ปรากฏการณ์บางอย่างที่เป็นคลื่นใต้น้ำใน กระทรวงมหาดไทย ชี้ให้เห็นถึง ความอ่อนแอของภาคราชการและระบอบการเมืองครอบงำระบบอุปถัมภ์ เริ่มต้นที่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเดียว หลังจาก ไลน์หลุดช่วยน้ำเงินด้วย ซึ่งกระทบถึงความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย แต่ทุกอย่าง เงียบกริบ จนกระทั่งกรณี รองซีฟู้ด ความขัดแย้งในพื้นที่ของข้าราชการระดับสูง มาจากความเกี่ยวโยงกับคนสนิทและการค้าขายที่ดินให้กับคนต่างด้าว สรุปว่าในที่ประชุม รมว.กระทรวงมหาดไทย ชง ปลัดกระทรวง ตบผลออกมาคือปาหี่การโยกย้ายข้าราชการระดับรองผู้ว่าฯ จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 2 ราย รองผู้ว่าฯสมุทรสาคร รองผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชและรองผู้ว่าฯสงขลา คำถามคือย้ายทำไม ถ้าจะบอกว่าย้ายเพราะความขัดแย้งเรื่องการครอบครองที่ดินของคนต่างด้าวที่ จ.ภูเก็ต แล้วอีก 3 จังหวัดไปเกี่ยวอะไรด้วย นอกจากจะฉวยวิกฤติให้เป็นโอกาส ดูจากจังหวัดที่มีการโยกย้ายพอจะนึกภาพออก แต่ปัญหาใหญ่การบุกรุกครอบครองที่ดินผิดกฎหมายของคนต่างด้าวที่ จ.ภูเก็ต ก็ยังลอยนวลต่อไปที่นายกฯไปเดินตรวจตามชายหาดที่ถูกบุกรุกแล้วแสดงความไม่พอใจอย่างแรง ทำไปเพื่ออะไร ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก ระบบข้าราชการไทยลงโทษทางวินัยหรือแก้ปัญหาด้วยการโยกย้ายในอีกมุมมองก็ไม่ต่างจากการช่วยเหลือให้พ้นผิด วันนี้โฟกัสเข้าไปในกระทรวงมหาดไทย มีปัญหาตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ปัญหาเรื่องที่ดิน (เขากระโดง) ปัญหาการให้สัญชาติคนต่างด้าว ปัญหานอมินี ปัญหาการวิ่งเต้นเส้นสายและผลประโยชน์ บานตะไทความสนิทระหว่าง รมว.มหาดไทย กับ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย อย่าให้เหลา จะเรียกว่าระบอบสีน้ำเงินหรืออะไรก็ตามทีเถอะ โครงการ TH-AI Passport ที่ฝ่ายค้านเปิดเผยถึงความไม่โปร่งใสของโครงการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แต่ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัล ก็ยังขยันยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป อ้างว่าหากพบความผิดปกติค่อยยกเลิก คือให้เกิดความเสียหายก่อนค่อยว่ากัน แต่ออกตัวว่าไม่เกี่ยวกับโครงการนี้ เป็นคนให้นโยบายแค่นั้นมีนักข่าวเอาไปถาม รมว.ดิจิทัล ว่า โครงการนี้ ขนาด นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่กล้าแตะต้องและ นายกฯอนุทิน ก็ให้สัมภาษณ์สื่อว่า จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไม่มีการยกเลิกแน่นอน เป็นเพราะ โครงการนี้เป็นของลูกนาย ใช่ไหม ไชยชนก ตอบว่าไม่เกี่ยว เรายืนยันในเรื่องระเบียบข้อบังคับ ต้องยืนหยัดต่อไป ถ้ามีเรื่องผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบก็พร้อมที่จะรีเซ็ตทุกอย่างเรื่องราวก็ทำท่าเหมือนจะจบลงแบบไม่มีอะไรในกอไผ่ ทั้งที่โหมโรงดุเดือดเลือดพล่านถุยแล้วถุยอีก ตั้งแต่ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน การกวาดล้างผู้มีอิทธิพล ยาเสพติด สแกมเมอร์ ก็ยังปรากฏเป็นข่าวทุกวัน คนไทยก็ยังถูกสแกมเมอร์หลอกเช้าหลอกเย็น ใน กทม.และปริมณฑลพบความเสียหายมากที่สุด เป็นข้อมูลที่ตำรวจไซเบอร์แถลงเองการปกครองในระบอบสีน้ำเงินก็เป็นเช่นนี้เอง.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม