หลังจากเจอกระแสต่อต้านกันโครมคราม นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ยอมถอยกรูดสั่งยกเลิกเงื่อนไขกรณีบุตรเอาชื่อ บิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอุปการะดูแลบุพการี 30,000 บาทต่อปีซึ่งจะทำให้พ่อแม่ต้องถูกตัดสิทธิจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้ รับการสงเคราะห์จากรัฐบาลอีกต่อไปโดยให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่อีกทีสรุปว่าพ่อแม่ที่ลูกเอาชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูบุพการีจะยังได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเดิมส่วนบรรดาลูกที่เอาชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีให้ตัวเอง แต่ไม่ได้อุปการะดูแลพ่อแม่ของตัวเองจริง ก็ยังสามารถใช้ชื่อพ่อแม่ไปขอลดหย่อนภาษีส่วนนี้ได้เหมือนเดิมเช่นกัน“แม่ลูกจันทร์” มองว่าประเด็นนี้ต้องมอง 2 แง่ 2 มุมมองมุมที่ 1, พ่อแม่ที่ลูกเอาชื่อไปขอลดหย่อนภาษีสามหมื่นบาทเป็นค่าดูแลอุปการะบุพการี หากลูกในไส้ไม่ยอมเลี้ยงดูพ่อแม่ของตัวเองการจะไปตัดสิทธิพ่อแม่ก็ไม่เป็นธรรม!!มองมุมที่ 2, ฝ่ายลูกที่เอาชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีเงินได้ของตัวเอง แต่กลับไม่ช่วยเหลือเลี้ยงดูพ่อแม่ตามสมควรต้องถือว่าได้กระทำผิดกฎหมายหลายกระทงมาตรา 1563 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดว่า “บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา”มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญ (หมวดหน้าที่ปวงชนชาวไทย) กำหนดว่า “บุคคลต้องมีหน้าที่เสียภาษีอากรตามที่ ก.ม.บัญญัติ”การที่บุตรเอาชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีอุปการะบุพการีปีละ 30,000 บาท แต่ไม่นำเงินส่วนนี้ไปดูแลบุพการีจริงน่าจะเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญ??แถมยังมีความผิดฐานเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีแถมอีกกระทงสรุปว่าการที่ลูกเอาชื่อพ่อแม่ไปลด หย่อนภาษีให้ตัวเอง แต่กลับไม่ช่วยเหลือดูแลพ่อแม่ตามหลักมนุษยธรรมจึงผิดกฎหมายด้วยประการฉะนี้แล“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่รัฐบาลจะคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน ให้เหลือเฉพาะคนที่มีฐานะยากจน และเดือดร้อนจริงๆที่จะเป็นภาระรัฐบาลต้องสงเคราะห์ดูแลส่วนผู้ที่ไม่ยากจน แต่แกล้งทำเป็นจนเพื่อรับเงินอัดฉีดจากรัฐบาล ควรถูกตัดสิทธิออกไป เพื่อไม่ให้งบประมาณแผ่นดินกระเด็นไปเข้ากระเป๋าคนที่ไม่เดือดร้อนจริง“แม่ลูกจันทร์” มองว่าภาระใหญ่ที่รัฐบาลต้องแบกถูลู่ถูกังยิ่งกว่าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคนคือโครงการแจกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือเบี้ยยังชีพคนชรากว่า 12 ล้านคนที่รัฐบาลต้องจ่ายเงินอัดฉีดเบี้ยยังชีพเป็นขั้นบันได ตั้งแต่ 600 บาทต่อคน ต่อเดือน จนถึง 1,000 บาทต่อคนต่อเดือนปัญหาเกิดจากรัฐบาลแจกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยไม่คัดแยกคนจนคนรวยไม่มีการคัดกรองว่าใครเดือดร้อนจริง? ใครไม่เดือดร้อนจริง?ขอเพียงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป จะมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพคนชราตลอดไปจน กว่าจะสิ้นอายุขัยของแต่ละคนรัฐบาลต้องใช้งบอัดฉีดเบี้ยยังชีพคนชราเกือบหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี!!ทั้งๆที่ความจริงโครงการแจกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุควรคัดกรองเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่พอเพียงแก่การยังชีพของแต่ละคนข้อสำคัญ รัฐบาลกำลังถังแตกต้องกู้เงินมาแจกประชาชนทำไมรัฐบาลไม่แก้ประเด็นนี้ก่อนล่ะโยม??แม่ลูกจันทร์คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม