เรื่อง “คุณชายของเศรษฐีจาง” เป็นหนึ่งในหลายเรื่องในหนังสือเล่มที่ค้นพบในหีบหนังสือวังจิ่งหยวนกง กรุงปักกิ่ง ไม่ได้ลงวันเดือนปีที่เขียน บอกแต่ชื่อ “หงอิ้งหมิง” ผู้รู้สมัยราชวงศ์หมิงเขียน (สายธารแห่งปัญญา บุญศักดิ์ แสงระวี แปล สำนักพิมพ์ก.ไก่ พิมพ์ พ.ศ.2535)เริ่มต้นยั่วใจด้วยคุณชายบ้านเศรษฐีจาง คนที่บอกใครต่อใคร ข้ารวยไม่ไหวแล้วโว้ย!ชุมชนเมืองซี่ ถนนหนทางมีรถราสัญจรไปมาคับคั่ง ส่วนคนที่เดินก็เดินเบียดเสียดกันเหงื่อไหลไคลย้อย พวกเขาไม่มีเวลาชมดอกไม้ริมถนน หรือชมเมฆสวยบนท้องฟ้าทุกคนต่างเร่งรีบไปทำธุระของตัวเองแต่เมืองซี่ก็เหมือนเมืองอื่นๆ คือมีคนว่างมากจนไม่มีอะไรทำ อย่างคุณชายของเศรษฐีจาง คุณชายถูกรักถูกตามใจ อ้าปากก็มีอาหารรสเลิศป้อน ยื่นมือก็ได้เงินทองเพชรนิลจินดาแต่ไหนแต่ไรมา คุณชายดูเหมือนไม่มีอะไรขาดเลยแต่จะว่าไป ชีวิตแบบคุณชายก็มีอะไรๆขาดอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะจิตใจเมตตากรุณา และขาดการแสวงความก้าวหน้าคุณชายคิดเสมอว่าเรื่องเหล่านี้เป็นการหาเหาใส่หัวเขาไม่คิดจะเรียนหนังสือ ขี้เกียจกระทั่งออกไปชมวิวทิวทัศน์นอกเมืองเรื่องที่คนทั้งเมืองซี่รู้ แต่ละวัน คุณชายเอาแต่นั่งจ้องกำแพงและเสาบ้าน เขารำพึงรำพันออกมา“ถ้าฟ้าถล่มลงมา เสาและกำแพงจะค้ำไหวไหม? อย่าให้มันล้มมาทับเราได้ก็จะดี!”คำรำพึงนี้จี้ใจคน ไม่ช้ามันแพร่กระจายออกไปนอกบ้าน จนคนทั้งเมืองเอาไปเป็นหัวข้อคุยขำขัน หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง จากเมืองซี่กระจายไปเมืองอื่นนิทานเรื่องคนเมืองซี่ห่วงฟ้าถล่ม ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่ายังเป็นประเด็นชาวบ้านคุยกันต่อเนื่องถึงวันนี้ในยุคต่อๆมา ผู้รู้บางท่านกลับมีมุมมองเรื่องคนเมืองซี่ไม่ใช่เรื่องตลกขำขัน เขาจับเป็นประเด็นสอนศิษย์ว่า“มันควรจะเป็นเรื่องน่าดีใจด้วยซ้ำที่คนเมืองซี่ยังมีเรื่องห่วงฟ้าถล่ม แต่ถ้าคนเมืองซี่ไม่มีเรื่องห่วง เขาก็จะว่างมากๆ ไม่มีอะไรจะทำ อาจจะเป็นเรื่องอันตราย”เมื่อศิษย์ถาม “ทำไมเล่าครับ” อาจารย์จึงอธิบาย“หากคนว่างมากคนนั้นคิดจะฆ่าคน คิดจะวางเพลิงเพื่อความสนุกสะใจ ก็จะเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง”คำสอนนี้ซับซ้อน ยอกย้อน และแหลมคมมาก บรรดาศิษย์ฟังแล้ว จดไว้ทุกคำชนิดไม่ให้ตกหล่นอาจารย์จึงได้โอกาสสอนต่อเรื่องคุณชายบ้านแซ่จางห่วงฟ้าถล่มเป็นประเด็นของคนที่คุยว่าข้ารวยแล้วโว้ย? เป็นปัญหาก็จริงแต่ปัญหาจะใหญ่กว่า ถ้าปล่อยให้คน “ว่างมาก” จนเกินไปไม่มีอะไรทำ ก่อเรื่องอันตราย ส่วนคนที่มีงานมากให้ทำจน“วุ่นเกินไป” มักไม่รู้ตัวว่าวุ่นเรื่องอะไร อุปนิสัยแท้จึงไม่ปรากฏสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตมนุษย์นั้น ก็คือควรหาเวลาตากลมชมจันทร์ แสวงความสุขจากธรรมชาติเอาไว้บทสรุปเป็นคำสอนสุดท้าย...จากเรื่องคุณชายเศรษฐีแซ่จาง “อย่าเหนื่อยกายเหนื่อยใจไร้ประโยชน์ พึงรื่นเริงบันเทิงใจตามสมควร”ผมอ่านเรื่องนี้จบ นึกถึงบ้านเมืองตัวเองแล้วก็โล่งใจ...คนรวยเมืองไทยก็ไม่เคยว่าง เพราะต้องเป็นห่วงกับเรื่องน้ำมันแพง หุ้นตก ส่วนคนจนเมืองไทย โชคดีเหลือหลายก็ไม่เคยมีเวลาว่างเช่นเดียวกันจะกี่รัฐบาลที่มาก็มาตะเภาเดียวกัน คือหาแต่เรื่องแจกเงิน...งานแจกครั้งล่า...ยิ่งคนจนที่ใช้สมาร์ทโฟนไม่เป็น แค่เหนื่อยกับการหาคนสอนให้...ให้ใช้รับเงิน...จะเหลือเวลาที่ไหนมาทุกข์กับเรื่องหาเช้ากินค่ำ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม