนายปรีชา บุญเสริมแท้ อายุ 72 ปี อาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เผยว่า บ้านเรือนและอาคารพาณิชย์ละแวกดังกล่าวมีอายุกว่า 100 ปี คาดว่าอาจได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมถึงลักษณะโครงสร้างของอาคารเก่าไม่มีคานรับน้ำหนักเหมือนอาคารสมัยใหม่ที่มีคานช่วยยึดและกระจายน้ำหนักตัวอาคาร ขณะที่อาคารเก่าเหล่านี้เป็นการก่ออิฐขึ้นมาเป็นหลัก ยอมรับว่ายังคงรู้สึกกังวล เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าโชคดีที่ศาลเจ้าซึ่งอยู่ใกล้เคียงสร้างขึ้นภายหลัง และไม่ได้เชื่อมกับตัวอาคารที่พังถล่มลงมา เพราะถ้าโครงสร้างเชื่อมติดกันอาจเกิดการพังถล่มต่อเนื่องในลักษณะโดมิโนได้ต่อมาเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นำโดยนายอิทธิพล พสิษฐ์โยธิน ประธานกรรมการกฎหมายและจรรยาบรรณ วสท. พร้อมทีมงานลงพื้นที่สำรวจสภาพตัวอาคารเกิดเหตุ เพื่อดูโครงสร้างและความปลอดภัย หลังจากนั้นเปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการเข้าตรวจสอบโครงสร้างภายในอาคารจำนวน 3-4 คูหา จาก 2 คูหาแรกยังบ่งบอกโครงสร้างได้ไม่ชัดเจน เมื่อเข้าไปในอาคารที่ 3 พบรอยปริลักษณะเป็นการก่ออิฐถือปูนอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี คานเป็นไม้ พื้นเป็นไม้ ส่วนกันสาดที่ถล่มเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะอาคารเหมือนร่างกายมนุษย์มีความเสื่อมโทรม เช่น อาคารที่ยื่นเหมือนเรายื่นแขนนานๆ วันแรกๆอาจอยู่ได้นาน แต่จะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ เมื่อลดถึงระดับหนึ่งอาจพังอย่างที่เห็น“การตรวจสอบวันนี้เพื่อดูความปลอดภัยภายในอาคาร หลังจากที่เคลียร์ไปแล้วเมื่อวานรอการตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง เบื้องต้นคานบางส่วนยังไม่ตัดอาจมีการทรุดลงสร้างความตกใจให้กับผู้ผ่านไปมา ระหว่างนี้จะค้ำยันชั่วคราวเพื่อรอการตัด ส่วนโครงสร้างอื่นเป็นล็อกๆแบบก่ออิฐถือปูนระหว่างกลางเป็นคานไม้ ยังไม่ค่อยน่ากังวล แต่ผู้ใช้อาคารต้องลดน้ำหนักการวางของบนชั้น 2 เพื่อกระจายน้ำหนักมาไว้ชั้นล่าง ทางเขตสัมพันธวงศ์ต้องลงพื้นที่มาตรวจสอบอาคารลักษณะนี้ในพื้นที่ เนื่องจากอาคารอื่นๆมีสภาพใกล้เคียงกัน แต่เท่าที่ดูยังไม่ต้องรื้อทั้งหมด เนื่องจากเป็นเฉพาะส่วนกันสาดด้านหน้า ส่วนผนังรับน้ำหนักกับพื้นภายในยังคงใช้งานได้อยู่” นายอิทธิพลกล่าวด้านตัวแทนสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ไม่ขอเปิดเผยชื่อ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับชาวบ้านจะมีการรวมตัวไปยื่นขอซ่อมแซมกันสาด จึงแนะนำให้ประสานกับวัดไตรมิตรฯเจ้าของที่เพื่อทำตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ทางปลัดกรุงเทพมหานครมีคำสั่งเมื่อเดือน พ.ย.68 ว่า ให้ทุกสำนักงานเขตตรวจสอบกันสาด หลังช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้น ส่วนของเขตสัมพันธวงศ์ให้นายตรวจลงพื้นที่ หากพบว่าอาคารไหนสุ่มเสี่ยงจะทำหนังสือไปถึงเจ้าของอาคารให้ปรับปรุง ระหว่างนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารข้างเคียงที่เกิดเหตุ และออกประกาศให้ผู้อาศัยได้ทราบ“เจ้าหน้าที่เขตสัมพันธวงศ์ลงพื้นที่อยู่ตลอด รวมถึงอาคารร้างที่ไม่มีผู้พักอาศัย หากพบความสุ่มเสี่ยงจะทำหนังสือแจ้งเจ้าของพื้นที่ให้ปรับปรุง นอกจากนี้ปลัดกรุงเทพมหานครยังมีคำสั่งให้สำนักงานเขตร่วมกับสำนักการโยธา ประสานกับวิศวกรรมสถาน จัดทำแผนลงพื้นที่ร่วมกับวิศวกรรมอาสาที่ขึ้นทะเบียนกับ วสท. จัดทำแผนดูความเสี่ยงเป็นลำดับว่า อาคารไหนมีความเสี่ยงมากน้อย เพื่อแก้ไขตามกฎหมายควบคุมอาคารต่อไป”ด้าน พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 กล่าวว่า การเกิดเหตุในครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนต้องหาสาเหตุ เพื่อดูว่าเกิดจากความประมาท หรือเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ต้องรอผลตรวจอาคารและกันสาดจากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญอื่นๆมาประกอบการสรุปหาสาเหตุการเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ต่อไป