“อนุทิน” โอ่กลางวงทูต-กงสุลใหญ่ เสถียรภาพรัฐบาลปึ้ก สั่งลุยเชิงรุกดึงดูดนักลงทุน พบสมาคมนายจ้างฝรั่งเศสชูพลังงานสะอาด-โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ยก OECD เป็นแรงจูงใจ รอร่วมวงมื้อค่ำ “มาครง” เป็นเจ้าภาพ ระทึกหาม “สุริยะ” วูบหมดสติ ส่งโรงพยาบาลกลางดึก ปั๊มหัวใจจนสัญญาณชีพฟื้น ลุยงานต่อ ร่วมอุปสมบท “ราเชน” คู่ปรับเก่า เลขาฯแจงเหตุทรุดโหมงานหนัก ครม.เงาส้มฉะรัฐหลับตาแก้ปมทุนเทา “ณัฐพงษ์” ซัด ภท.เอเย่นต์ระบอบสีน้ำเงิน “โตโต้” ปูดชื่อนอมินีทุนจีน “พิจารณ์” ชี้เป้าท่อน้ำเลี้ยงบ้านใหญ่ ปชป.เปิดแอป “ส่องรัฐ” ตรวจสอบงบจัดซื้อ รบ.ดาหน้าโต้ไม่เคยซุกปัญหาใต้พรม ภท.โวยหยุดใช้วาทกรรม “กินรวบ” สว.น้ำเงินเต้นจี้ “เท้ง” ขอโทษ วิป รบ.ยังไม่สรุปส่งตัว “ชนนพัฒฐ์”นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวขณะเป็นประธานการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคยุโรป ย้ำรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง สามารถดำเนินนโยบายต่อเนื่องได้ ให้ทูตแต่ละประเทศนำไปพูดคุยชักชวนกลุ่มนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย“อนุทิน” มอบนโยบายทูตเชิงรุกเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 พ.ค. (ตามเวลา ท้องถิ่นสาธารณรัฐฝรั่งเศส ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวขณะเป็นประธานการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคยุโรป ที่มีเอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตรวม 24 ประเทศ เข้าร่วมว่า สภาวะ ภูมิรัฐศาสตร์และโอกาสใหม่ในปัจจุบันไม่เหมือนเดิม เรามีภูมิศาสตร์อยู่กึ่งกลางอาเซียน มีโอกาสก้าวกระโดด ถ้าเราวางเข็มทิศให้ถูกทาง โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศมหาอำนาจมีปัญหากันเอง แต่อาเซียนยังมีความมั่นคง การทูต 2.0 คือ การทูตที่จับต้องได้ เป็นการทูตเชิงรุกรักษาสมดุลท่ามกลางความขัดแย้งของโลก เข้ามาเป็นนายกฯ เข้าเดือนที่ 8 แล้ว ได้พูดคุยกับ ฝ่ายทหาร ฝ่ายความมั่นคง พบว่าด้านนี้ไม่มีอะไร น่าห่วง สิ่งที่น่าห่วงคือเรื่องเศรษฐกิจ ดังนั้นภารกิจของเอกอัครราชทูต คือ ต้องทำให้ประเทศต่างๆรู้ว่า ไทยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่เพราะเรามีแรงงานถูก แต่เป็นประเทศที่มีความพร้อม มีห่วงโซ่อุปทาน ทำให้เขามั่นใจว่าสามารถขยายกิจการฟุ้งเสถียรภาพปึ้กดึงดูดนักลงทุนนายอนุทินกล่าวต่อว่า เสถียรภาพการเมืองขณะนี้ถือว่ามีความมั่นคงมากพอสมควรที่จะทำให้ทูตไปพูดคุยกับผู้ที่สนใจจะเข้ามาลงทุน เราสามารถดำเนินนโยบายต่อเนื่องได้ และเรากำลังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานสู่องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) จะเร่งให้สำเร็จภายใน 3 ปี นอกจากนี้ยังต้องเร่งเครื่อง FTA ไทย-สหภาพยุโรป เพื่อช่วยลดอุปสรรคด้านภาษีและการค้า เปิดโอกาสให้สินค้าและวัตถุดิบคุณภาพจากไทย เข้าสู่ตลาดยุโรปได้มากขึ้น และจากการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมกับผู้นำในกลุ่มอาเซียน พบว่าทุกประเทศ ต่างปักหมุดให้ความมั่นคงทางอาหารเป็นวาระแห่งภูมิภาค เราต้องมีความพร้อมและทำให้ทั้งโลกเห็นว่า นี่คือความเข้มแข็งของประเทศไทย ที่พร้อมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของภูมิภาค ด้วยจุดแข็งด้านเสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม รองรับการลงทุน และภาคเอกชนที่เข้มแข็ง เมื่อทุกฝ่าย ร่วมมือกัน การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผลักดันประเทศไทย สู่แถวหน้าเวทีโลกต้องสำเร็จในอนาคตแน่นอน“เอกนิติ” ผนึก “ยศชนัน” พัฒนาคนนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวว่า ไทยพร้อมต้อนรับการค้า การลงทุน รัฐบาลพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐานและ กำลังคน ทำงานร่วมกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จัดหลักสูตรการศึกษาสร้างทักษะ กำลังคน เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดรองรับอุตสาหกรรมในอนาคต ที่เกิดจากวิกฤติพลังงาน เราไม่ใช่แค่ให้ความสำคัญกับเรื่องโลกร้อน แต่จำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านเพราะราคาพลังงานแพง ปัจจุบันเรามีจุดแข็งอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะด้านอาหาร อุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ ต่อยอดไปที่เรื่องของอีวีชวนเอกชนฝรั่งเศสลงทุนในไทยต่อมาเวลา 09.00 น. วันที่ 25 พ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง) ที่ห้อง Salon Foch ชั้น 1 Le Cercle de l’Union interalliée กรุงปารีส นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย พบหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) พร้อมกล่าวปาฐกถา Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยมีนายฟรองซัวส์ กอร์แบง รองประธาน MEDEF Inter national และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส-ไทย ผู้แทนภาคเอกชนจาก MEDEF International เข้าร่วมกว่า 38 บริษัท น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายกฯยินดีที่บริษัทชั้นนำให้ความสนใจเข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนฝรั่งเศสที่มีต่อไทย พร้อม เชิญชวนให้เข้ามาลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน และสร้างความมั่นใจว่า ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกสนใจโครงสร้างพลังงานสะอาดน.ส.รัชดากล่าวต่อว่า รวมถึงการผลักดันความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป จะยิ่งเปิดโอกาสใหม่สำหรับความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น มากไปกว่านั้น กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย คือหลักฐานของความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานกฎหมายไทยให้เป็นสากลในทุกด้าน นายกฯยินดีและพร้อมต้อนรับคณะผู้แทนจาก MEDEF International มีกำหนดเยือนไทยในเดือน มิ.ย. เพื่อร่วมกันสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ฝรั่งเศสที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงของสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส ให้ความสนใจสอบถามนโยบายและแนวทางสำคัญของรัฐบาล อาทิ การพัฒนาคมนาคม การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสู่พลังงานสะอาด การส่งเสริมทักษะกำลังคน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการดูแลรักษาโบราณสถานและส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมวงมื้อค่ำ “มาครง” เป็นเจ้าภาพผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำเวลา 20.30 น. วันที่ 25 พ.ค. ตรงกับเวลา 01.30 น. วันที่ 26 พ.ค. ประเทศไทย นายอนุทินเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ โดยนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ พร้อมหารือขับเคลื่อนความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสหาม “สุริยะ” หมดสติส่งโรงพยาบาลเวลา 10.00 น. ที่วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ต.บ้านตาด อ.เมืองอุดรธานี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯและ รมช.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธีอุปสมบทของนายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร มี สส. อดีต สส. ข้าราชการร่วมพิธีจำนวนมาก ในพิธีนายทรงศักดิ์ เป็นผู้อุ้มบาตร ส่วนนายสุริยะอุ้มผ้าไตร มีพระราชสารโกศล (วงศ์ไทย สุภวํโส) เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้ นายราเชนได้รับฉายา “อรรถกรฺโณ” ความหมายคือ “ผู้ให้คุณประโยชน์” ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์นายสุริยะ หลังมีอาการวูบหมดสติจนถูกหามส่งโรงพยาบาล และมีการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่นายสุริยะไม่ให้สัมภาษณ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า ไม่มีอาการรุนแรงอะไร เป็นเพียงอาการเหนื่อยล้าของร่างกายตามประสาผู้สูงอายุ หลังจากนั้นนำคณะเดินทางไปตรวจราชการต่อที่ประตูน้ำห้วยหลวง บ้านสามพร้าว ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี และช่วงบ่ายมีกำหนดตรวจงานเตรียมการจัดงานพืชสวนโลก ที่แหล่งชุ่มน้ำหนองแดเลขาฯแจงเหตุเร่งโหมงานหนักนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า คืนวันที่ 24 พ.ค. นายสุริยะเกิดอาการวูบหมดสติระหว่างปฏิบัติภารกิจ ก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพอุดรธานี ทีมแพทย์ได้ปั๊มหัวใจ หรือ CPR ประมาณ 2-3 นาที จนสัญญาณชีพกลับคืนมา สามารถตอบสนองได้ ทั้งนี้ ในเวลาเกือบ 2 เดือนตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง นายสุริยะเร่งขับเคลื่อนงานหลายด้าน ทั้งปัญหาภาคเกษตร การ บริหารจัดการน้ำ และลงพื้นที่พบเกษตรกรหลายจังหวัดต่อเนื่อง จนแทบไม่ได้พักผ่อนเกิดภาวะอ่อนล้าสะสม ก่อนหน้านี้นายสุริยะลงพื้นที่ จ.จันทบุรี ดูการบริหารจัดการผลไม้ ก่อนกลับมีอาการไข้หวัด แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่โดยไม่หยุดพัก ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว ท่านยังขออนุญาตแพทย์ออกจากโรงพยาบาลเพื่อปฏิบัติภารกิจตามกำหนดต่อ“จุลพันธ์” เผยอาการล่าสุดสบายดี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้นายสุริยะสบายดี สาเหตุของอาการคาดว่าอาจพักผ่อนน้อยจากการทำงาน มีโอกาสคุยกันทางโทรศัพท์ นายสุริยะส่งข้อความไลน์เข้ามาในกลุ่มตามปกติ ส่วนการพักงานต้องรอแพทย์ยืนยันเป็นหลักครม.เงาฉะรัฐหลับตาแก้ทุนเทาช่วงสายที่รัฐสภา มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา พรรคประชาชน (ปชน.) จากนั้นนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ผู้นำ ฝ่ายค้าน ประธานการประชุม แถลงเปิดโปงกระบวนการ ทุจริตนำคนต่างชาติเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายว่า นายกฯ บอกต้องการจัดการปัญหาคอร์รัปชัน แต่สิ่งที่เห็นคือรัฐบาลปล่อยปละละเลยให้ระบบราชการไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการอาชญากรข้ามชาติ ยกกรณี “หมิง เฉิน ซัน” หากไม่บังเอิญเกิดอุบัติเหตุ ตำรวจไทยก็คงไม่เห็นสิ่งที่เครือข่ายสีเทากำลังขยาย ต่างชาติสีเทาเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฮับสีเทา ดำเนิน ธุรกิจสีเทา ทำธุรกิจเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติซัด ภท.เอเย่นต์ระบอบสีน้ำเงินนายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกรณีที่ สว.นัดรวมตัวแถลงตอบโต้หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน และจี้ให้ขอโทษภายใน 3 วันว่า ขอดูคนที่ออกมาเคลื่อนไหวก่อนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับการคัดเลือก สว. ยืนยันว่าไม่ได้บ่อนทำลายวุฒิสภา หลักการ 3 ข้อของพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. แต่ไม่ได้ไปตัดอำนาจในส่วนนี้ หาก สว.เห็นด้วยกับการยกระดับการตรวจสอบ ถ่วงดุล ก็ควรเปิดกว้างทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า สว.ไม่ได้เข้ามาขัดขวางกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ จริงๆแล้วพรรค ภท.อาจเป็นด่านหน้า เป็นเอเย่นต์คนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินตรงนี้ หากเราจะสร้างทางออกให้ประเทศก็ต้องเอาหลังพิงประชาชน กลับไปเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบและให้การยอมรับ“โตโต้” อ้างชื่อบริษัทนอมินีทุนจีนนายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.กล่าวว่า มีรายชื่อบัญชีบริษัทที่ต้องสงสัยในการครอบครองทรัพย์สินในรูปแบบนอมินีให้กับทุนจีนหรือไม่ โดยผู้ถือหุ้น 1 คน ใน 23 บริษัท ซึ่งบริษัทมีชื่อคล้ายภาษาจีน เช่น “บ. หมิงไคเม่ายี่ จำกัด” จดทะเบียนวันที่ 23 เม.ย.2565 แต่ถือครองซื้อบ้านโครงการขนาดใหญ่ย่านลาดพร้าว เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2565 มูลค่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ในจำนวน 23 บริษัทนี้ มีไม่ต่ำกว่า 10 บริษัทที่พบว่าถือครองสิทธิ์ในหมู่บ้านย่านศรีนครินทร์ โดยเฉพาะ นอมินีถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 49 จึงต้องตามต่อว่าเงินเหล่านั้นจะนำไปสู่การฟอกเงินหรือไม่ โดยใช้กลไกของ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ วันที่ 4 มิ.ย.นี้จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง โดยเฉพาะกรณีการเรียกค่าไถ่ชาวจีนชี้เป้าท่อน้ำเลี้ยงบ้านใหญ่รัฐบาลนายพิจารณ์ เชาวพัฒนพงศ์ เลขาธิการพรรค ปชน.กล่าวว่า นายกฯต้องทราบดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อยู่ใต้จมูกท่านทั้งนั้น วันนี้เราต้องท้าทายไปที่ตัวนายกฯว่าจะแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ เจตจำนงทางการเมืองที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้จริงจังหรือไม่ ตั้งข้อสังเกตว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากกลุ่มทุนเทาเหล่านี้ ส่งทอดมายังกลุ่มการเมืองหรือไม่ นี่คือท่อน้ำเลี้ยงให้กับบ้านใหญ่ในกลุ่มการเมืองซีกฝั่งรัฐบาลหรือเปล่า การสั่งการของนายกฯจะเป็นบทพิสูจน์ เราไม่จำเป็นต้องเอาการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไปแลกกับความล้มเหลวทางด้านความมั่นคง เราเปิดบ้านเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่ได้เปิดบ้านเพื่อรับอาชญากรรมข้ามชาติ การคัดกรองคนจำเป็นต้องทบทวนและสังคายนา เราจะติดตามการทำงานของนายอนุทินในฐานะ มท.1ปชป.เปิด “ส่องรัฐ” ตรวจสอบงบรัฐ ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค ร่วมแถลงเปิดตัวแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจสอบข้อมูลโครงการใช้งบประมาณหน่วยงานของภาครัฐในการจัดซื้อจัดจ้าง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคจะใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ตรวจสอบการใช้งบฯจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่น่าสนใจ เบื้องต้นพบมี 1,276 โครงการ รวมงบ ประมาณ 4,271 ล้านบาท พบหลายโครงการไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ อาทิ โครงการยกระดับทักษะด้าน AI ของคนไทย หรือ AI Passport ที่มีความเสี่ยงการทุจริตสูง พรรคกังวลว่าจะมีการทุจริต เราตรวจสอบ TOR และรายละเอียดโครงการ พบว่าสุ่มเสี่ยงการทุจริต ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ที่ OECD กำหนด ทั้งที่รัฐบาลมีนโยบายจะเข้าเป็นสมาชิก OECD พบว่าในงบประมาณกว่า 4,200 ล้านบาท แต่มีความเกี่ยวข้องแค่ 3 กลุ่มบริษัทเอกชน ที่มีส่วนจัดซื้อจัดจ้างโครงการทั้งหมด พบความเชื่อมโยงการถือหุ้นไขว้ มีการบริจาคเงินให้กับพรรคการเมืองบางพรรครบ.โต้ไม่เคยซุกปัญหาใต้พรมขณะที่ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ครม.เงาของพรรคฝ่ายค้าน วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลปล่อยปละ ละเลยเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ทุนเทา กลุ่มจีนเทา และเครือข่ายนอมินีว่า รัฐบาลไม่เคยปล่อยปละละเลยปัญหาเหล่านี้ ไม่เคยซุกปัญหาไว้ใต้พรม ตรงกันข้ามหลายคดีที่สังคมรับรู้วันนี้เกิดจากรัฐบาลที่ยกระดับการตรวจสอบและขยายผลเข้มข้น จนเครือข่ายผิดกฎหมายไม่มีที่ยืน อย่างกรณี 4 ตำรวจอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวจีนที่ จ.สระแก้ว รัฐบาลดำเนินการเด็ดขาด นิ้วไหนร้ายต้องตัดทิ้ง ไม่มีนโยบายปกป้องคนผิด ข้อมูลอาชญากรรมไม่ควรเป็นเครื่องมือทางการเมืองภท.โวยหยุดใช้วาทกรรมกินรวบนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุประเทศถูกกินรวบโดยระบอบสีน้ำเงินว่า หากบอกว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวแทนของระบอบสีน้ำเงิน ก็เกินไป เราอยู่บนกติกาเดียวกัน ที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ผู้เขียน เราอยู่ในสภาพเดียวกันกับสีส้ม สีแดง และ สีเขียว การพูดว่าพรรคภูมิใจไทยกินรวบไม่ถูกต้อง อย่าสร้างวาทกรรมการเมืองแบบนี้ เราอยู่ใต้กติกาผ่านการเลือกตั้งเหมือนพรรคอื่น ลดเรื่องวาทกรรมทางการเมือง ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่านี้ ถอยคนละนิดให้งานภาพรวมเดินหน้าต่อไปได้สว.น้ำเงินเต้นจี้ “เท้ง” ต้องขอโทษขณะที่กลุ่ม สว. นำโดยนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ นายสมบูรณ์ หนูนวล นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายอลงกต วรกี รวม 89 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน ร่วมแถลงประณามนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่พาดพิง สว.เป็นวุฒิสภาสีน้ำเงิน นายพิสิษฐ์กล่าวว่า สิ่งที่นายณัฐพงษ์กล่าวหาไม่เป็นความจริง เป็นพฤติกรรมเลวร้าย ขอให้แถลงขอโทษวุฒิสภาใน 3 วัน ไม่เช่นนั้นจะดำเนินการทางกฎหมาย นายณัฐพงษ์มีเจตนาทำลายวุฒิสภาให้ประชาชนไม่เชื่อถือ การระบุ สว.เป็นผลพวงรัฐธรรมนูญปี 60 ไม่เป็นความจริง รัฐธรรมนูญปี 60 ผ่านประชามติ ไม่ได้เป็นมรดกรัฐประหาร พรรคนายณัฐพงษ์ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงยุยงปลุกปั่นประชาชน สว.ผ่านกระบวนการเลือกมาถูกต้อง ไม่ใช้อำนาจฉ้อฉล ในทางตรงกันข้ามนายณัฐพงษ์พยายามให้ร้ายโดยไม่มีหลักฐาน สว.ทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย ถูกตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ“ภราดร” ไม่ยืนยันไทม์ไลน์แก้ รธน.วันเดียวกัน นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กางไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ยังไม่รู้และคาดการณ์ไม่ได้ ยังไม่รู้ว่าพรรคอื่นจะยื่นเข้ามาอีกกี่ฉบับ แต่วันนี้พรรคภูมิใจไทยแสดงความชัดเจนแล้วว่าเราจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจกับฝ่ายค้านจนได้เสียงสนับสนุน 20% ในวาระ 3 ได้หรือไม่ นายภราดรตอบว่า ยังไกลเกินไปรอดูวาระแรกก่อน มีการยอมรับหรือถอยในจุดยืนมากน้อยเพียงใด หากทุกคนยอมรับในชั้น กมธ.ก็ไม่มีปัญหา การทำรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายมหาชน ทุกคนต้องเห็นชอบร่วมกัน รัฐธรรมนูญกำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่า การจะผ่านร่างต้องมีเงื่อนไขอะไร ดังนั้น การแก้ไขต้องเป็นไปด้วยความเห็นชอบของทุกฝ่ายพร้อมเติมเสียงหนุน พท.เสนอร่างเมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรค ภท.จะร่วมลงชื่อหรือไม่ นายภราดรตอบว่า คุยนอกรอบกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องจากจำนวน สส.ของพรรค พท. มี 74 เสียง ไม่เพียงพอในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรค ภท.พร้อมสนับสนุน เมื่อถามว่างบกลางในการทำประชามติครั้งที่ 2 มีเพียงพอหรือไม่ นายภราดรตอบว่า เมื่อกฎหมายกำหนดให้รัฐบาลมีหน้าที่ นายกฯย้ำเสมอว่ารัฐบาลพร้อมดำเนินการทุกรูปแบบ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน 26.7 ล้านเสียงตามผลประชามติ จะใช้ทุกองคาพยพสนับสนุน ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย“ไอติม” เผยจ่อส่งร่างแก้หมวด 15/1ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พรรค ปชน.จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมหมวด 15/1 ทั้งหมด 2 ฉบับในสัปดาห์นี้ โดยยึด 3 หลักการ คือ 1.สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน 2.ป้องกันการผูกขาดกินรวบโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 3.ไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้ สว. ในการชี้ขาดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีกรอบเนื้อหาหน้าที่ของ ส.ส.ร.พอสรุปดังนี้ ส.ส.ร.ทั้งหมด 150 คน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ตัวแทนเชิงพื้นที่ ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน สามารถตั้ง กมธ.มาช่วยปฏิบัติหน้าที่ได้ และต้องตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ตราบใดที่ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือรูปแบบรัฐวิป รบ.ยังไม่สรุปส่งตัว “ชนนพัฒฐ์”อีกเรื่อง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎร ขอตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปสอบสวนในคดีพนันออนไลน์ และอาชญากรข้ามชาติ ว่า ต้องให้แต่ละพรรคไปพูดคุยกันก่อนเพื่อหามติพรรค จากนั้นค่อยกลับมาพูดคุยกันในวิปรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจะหยิบประเด็นนี้มาคุยในที่ประชุม สส.วันที่ 26 พ.ค. เพื่อนำมาพิจารณาลงมติ ในหลักการตามรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งระหว่างสมัยประชุม และต้องไปดูแนวทางปฏิบัติ เหตุผลจำเป็น รวมถึงสอบถามนายชนนพัฒฐ์อยากให้สภาส่งตัวไปสู้คดีหรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่พูดคุยระหว่างพรรค การเมืองและนายชนนพัฒฐ์ การลงมติครั้งนี้มีความสำคัญเพราะจะเป็นบรรทัดฐานให้สภาต่อไป ถ้าเรื่องนี้มีเจตจำนงกลั่นแกล้งทางการเมือง สส.ทั้งสภาคงตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับความมั่นคงประเทศ คงต้องคุยกันระหว่างพรรค การเมือง อยากเห็นการทำหน้าที่สภา มีความสง่างามตอบคำถามประชาชนได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่