“แลนด์บริดจ์” คือตัวหลอก ตัวจริง คือ “แร่แรร์เอิร์ธ” ที่นักลงทุนต่างชาติกล้าที่จะมาลงทุน 1 ล้านล้านบาท แลกกับพื้นที่ sec พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้กับการลงทุนที่ได้อภิสิทธิ์มากมายถึง 99 ปี คนไทยได้อะไร ได้เฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น แล้วชาวบ้านได้อะไร!ประเด็นเอ๊ะ!นี้...ถูกตั้งข้อสงสัย ข้อข้องใจในมุมมองการตรวจสอบภาคประชาชนเปิดเผยไว้ในเฟซบุ๊ก “ระนอง นิวส์” สวัสดีวันทะเลโลก 8 มิถุนายน 2569 “ระนองนิวส์รู้ ชาวระนองรู้”“แรร์เอิร์ธ” คือกลุ่มธาตุ 17 ชนิดที่เป็น “วิตามินของอุตสาหกรรมยุคใหม่” ขาดไม่ได้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์, ชิปประมวลผล, แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV), มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง, อาวุธยุทโธปกรณ์ไฮเทค...จากข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณี แหล่งแร่ดีบุกเก่าในภาคใต้ของไทย รวมถึงระนอง พังงา ภูเก็ต ชุมพร มีแร่พลอยได้สำคัญหลงเหลืออยู่ในกากแร่และชั้นดินจำนวนมาก โดยเฉพาะแร่ “โมนาไซต์” และ “เซโนไทม์”ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดหลักของธาตุแรร์เอิร์ธกลุ่มหนัก เช่น นีโอดิเมียม และ ดิสโพรเซียมปัจจุบันจีนควบคุมซัพพลายเชนและการถลุงแรร์เอิร์ธของโลกไว้เบิกเสร็จเกือบ 70-80% ในขณะที่สหรัฐฯและพันธมิตรตะวันตกกำลังพยายามหาแหล่งสำรองใหม่นอกประเทศจีนเพื่อกระจายความเสี่ยง พุ่งเป้าทำเลทองระนอง-ชุมพร...หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริงๆ พื้นที่ที่ “โครงการแลนด์บริดจ์” จะตัดผ่านและทำการขุดเจาะอุโมงค์ ถล่มภูเขาเพื่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงและมอเตอร์เวย์ รวมถึงการถมทะเลสร้างท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการเคลียร์พื้นที่ดินและชั้นหินมหาศาลซึ่งเป็นโอกาสในการ “เข้าถึงและสกัดแร่” แน่นอนว่ายุทธศาสตร์เหล่านี้จะเกิดขึ้นมาโดยชอบด้วยกฎหมายภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหากวิเคราะห์ตามทฤษฎีภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์การเมือง โครงการแลนด์บริดจ์อาจถูกใช้เป็น “เครื่องมือบังหน้า” ใน 3 ลักษณะย่อย หนึ่ง...การอำพรางสิทธิ์ในการขุดเจาะและใช้ประโยชน์ที่ดินด้วยว่า...การขอสัมปทานทำเหมืองแรร์เอิร์ธโดยตรงในปัจจุบันทำได้ยากมากเนื่องจากกระแสต้านด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมายที่เข้มงวด แต่หากทุนต่างชาติเข้ามาในรูปแบบ “ร่วมทุนพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์” และได้สิทธิ์บริหารจัดการพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEC)รอบท่าเรือและแนวเส้นทางรถไฟ...มอเตอร์เวย์ เป็นเวลา 50-99 ปี พวกเขาจะได้สิทธิ์ทางอ้อมในการบริหารจัดการทรัพยากร ดิน หิน กากแร่ทั้งหมดที่ได้จากการขุดเจาะอุโมงค์และการก่อสร้างขนาดใหญ่ทันทีสอง...โมเดล “ท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรมเฉพาะทาง” ถ้าหากเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การเป็นท่าเรือเปลี่ยนถ่ายตู้สินค้าแข่งกับสิงคโปร์ แต่เป็นการสร้าง “นิคมอุตสาหกรรมถลุงแร่และแปรรูปขั้นสูง” ในฝั่งระนองและชุมพร เพื่อนำแรร์เอิร์ธที่ขุดได้ในท้องถิ่น หรือ...นำเข้าจากเมียนมาตอนบนมาเข้าสู่กระบวนการ“แยกธาตุ” และ “แปรรูป” เป็นชิ้นส่วนส่งออกโดยใช้ข้อดีด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทยที่อาจยืดหยุ่นกว่าในประเทศมหาอำนาจ และใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในเขตเศรษฐกิจพิเศษ?สาม...การคานอำนาจและพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหาร นอกจากเรื่องแร่แล้วพื้นที่ระนอง (มหาสมุทรอินเดีย) และชุมพร (อ่าวไทย/ทะเลจีนใต้) คือจุดยุทธศาสตร์สูงสุดในการควบคุมเส้นทางเดินเรือการฝังตัวของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ภายใต้โครงการนี้ ย่อมหมายถึงการปักหมุด “ความมั่นคงทางทหาร” และ “การข่าวกรอง” ไปในตัวด้วย“แลนด์บริดจ์” คือตัวหลอก ตัวจริงคือ “แร่แรร์เอิร์ธ” หรือไม่? ชวนให้จับตาไทม์ไลน์สำคัญและสิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ (ช่วงปี 2569–2573) มิตินี้คือสิ่งที่ใช้เป็นดัชนีชี้วัดว่าข้อสงสัยที่ว่านี้เป็นจริงมากน้อยเพียงใด เริ่มจากเฟสที่ 1 (ปี 2569–2570) ช่วงผ่านกฎหมายและร่าง TORต้องจับตาการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (พ.ร.บ.SEC) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับ “สิทธิ์การครอบครองที่ดินของทุนต่างชาติ” และ “กฎหมาย แร่/การยกเว้นการตรวจสอบการขนย้ายทรัพยากรดินและหินออกจากพื้นที่โครงการ” หากมีการเปิดช่องให้ “ผู้รับเหมา” หรือ “ผู้ลงทุนรายใหญ่” สามารถจัดการกากแร่หรือดินที่ขุดพบได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการปกติ ย่อมเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สนับสนุนสมมติฐานนี้เฟสที่ 2 (ปี 2571–2572) การประมูลและสแกนกลุ่มทุน เมื่อโครงการเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดประมูลนานาชาติให้สังเกตว่ากลุ่มทุนที่เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในฝั่งผู้รับเหมาและผู้บริหารท่าเรือ เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน “โลจิสติกส์การเดินเรือ” หรือเป็นบริษัทในเครือข่ายเทคโนโลยีพลังงานใหม่...เหมืองแร่/โลหวิทยาหากเป็นอย่างหลัง น้ำหนักจะเทไปที่เรื่อง “แรร์เอิร์ธ” ทันทีเฟสที่ 3 (ปี 2573 เป็นต้นไป) เริ่มก่อสร้างขุดเจาะอุโมงค์ ช่วงเริ่มลงเสาเข็มและการขุดเจาะอุโมงค์ทะลวงเทือกเขาเพื่อเชื่อมสองฝั่งทะเล ไทม์ไลน์นี้ต้องจับตาดูระบบการขนย้ายโครงสร้างพื้นฐานและการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตต่อเนื่องว่าเน้นไปที่คลังสินค้าทั่วไป หรือเน้นอุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำโดยเฉพาะ...สายอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ หรือไม่?ถึงตรงนี้สมมติฐานที่ว่า “แลนด์บริดจ์คือตัวหลอก แรร์เอิร์ธคือตัวจริง” อาจไม่ใช่เรื่องขาวหรือดำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อยู่ในลักษณะ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” ของกลุ่มทุนต่างชาติกล่าวคือ...หากโครงการโลจิสติกส์สำเร็จและทำกำไรได้ก็ถือเป็นโบนัส แต่หากโลจิสติกส์ไม่เป็นไปตามเป้า สิทธิ์ในการเข้าถึงที่ดินเขตเศรษฐกิจพิเศษและทรัพยากรแร่ธาตุยุทธศาสตร์ใต้ดินตลอดอายุสัมปทาน 50-99 ปี คือหลักประกันความคุ้มค่าที่ไม่มีทางขาดทุนสิ่งที่ประเทศไทยต้องพึงระวังมีแน่ โดยเฉพาะถ้าประเทศต้องสูญเสียทรัพยากรมหาศาล.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม