“เรือนจำ” สถานที่ควบคุมผู้ต้องขัง ทั้งนักโทษเด็ดขาดที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินจำคุก และผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล จึงถือเป็นหน่วยงานท้ายน้ำในกระบวนการยุติธรรม สังกัดกรมราชทัณฑ์ ที่สำคัญเรือนจำเป็นสถานที่ปิด คนทั่วไปยากเข้าไปสังเกตการณ์ ทำให้ผู้ต้องขังอาจถูกละเลยเรื่องความเป็นอยู่ล่าสุด นายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชนสภาฯ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ที่ปรึกษา กมธ. นำคณะไปตรวจเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ศึกษา ข้อมูลด้านกระบวนการยุติธรรมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขัง และกระบวนการกลับคืนสู่สังคมโดยได้ร่วมหารือกับนายเกียรติกร ปัทมทัตต์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และเจ้าหน้าที่เรือนจำ เกี่ยวกับแนวนโยบาย ของเรือนจำในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ นาย รังสิมันต์ ระบุว่า กรรมาธิการฯได้มาดูเรื่องสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง ความเหมาะสมด้านโภชนาการ และดูว่าผู้ต้องขังพบเจอปัญหาอะไร หรือต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องใดบ้างสิ่งที่พบคือ ผู้ต้องขังที่รับโทษจำคุกมาเป็นเวลานานหลายปี มักขาดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารโลกภายนอก ไม่ค่อยเท่าทันเพียงพอ ทางคณะกรรมาธิการฯจึงเสนอให้ทางเรือนจำเพิ่มเติมการแจ้งข่าวสาร ให้เท่าทันสถานการณ์ภายนอกมากขึ้น เมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษออกไปจะได้มีข้อมูลติดตัวในการใช้ชีวิต และประกอบอาชีพเมื่อพ้นโทษและยังพบปัญหาการเข้าถึงเงินกองทุนยุติธรรม เพื่อประกันตัวต่อสู้คดี จึง อยากให้กองทุนฯมีประสิทธิภาพครอบคลุม มากกว่านี้ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัว ชั่วคราวออกมาสู้คดี เพราะการต่อสู้คดีในเรือนจำ การรวบรวมเอกสารสู้คดีไม่ค่อยสะดวก ทั้งที่การต่อสู้คดีระหว่างพิจารณาคดี เป็นโอกาสสำคัญที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์โดยกรรมาธิการฯ จะนำปัญหาเหล่านี้ไปหาวิธีที่จะอำนวยความสะดวกต่อผู้ต้องขัง เพราะกระบวนการยุติธรรม คือเรื่องสำคัญ ที่ต้องหาจุดสมดุลให้ได้ โดยจะตั้งคณะอนุ กมธ.กระบวนการยุติธรรม กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อการเข้าถึงการ รักษาพยาบาลของผู้ต้องขัง และกระบวนการ กลับคืนสู่สังคม เพื่อมาพิจารณาเรื่องนี้ต่อไปถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ฝ่ายบัญญัติ โดยคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ ให้ความสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง ในเรือนจำ ให้ได้รับการดูแลตามสิทธิขั้นพื้นฐานภายใต้กติกาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ที่จะช่วยทำให้เรือนจำของไทยมีมาตรฐานเท่าเทียมสากล และทำให้คะแนน ด้านสิทธิมนุษยชนของไทยสูงขึ้น. คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม