กลายเป็นข่าวฮือฮาประจำสัปดาห์ เมื่อนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล มีคำสั่งให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม พ้นจากการกำกับดูแลเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี พูดสั้นๆง่ายๆไม่ให้ “นายพิพัฒน์” เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโครงการต่างๆของอีอีซีอีกต่อไป!!คำถามคือ...เหตุใด นายกฯอนุทินจึงตัดสินใจยึดโครงการอีอีซี (ซึ่งเคยมอบให้นายพิพัฒน์เป็นผู้รับผิดชอบ) เอากลับมาดูแลเอง??“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าเหตุผลสำคัญมีเรื่องเดียว...เพื่อให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา) เข้าเกียร์เดินหน้าได้เสียทีเพราะหากให้นายพิพัฒน์ กำกับนโยบายอีอีซีอย่างเดิมโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินคงต้องติดหล่มจมปลักไปอีกหลายปีหรือสุดท้ายอาจต้องล้มเลิกโครงการไปเลย??“แม่ลูกจันทร์” สรุปย่อๆว่า โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กม. เกิดขึ้นในยุครัฐบาล คสช. เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างเอกชนกับรัฐบาลบริษัทเอเซีย เอราวันของกลุ่มซีพีเป็นผู้ชนะประมูลวงเงิน 224,544 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2561มีการเซ็นสัญญาเดือนตุลาคมปี 2562 โดยกลุ่มซีพีจะลงทุนก่อสร้าง 107,318 ล้านบาท รัฐบาลจะออกเงินสมทบภายหลังอีก 117,226 ล้านบาทแลกสัมปทานระยะยาว 50 ปี!!หากไม่มีเหตุขัดข้อง โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะสร้างเสร็จเปิดเดินรถมาแล้ว 2 ปีแต่อนิจจา ผ่านไปแล้ว 8 ปี โครงการนี้ยังไม่งอกออกมาเป็นตัวเนื่องจากกลุ่มซีพีผู้ชนะประมูล โครงการมีเหตุขัดข้องต้องแก้ไขสัญญาร่วมทุนหลายประเด็นประเด็นสำคัญคือ ขอแก้ไขสัญญาที่รัฐบาลจะเริ่มจ่ายเงินสมทบภายหลังก่อสร้างเสร็จให้เป็นแบบสร้างไปจ่ายไปพูดภาษาชาวบ้านคือให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบตามเนื้องานปี 2564 รัฐบาลลุงตู่มีมติเห็นชอบให้แก้ไขสัญญาร่วมทุนตามข้อเสนอของฝ่ายเอกชนแต่ปัญหายืดเยื้อมาถึงรัฐบาล นายกฯเศรษฐา ทวีสิน เลยมาถึงรัฐบาล นายกฯแพทองธาร ชินวัตร การแก้ไขสัญญายังคาราคาซังจนมาถึงรัฐบาลนายกฯอนุทิน จึงได้ส่งร่างแก้ไขสัญญาให้อัยการสูงสุดตรวจสอบตามขั้นตอนและอัยการสูงสุดได้ให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขสัญญากลับมาที่รัฐบาลแต่โครงการยังติดแหง็กอยู่ที่เดิม!!เพราะ รองนายกฯพิพัฒน์ ผู้กำกับดูแลอีอีซียืนยันหัวชนฝา “ไม่ยอมแก้ไขสัญญา” (แม้อัยการสูงสุดจะเห็นชอบแล้วก็ตาม)แถมประกาศว่าหากกลุ่มซีพีต้องการยกเลิกสัญญารัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเอง“แม่ลูกจันทร์” มองว่าหากรัฐบาลจะยึดโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินมาดำเนินการเองเท่ากับต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่หลังเสียเวลาไปฟรีๆถึง 8 ปีแถมรัฐบาลกำลังถังแตก ต้องกู้เงินมาลงทุนเองอีกก้อนโตข้อสำคัญหากโครงการรถไฟความเร็วสูงสองแสนล้านบาทไหลกลับไปอยู่ในมือนักการเมืองก็บันเทิงอย่างแรงน่ะซีโยม."แม่ลูกจันทร์"คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม