13-14 มิถุนายน 2026 อิสราเอลโจมตีทางอากาศไปยังเลบานอน ก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะลงนามข้อตกลงกับอิหร่าน ทำให้ทรัมป์ฟิวส์ขาดต่อสายตรงไปด่าเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลหลังไมค์15 มิถุนายน 2026 เนทันยาฮูแถลงการณ์ออกอากาศทางโทรทัศน์ ประกาศกร้าวไม่สนคำสั่งสหรัฐฯ ยืนยันไม่ถอนทหารจากเลบานอนและกาซา พร้อมกับบอกว่าข้อตกลงที่ทรัมป์ไปทำกับอิหร่านไม่มีผลผูกพันกับอิสราเอล16 มิถุนายน 2026 โดนัลด์ ทรัมป์ไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำจี-7 ที่เมืองเอวีย็อง-เล-เบ็ง สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้แถลงข่าวร่วมกับเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ทรัมป์อัดเนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล อย่างไม่ไว้หน้าทรัมป์บอกว่าการโจมตีเลบานอนของอิสราเอลนั้น “โหดร้ายและมากเกินไป” “เอ็งไม่จำเป็นต้องระเบิดตึกอพาร์ตเมนต์ทั้งหลังทิ้งทุกครั้งที่ต้องการตามล่าใครแค่คนเดียว เพราะในตึกนั้นมีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย และพวกเขาทั้งหมดไม่ใช่ฮิซบอลเลาะห์”ทรัมป์ยิงประโยคที่เนทันยาฮูต้องจุกไปถึงลิ้นปี่ว่า (ให้อิสราเอล) “ถอยไป แล้วปล่อยให้ซีเรีย (ภายใต้ผู้นำใหม่อย่างอาหมัด อัล-ชารา) เป็นคนจัดการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แทน” เพราะซีเรียมีศักยภาพและคุยกับสหรัฐฯรู้เรื่องมากกว่าพร้อมกับตบท้ายด้วยการทวงบุญคุณว่า “Without us, without the United State, there would be no Israel. Without me, there would be no issue–there would be no Israel, because no other president was willing to do what I did.” ถ้าไม่มีเรา ถ้าไม่มีสหรัฐฯ ป่านนี้คงไม่มีอิสราเอลแล้ว ถ้าไม่มีข้าฯ ก็คงไม่มีอิสราเอล เพราะไม่มีประธานาธิบดีคนไหนที่พร้อมจะทำในสิ่งที่ข้าฯ เคยทำ“Israel would have been blown up a long time ago had I not gotten involved.” “อิสราเอลคงโดนระเบิดพินาศเป็นจุณไปตั้งนานแล้ว ถ้าข้าฯ ไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย”ผู้อ่านท่านครับ ช่วงฮันนีมูนของทรัมป์และเนทันยาฮูสิ้นสุดลง เพราะทรัมป์มองว่าเนทันยาฮูกำลังทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง คอยป่วนและขัดขวางข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลเป็นธุรกิจ เป็นการต่างตอบแทน ทรัมป์ให้การคุ้มครองอิสราเอลอย่างเต็มที่ แต่เนทันยาฮูกลับสร้างปัญหาขัดขวางผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทรัมป์จึงทวงบุญคุณอิสราเอลออกสื่อเพื่อให้เนทันยาฮูยอมถอยบ้างไม่ว่าจะส่งโดรนไปถล่มกรุงเบรุตก่อนหน้าดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน หรือการที่เนทันยาฮูแถลงการณ์สวนทรัมป์ทันที นั่นเป็นการสร้างภาพตัวเองว่าเป็นผู้นำที่กล้าขัดใจทรัมป์เพื่อผลประโยชน์ของชาติ ทุกการกระทำมีผลต่อการเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลซึ่งมีกำหนดการในวันที่ 27 ตุลาคม 2026สำหรับเนทันยาฮูซึ่งเป็นคนเขี้ยวลากดิน ต้องเอาตัวให้รอดจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่เปราะบางมาก รัฐบาลผสมของเนทันยาฮูขับเคลื่อนด้วยพรรคขวาจัดและชาตินิยมสุดโต่ง นำโดยรัฐมนตรีอย่าง อิตามาร์ เบน-กวีร์ หากเนทันยาฮูสั่งถอนทหารออกจากเขตกันชนในเลบานอนตามที่สหรัฐฯต้องการ พรรคขวาจัดเหล่านี้จะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลทันทีถ้าพรรคร่วมถอนตัวก็จะทำให้รัฐบาลผสมจบเห่ ต้องเลือกตั้งใหม่ และถ้าต้องเลือกตั้งใหม่ เนทันยาฮูก็แพ้แน่แหงแก๋ เพราะโพลชี้ชัดว่าความนิยมของเขาตกต่ำย่ำแย่ เมื่อใดที่เนทันยาฮูหลุดจากเก้าอี้นายกฯ เมื่อนั้น คดีทุจริตคอร์รัปชันซึ่งติดตัวอยู่ก็จะถูกนำกลับมาเล่นงานจนอาจจะต้องติดคุกติดตะรางนักวิเคราะห์หลายคนบอกว่า การที่ทรัมป์กับเนทันยาฮูด่ากันไปมาก็เหมือนผัวเมียทะเลาะกัน สักพักเดี๋ยวก็ดีกัน เพราะในความเป็นจริง สหรัฐฯไม่สามารถหักดิบตัดความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอลทั้งหมดได้ทั้งกลุ่มคริสเตียนอีแวนเจลิคัลและกลุ่มล็อบบี้ชาวอเมริกันเชื้อสายยิวเป็นฐานเสียงและท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของพรรครีพับลิกัน และตัวทรัมป์เองก็คงไม่ยอมให้อิสราเอลเผชิญอันตรายเพียงลำพังเนทันยาฮูรู้ดีว่า นี่เป็นสงครามน้ำลายที่ทรัมป์ใช้กดดัน แต่ในทางปฏิบัติสหรัฐฯก็ยังคงต้องปกป้องอิสราเอลอยู่ดี.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม