โลกจับตาการประชุม 4 ฝ่าย เพื่อยุติศึก “สหรัฐฯ- อิหร่าน” มีตัวแทน 2 ชาติตัวกลางไกล่เกลี่ย “ปากีสถาน- กาตาร์” ร่วมวงถกในรีสอร์ตหรูสวิตเซอร์แลนด์ หลังอิหร่านกลับลำ ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกรอบ อ้างเหตุอิสราเอลยังไม่หยุดโจมตีเลบานอน ส่งผลเรือสินค้า-เรือบรรทุกน้ำมันต้องหยุดชะงัก ขณะเดียวกันยังคาใจการเข้าถึงทรัพย์สินหลังถูกสหรัฐฯอายัดไว้ ขณะที่ผู้นำอิสราเอลยอมอ่อน หลังเจอแรงกดดันจาก “ทรัมป์” สั่งกองทัพหยุดยิง แต่ยังให้ใช้กำลังได้ในจุดปะทะ รมว.ความมั่นคงฯย้ำจะไม่ผูกมัดใดๆกับข้อตกลงของสหรัฐฯบรรยากาศการหย่าศึกระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังคงประคับประคองไปได้ แม้ว่าเมื่อคืนวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา กองทัพอิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซรอบใหม่ ด้วยสาเหตุว่าเงื่อนไขการหยุดยิงในประเทศเลบานอนยังไม่เกิดผล กองทัพอิสราเอลยังคงมีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ว่า รัฐบาลสหรัฐฯเลือกที่จะใช้วิธีไม่รู้ไม่เห็นต่อกรณีกองทัพอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้ การนัดเจรจาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่ตัวแทนการเจรจาของฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเดินทางมาถึงรีสอร์ตบือเกนสต็อก ในเมืองลูเซิร์น และจัดการประชุมตามกำหนดการเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสถานีโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์นิวส์ได้สัมภาษณ์ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯและตัวแทนเจรจาของรัฐบาลสหรัฐฯ ถึงกรณีอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซรอบใหม่ จะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ โดยนายแวนซ์ตอบว่า เท่าที่ทราบการสัญจรผ่านช่องแคบไม่ได้รับผลกระทบอะไร และเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.มีน้ำมันดิบขนผ่านช่องแคบออกสู่ตลาดโลกได้กว่า 16 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำสถิตินับตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดสงครามเช่นเดียวกับกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่า เรือยังคงผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย และเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.มีเรือผ่านช่องแคบเป็นจำนวน 55 ลำ อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวฟาร์สนิวส์ของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า ทางกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ยังคงยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่และจะไม่มีการออกใบอนุญาตผ่านทางให้จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ การเจรจาที่รีสอร์ตบือเกนสต็อก เมืองลูเซิร์น สวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดทำข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ซึ่งหวังจะบรรลุผลให้ได้ภายในกรอบเวลา 60 วัน ยกเว้นแต่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงขยายกรอบเวลาการเจรจาออกไปอีก ขณะที่การหารือได้เริ่มขึ้นในวันที่ 21 มิ.ย. เป็นการประชุม 4 ฝ่าย คือสหรัฐฯ อิหร่าน และชาติตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ยอีก 2 ประเทศ คือปากีสถานและกาตาร์ ทีมเจรจาของสหรัฐฯมีตัวหลักคือ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทีมเจรจาของอิหร่านมีตัวหลักคือ นายโมฮัมหมัด กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่านนายอิสมาอิล บากอยี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้มีกำหนดการวันเดียวจบ อิหร่านมีกำหนดคุยกับปากีสถานและกาตาร์ในช่วงเช้า ตามด้วยการหารือ 4 ฝ่ายในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ไม่ทราบว่าจะมีการขยายวันหารือหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญเรื่องแรกที่อิหร่านจะทวงถามคือประเด็นที่ว่าสหรัฐฯจะทำเช่นไรกับรัฐบาลไซออนนิสต์ (อิสราเอล) ที่ยังคงละเมิดการหยุดยิงในเลบานอน ตามด้วยประเด็นการเข้าถึงสินทรัพย์ของอิหร่านในต่างแดนที่ถูกสหรัฐฯอายัดไว้ และการที่สหรัฐฯจะออกใบอนุญาตการขายน้ำมัน เพื่อให้อิหร่านได้รับการยกเว้นจากมาตรการคว่ำบาตรสำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐฯได้พยายามกดดันให้รัฐบาลอิสราเอลยอมรับการหยุดยิงในเลบานอน โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแอกซิออสว่า หากไม่ใช่เพราะสหรัฐฯป่านนี้อิสราเอลคงถูกบดขยี้ไปแล้ว สหรัฐฯจะควบคุมอิสราเอลไม่ให้ยิงเลบานอน อิสราเอลเคารพตน ย่อมทำตามที่ตนบอก ความสัมพันธ์กับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ถือว่าดี แต่ตอนนี้ต้องพยายามเรียกสติกันสักหน่อยส่วนสถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอลรายงานว่า นายเนทันยาฮูได้สั่งการให้กองทัพอิสราเอลหยุดยิง แต่ให้ใช้กำลังได้ในพื้นที่ที่ยังคงมีการปะทะ ขณะที่นายเบน กวีร์ รมว.ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า อิสราเอลไม่ถูกผูกมัดโดยข้อตกลงของนายทรัมป์ เลบานอนควรถูกเผาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่