หนังสือ “เคล็ดวิเคราะห์ และใช้คน” (สุขภาพใจ พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2568) หัวข้อ เล่าจื๊อ ทองแถม นาถจำนง เขียนถึงหลัก “เต๋า” ของเล่าจื๊อ วางตนเหมือนน้ำ เล่าจื๊อเป็นคนรุ่นก่อนขงจื๊อหนึ่งรุ่น ว่าไปแล้วก็ร่วมรุ่นกับสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คำสอนของเล่าจื๊อมีคัมภีร์ “เต๋าเต็กเก็ง” เพียงเล่มเดียวแต่เพียงเล่มเดียวนี้แหละ เราศึกษากันชั่วชีวิตก็ไม่แน่ว่าจะแจ่มแจ้ง เป็นหนังสือที่ปัญญาชนทุกคนควรมีไว้อ่าน ฉบับแปลเป็นไทยก็มีเกือบสิบสำนวนแล้ว คัมภีร์เต๋าเต็กเก็งนี้ บางท่านมองว่าเป็นโลกุตรธรรม แต่บางท่านกลับมองว่าเหมือนพิชัยสงคราม ในกลุ่มหลังนี้ มีเหมาเจ๋อตง คนหนึ่งในสรรนิพนธ์เหมาเจ๋อตง เหมาเจ๋อตงยกย่องเต๋าเต็กเก็งว่า ภูมิปัญญาทางพิชัยสงครามชั้นยอด และยอมรับว่าเต๋าเต็กเก็งได้จุดประกายความคิดในการวางแผนสงครามของท่าน ไม่น้อยเรื่องนี้มิได้ทำให้เต๋าเต็กเก็งด้อยค่าลงแต่อย่างใด ตรงข้ามกลับยืนยันว่า ปรัชญาในเต๋าเต็กเก็งได้สรุปรวบยอดเป็นนามธรรม เป็นสัจธรรม นำไปใช้ได้กับงานทุกแขนงแต่จะนำไปใช้ได้อย่างไร ก็ขึ้นกับระดับประสบการณ์ และภูมิปัญญาของแต่ละคนในเรื่องการใช้คน เล่าจื๊อกล่าวไว้ว่า ผู้ที่จะเป็นนายคนต้องวางตนอยู่ต่ำ ต้องวางตนอยู่หลัง เปรียบเทียบเป็นรูปธรรม ต้องทำตนเหมือนน้ำเมื่อขงจื๊อเดินทางไปแคว้นโจว เพื่อศึกษาสอบถามเรื่อง “จารีต” (หลี่)ท่านไปเยี่ยมคารวะขอความรู้จากเล่าจื๊อหลายครั้ง ในครั้งสุดท้ายที่จะอำลาจากกัน เล่าจื๊อกล่าวแก่ขงจื๊อว่า“ข้าได้ยินมาว่า พวกร่ำรวยสูงศักดิ์ใช้ทรัพย์สมบัติเป็นของกำนัล ผู้มีมนุสสธรรม (หญิน) ใช้วาจาเป็นของกำนัล ตัวข้าไม่อาจร่ำรวยสูงศักดิ์ จึงขอแอบผู้มีมนุสสธรรมใช้วาจาส่งท่าน ก็แล้วกัน”“อันผู้ฉลาด ช่างตรวจสอบลึกซึ้งนั้น มักจะต้องเฉียดความตาย ผู้ชอบเชิดชูอ้างทำนองคลองธรรม มักจะมีอันตรายแก่ร่างกาย พวกความรู้กว้างขวางชอบโต้แย้ง มักชวนให้ผู้อื่นเบื่อหน่ายรังเกียจ”“ผู้ที่เป็นปราชญ์ มีพึงมีปัจเจก (ตัวตน) ผู้ที่เป็นอำมาตย์ มิพึงมีปัจเจก (ตัวตน)ทองแถม นาถจำนง แทรกความเห็นตัวเอง เพื่อให้เราอ่านบทต่อไปเข้าใจยิ่งขึ้นคำสอนของเล่าจื๊อตรงกันข้ามกับขงจื๊อ ขงจื๊อสอนให้ขยันหมั่นเพียร ร่ำเรียนเพื่อเป็นขุนนาง แต่เล่าจื๊อว่า ผู้แจ่มแจ้งย่อมทำตัวเหมือนคนโง่งม การไม่มีตัวตนก็คือ ไม่ทำตัวเด่นนำหน้าคนอื่น ทำตัวเหมือนน้ำผู้มีคุณธรรมทำตัวเหมือนน้ำ น้ำหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง แต่ไม่แก่งแย่งแข่งขัน อยู่ในที่ซึ่งผู้คนรังเกียจ (ต่ำต้อย) ดังนั้นจึงได้ใกล้เต๋าการสัมพันธ์กับผู้คน เราควรทำตัวเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงบำรุงสรรพสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่แข่งขันวัดเด่นวัดด้อยกับผู้อื่น ยอมอยู่หลัง อยู่ต่ำทั้งนี้เพราะอะไร เพราะการดิ้นรนอยากจะเป็นผู้นำหน้า ทำให้จิตใจเป็นมลทิน ไม่มีความสุข และการเร่งร้อนก็มักทำให้ผู้นั้นล้มเหลวการอวดตัว วางตัวอยู่เหนือผู้อื่น ทำตัวเด่นกว่าผู้อื่นก็ทำให้ไม่มีใครอยากร่วมงานด้วยนักรบผู้เชี่ยวชาญไม่ใช้อาวุธ แม่ทัพผู้เยี่ยมยุทธ์ไม่มีโทสะ ผู้สันทัดในการเอาชนะ เอาชนะโดยไม่ต้องรบ ผู้สันทัดในการใช้คน วางตนอยู่ต่ำทองแถม นาถจำนง สรุปหลักการใช้คนแบบเต๋าไว้สั้นๆ “นำหน้าโดยอยู่หลัง นำโดยไม่นำ นำโดยไม่มีใครรู้ว่า เรานำ” ผมอ่านถึงตอนนี้ ดูข่าวทีวีหลายครั้งที่สงสัย ทำไมนายกฯอนุทิน ไปถึงไหน มักเล่นบทแม่ครัวผัดข้าว...ก็ได้คำตอบ...นี่เอง ผู้นำลีลาเต๋า เดาได้ว่า คุณชวรัตน์ คุณพ่อท่านเชี่ยวชาญพิชัยสงครามจีน สั่งสอนลูกชายได้ดี.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม