โจรใต้ป่วนหนัก 3 จังหวัด ยะลาดักบึมรถตำรวจ นปพ.ชุดคุ้มครองครูขณะวางกำลังตามจุดหน้าโรงเรียนตอนเช้าตรู่ ซุกระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังแก๊สหนัก 80 กก.ในท่อลอดใต้ถนนลากสายไฟจุดชนวนตูมสนั่น รถกระเด็นพลิกคว่ำเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 9 นาย ชาวบ้านขี่ จยย.ผ่านโดนลูกหลงอีก 1 คน ปัตตานี 10 คนร้ายอาวุธครบมือปีนรั้วบุกโรงไฟฟ้าชีวมวล จี้จับ รปภ.และพนักงานกวาดต้อนออกไปประตูหน้า ก่อนวางระเบิด 3 ลูกซ้อนแล้วเผ่นหนี โชคดีไม่มีใครได้รับอันตราย ส่วนนราธิวาส วางเพลิงเผาถังขยะ-พ่นสีสเปรย์บนถนน 3 จุดหวังปลุกระดมชาวบ้านย้อนอดีตเหตุยิงถล่มมัสยิดเมื่อ 17 ปีก่อนสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเดือดระอุต่อเนื่อง วันเดียวเกิดเหตุรุนแรงขึ้นทั้ง 3 จังหวัดแดนใต้ เหตุการณ์รุนแรงที่สุดเมื่อเวลา 08.28 น. วันที่ 9 มิ.ย. พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ สุริยะวงศ์ ผกก.สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านปูลัย หมู่ 6 ต.บาลอ อ.รามัน ขณะกำลังตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ มว.ฉก.นปพ.ยะลา 12 ปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยโรงเรียนและบุคลากรทางการศึกษา มีตำรวจและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นำกำลังตำรวจประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนในหมู่บ้านราดยาง 2 เลนห่างจากหน้าโรงเรียนประมาณ 200 เมตร พบหลุมระเบิดกว้าง 3 เมตร ลึก 1 เมตร มีเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สหุงต้มขนาด 15 กก.ที่คนร้ายซุกไว้ในท่อระบายน้ำลอดใต้ถนน รวมทั้งสะเก็ดระเบิด สายไฟ และแผงวงจรกระจัดกระจายเกลื่อนใกล้กันพบรถกระบะโตโยต้าสีขาวของตำรวจทะเบียนตราโล่ 23844 ถูกแรงระเบิดกระเด็นพลิกตะแคงอยู่ริมถนน และรถ จยย.ล้มอยู่อีก 1 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 คน เป็นตำรวจ 9 นาย ประกอบด้วย ด.ต.รณชัย นุ่นยัง ส.ต.อ.วิทยา อยู่เย็น ส.ต.อ.ศีลวัตร ชัยโรจน์ ส.ต.อ.วิษณุ สุจริตธุรการ ส.ต.อ.เกียรติภูมิ สีแก้วอินทร์ ส.ต.อ.จิตติน หาสนำ ส.ต.อ.กิตติภัฏ กองอินทร์ ส.ต.อ.ชัยภัทร พรหมอินทร์ และ ส.ต.ต.วิทมล วงเกื้อ ทั้งหมดสังกัด นปพ.ยะลา 12 มีอาการหูอื้อจากแรงระเบิด และชาวบ้าน 1 คนชื่อนายสะการียา ลาโฮะยา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด ถูกนำส่ง รพ.รามันสอบสวนทราบว่า ตำรวจ นปพ.ยะลา 12 นำกำลังมาดูแลรักษาความปลอดภัยครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านปูลัย ระหว่างที่วางกำลังตามจุดต่างๆและขับรถกระบะผ่านจุดเกิดเหตุ คนร้ายที่ลอบนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังแก๊สหุงต้มขนาด 15 กก. มีดินระเบิดและเหล็กเส้นรวมน้ำหนักราว 80 กก.ซุกในท่อลอดใต้ถนนลากสายไฟไปจุดชนวนในป่าข้างทางจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น รถกระบะตำรวจกระเด็นพลิกตะแคงและชาวบ้านขี่รถ จยย.ผ่านถูกแรงระเบิดบาดเจ็บไปด้วย ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของครูและเด็กนักเรียนในโรงเรียนส่งเสียงหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผบก.ภ.จ.ยะลา นายก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา นำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หวั่นเกรงคนร้ายวางแผนลวงก่อเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่กระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่ติดตามไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุ เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ของแนวร่วมในพื้นที่ ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา และ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หมายล่าสังหารเจ้าหน้าที่รัฐโดยเหตุการณ์ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังแก๊สซุกท่อลอดใต้ถนนซุ่มโจมตีรถของเจ้าหน้าที่ลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา บริเวณสะพานบ้านวังหิน หมู่ 8 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา คนร้ายลอบวางระเบิดดักถล่มรถหุ้มเกราะทหารชุดลาดตระเวนเส้นทางเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1 นาย และวันที่ 20 เม.ย. คนร้ายลอบวางระเบิดดักถล่มรถทหารพรานชุดรักษาความปลอดภัยคณะผู้บังคับบัญชา บนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง หน้าทางเข้าโรงเรียนแสงทิพย์วิทยา ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 7 นาย จนกระทั่งมาก่อเหตุอีกในครั้งนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงและส่วนราชการในพื้นที่ได้ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนมุ่งเน้นดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเต็มกำลังอีกเหตุการณ์ที่ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 9 มิ.ย. พ.ต.อ.อดุลย์ เง๊าะ ผกก.สภ.หนองจิก ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้น 3 ครั้งภายในโรงไฟฟ้าชีวมวล หมู่ 1 บ้านมะพร้าวต้นเดียว ต.ลิปะสะโง ประสานไปยัง พ.อ.ณัฎพล สุนทรนนท์ ผบ.ทพ.43 สนธิกำลังตำรวจทหารเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากเหตุเกิดช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่ไว้พร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดในช่วงเช้า พบความเสียหายจากระเบิดแสวงเครื่อง 3 ลูก บริเวณจุดจ่ายไฟภายในโรงไฟฟ้าและจุดอื่นๆ มีสะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพนักงานที่เข้าเวรกลางคืนปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในโรงไฟฟ้าตามปกติ มีกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คนปิดบังใบหน้าพร้อมอาวุธปืนสงคราม เดินเท้าออกมาจากพื้นที่ป่าด้านหลังโรงไฟฟ้า ปีนรั้วเข้าไปภายในกระจายกำลังใช้ปืนจี้ข่มขู่ทุกคนไม่ให้ขัดขืน ก่อนต้อนให้ออกจากโรงไฟฟ้าไปทางประตูด้านหน้า จากนั้นนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางบริเวณจุดจ่ายไฟ เกิดระเบิดเสียงดังต่อเนื่อง 3 ครั้ง สร้างความแตกตื่นตกใจให้ชาวบ้านใกล้เคียง หลังก่อเหตุกลุ่มคนร้ายอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่าไปพล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี สั่งการระดมกำลังปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุและเส้นทางเข้าออก กำชับจุดตรวจจุดสกัดเพิ่มความเข้มงวดตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย เบื้องต้นสันนิษฐานเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์ หรืออาจเป็นกลุ่มที่มีความเห็นต่างต่อการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้า เนื่องจากในอดีตโรงไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้เคียงเคยตกเป็นเป้าหมายการก่อเหตุหลายครั้ง เคยมีการคัดค้านโครงการเนื่องจากกังวลผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามหน่วยความมั่นคงเชื่อว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยบุกโจมตีฐานชุดคุ้มครองตำบลบ้านกอแลปิเละ ต.ปะกาฮะรัง อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค.62 และก่อเหตุตอบโต้เจ้าหน้าที่หลังเหตุยิงปะทะวิสามัญคนร้าย 2 ศพในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมาส่วน จ.นราธิวาส ช่วงคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุคนร้ายลอบเผาและพ่นสีสเปรย์ป่วน 3 จุดหวังปลุกปั่นมวลชน โดย พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง สนธิกำลังตำรวจทหารไปตรวจสอบ จุดแรกบนถนนสาย 4026 บริเวณเลยสะพานไอปาร์แย หมู่ 8 บ้านไอร์ปาแย ต.จวบ พบการพ่นสีสเปรย์สีแดงบนพื้นถนนข้อความว่า วันนี้เมื่อ 17 ปีก่อนความสูญเสียที่กลายเป็นอดีต จุดที่สองบนถนนสาย 4056 บ้านโคก หมู่ 5 ต.จวบ คนร้ายลอบวางเพลิงเผาถังขยะและพ่นสีสเปรย์สีขาวบนพื้นถนนข้อความเดียวกัน และจุดที่สามบนถนน 4056 ช่วงถนนตัดใหม่ระหว่างบ้านยานิงกับบ้านปาเร๊ะรูโบ๊ะ ต.จวบ มีการพ่นสีสเปรย์สีแดงบนพื้นถนนข้อความคล้ายคลึงกัน เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่โดยรอบให้ปลอดภัยก่อนช่วยกันลบข้อความดังกล่าว เชื่อว่าเป็นฝีมือของแนวร่วมในพื้นที่ต้องการปลุกระดมให้ชาวบ้านเชื่อว่าเหตุการณ์ยิงถล่มมัสยิดไอร์ปาแยเมื่อ 17 ปีก่อนเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่