มายาคติขุดคลองคอคอดกระตั้งแต่สมัยพระนารายณ์มหาราช ลากยาวกว่า 300 ปี กลายเป็นร่างเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ในปัจจุบัน รัฐบาลยอมจำนนต่อกระแสต้าน จนต้องถอยไปตั้งหลักใหม่ ดันนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธานศึกษา เดดไลน์ภายใน 90 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2569หลักฐานเชิงประจักษ์จากงานวิจัยและผลศึกษาทุกยุคทุกสมัยต่างชี้ไปทิศทางเดียวกัน “เจ๊ง ไม่คุ้มทุน” ยกเว้นยุค จอมพลถนอม กิตติขจร ฉวยโอกาสช่วงวิกฤติน้ำมันโลก หลังกำเนิดปิโตรดอลลาร์ ตื่นตูมว่าการขนส่งน้ำมันจะเป็นปัญหาใหญ่ ดึงดันขุดคลองยักษ์ให้ได้ สุดท้ายโครงการถูก ฝังกลบเพราะเกิด “เหตุการณ์ 14 ตุลา 16”ขนาดในยุครัฐบาล ของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่สภาผู้แทนราษฎรยอมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขุดคุ้ยศึกษาทุกมิติ ทั้งวิศวกรรม การเงิน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางทหารและต่างประเทศ ผลลัพธ์สุดท้ายไม่คุ้มทุนทางเศรษฐกิจ ยกเว้นใส่ตัวเลขผลตอบแทนที่เป็นนามธรรม ไม่มีเหตุผลเข้าไปในผลการศึกษาล่าสุด สส.ได้ขยับยื่นถึง 5 ญัตติ เพื่อตั้ง กมธ.วิสามัญฯศึกษา โดยฉากทัศน์ในห้องประชุมกะเทาะเปลือกความเสี่ยงในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างอำนาจ ที่สะเทือนรุนแรงเชิงระบบ โดยเฉพาะคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.แลนด์บริดจ์ มีสิทธิขาดในลักษณะ “รัฐเหนือรัฐ” มีอำนาจล้นมือตามกฎหมายไม่น้อยกว่า 16 ฉบับท้ายที่สุดผลประโยชน์ตกไปอยู่ในมือผู้รับเหมาก่อสร้าง นักค้าที่ดินเก็งกำไร สะท้อนบทสรุปที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมากระตุกถึงความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ซ้ำร้ายยังพ่วงด้วยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกอันเปราะบาง จึงตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่าอยากให้ไทยเป็นเหมือนช่องแคบ ฮอร์มุซหรืออย่างไรขณะเดียวกัน สส.ได้หยิบยื่นพิมพ์เขียวทางเลือก เสนอ “แผนพัฒนาภาคใต้ถ้วนหน้า” ขึ้นมาคานดุล โดยมุ่งกระจายดอกผลความเจริญให้แก่ประชาชนใน 14 จังหวัดอย่างเท่าเทียม ไม่จำนนให้ความเจริญมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่เพียงแค่ 4 จังหวัด ในเงาของแลนด์บริดจ์ อย่าง ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรี ธรรมราชยิ่งเป็นการตอกลิ่มข้อพิรุธให้ลึกลงไปอีก เมื่อท้ายที่สุดที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กลับมีมติปัดตก การตั้งคณะ กรรมาธิการฯ ราวจงใจปิดสวิตช์การตรวจสอบ สะท้อนภาพฝ่ายบริหารที่พยายามรวบรัดตัดตอน เดินหน้าโครงการโดยใช้ข้อมูลชุดเดียวมาอ้างอิง พฤติกรรมรีบเร่ง ระวังถูกสังคมตอกย้ำ “เมกะโปรเจกต์ 1 ล้าน ล้าน” ส่อทุจริต.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม