ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรกคึกคัก! คนระดมกดใช้สิทธิล้นหลาม รวมถึงแห่ให้แบงก์กรุงไทยทั่วประเทศ ช่วยยืนยันตัวตน-ลงทะเบียนรับสิทธิจนล้นพื้นที่ โดยคน ลงทะเบียนทะลุไปกว่า 23.83 ล้านสิทธิ ด้าน “ปลัดคลัง” ย้ำ 30 ล้านสิทธิเพียงพอสำหรับคนไทย ย้ำผู้ลงทะเบียนรายใหม่ไม่ต้องกลัวสิทธิเต็ม เพราะถือว่าลงทะเบียนสำเร็จแล้ว รอตรวจสอบคุณสมบัติ 3 วัน พร้อมเร่งร้านค้าลงทะเบียนร่วมโครงการรายเดิม ให้ยืนยันผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน ก่อนเริ่มใช้จ่ายจริง 1 มิ.ย.นี้วันแรกของการเปิดลงทะเบียนรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จำนวน 30 ล้านคน ที่เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 25 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงแรกของการลงทะเบียนระบบจะหน่วง กดลงทะเบียนได้ช้า แต่หลังจากนั้นไม่นาน ประชาชนสามารถกดลงทะเบียนได้ตามปกติ เนื่องจากมีการขยายจำนวนรับลงทะเบียนจาก 300,000 ราย เป็น 700,000 รายต่อนาที โดยรัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน ไปจนกว่าจะเต็มสิทธิ 30 ล้านคน หรือถึงวันที่ 29 พ.ค.นี้ แล้วแต่กรณีใดจะถึงก่อนด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมความพร้อมการลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสไว้แล้ว ภาพรวมการลงทะเบียนวันแรกถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผลเป็นที่น่าพอใจ แม้ช่วงแรกระบบจะหน่วง แต่เป็นเพราะนาทีแรกเข้าลงทะเบียนพร้อมกัน 10 ล้านคน แต่หลังจากนั้นประชาชนสามารถลงทะเบียนได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาใดๆปลัดกระทรวงการคลังกล่าวอีกว่า ส่วนผู้ลง ทะเบียนใหม่ ที่ระบบระบุต้องรอการตรวจสอบสิทธิ 3 วัน ไม่ต้องกังวลว่าสิทธิจะเต็มก่อนการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นภายใน 3 วัน หากผลการตรวจสอบผ่านเกณฑ์ ผู้สมัครจะได้รับสิทธิทันที แต่หากไม่ผ่าน สิทธิดังกล่าวจึงจะถูกนำกลับมาเปิดให้ผู้อื่นลงทะเบียนใหม่ที่มีสิทธิและยังไม่ได้ลงทะเบียน ซึ่งระบบได้เปิดให้ลงทะเบียนไปจนถึง 29 พ.ค.นี้ หรือจนกว่าจะเต็ม 30 ล้านคน“ขอย้ำว่าการเตรียมสิทธิไทยช่วยไทยพลัสไว้ 30 ล้านคนนั้น ถือว่าเพียงพอต่อประชาชนคนไทย เพราะมีฐานข้อมูลประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป มีราว 53 ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในกลุ่มสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ฉะนั้น จำนวน 30 ล้านสิทธิถือว่าเพียงพอแล้ว” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว พร้อมระบุอีกว่า นอกจากเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสแล้ว ยังเปิดลงทะเบียนร้านค้า โดยร้านค้าเดิมต้องมายืนยันเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินด้วย เนื่องจากรัฐบาลจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยทำบัญชี วิเคราะห์ยอดขาย ต้นทุน การค้าการขาย และการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ลดการกู้เงินนอกระบบลงได้ ดังนั้นขอให้ร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการเร่งยืนยันผ่านแอปถุงเงิน หากมีปัญหาสามารถติดต่อธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ เนื่องจากจะเริ่มมีการใช้จ่ายในวันที่ 1 มิ.ย.2569 เป็นต้นไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 12.00 น.มีผู้มาลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง 22,631,987 คน แบ่งเป็นลงทะเบียนสำเร็จ 17,374,758 คน และรอตรวจสอบคุณสมบัติ 4,921,910 คน ส่วนประชาชนลงทะเบียนไม่สำเร็จ 335,319 คน เนื่องจากเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 335,153 คน และอื่นๆ เช่น เคยทำผิดเงื่อนไขคนละครึ่ง เป็นต้น 166 คน สำหรับร้านค้า แบ่งเป็นร้านค้ารายเดิมที่ผ่านเกณฑ์ 977,296 ราย อยู่ระหว่างร้านค้ายอมรับ T&C จำนวน 584,997 ราย และลงทะเบียนสำเร็จ 392,299 ราย ส่วนร้านค้าใหม่ 9,013 ราย อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบ 7,059 ราย และผ่านการตรวจสอบข้อมูล 1,954 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างร้านค้ายอมรับ T&C 274 ราย ลงทะเบียนสำเร็จ 1,680 ราย รวมร้านค้าลงทะเบียนสำเร็จ 393,979 รายผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้จ่าย “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ที่ในแต่ละเดือนรัฐจะสมทบให้คนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน เป็นเงิน 4,000 บาท ขณะที่ประชาชนจะต้องเติมเงินในแอปเป๋าตัง 2,668 บาท หรือเดือนละ 667 บาท ส่วนการใช้จ่ายในแต่ละวัน รัฐจะสมทบร้อยละ 60 วงเงิน 200 บาท ประชาชนจ่าย 133.33 บาท รวมในแต่ละวันสามารถใช้จ่ายได้ 333 บาท โดยมาตรการดังกล่าวรัฐบาลต้องการช่วยแบ่งเบาลดภาระค่าครองชีพประชาชนในแต่ละวัน เนื่องจากช่วงนี้ราคาสินค้าแพงขึ้น จากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นขณะที่นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดิมได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาท ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะโอนเงินเพิ่มตามโครงการไทยช่วยไทยพลัส อีกเดือนละ 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.) เพื่อซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค และเป็นวงเงินซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อเดือน ค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ ได้แก่ บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า วงเงิน 750 บาทต่อเดือน และในวันที่ 19 มิ.ย.กรณีเป็นผู้พิการ กระทรวงการคลังจะโอนเงินให้ผู้พิการเป็นเดือนละ 800 บาทนอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแรกของการลงทะเบียนรับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส ในส่วนภูมิภาค ว่าตั้งแต่เช้าตรู่ตามหน้าสาขาธนาคารกรุงไทยในแต่ละจังหวัด เนืองแน่นโกลาหลไม่ต่างกัน เนื่องจากมีชาวบ้านเดินทางมาให้พนักงานธนาคารช่วยลงทะเบียน ยืนยันตัวตนในแอปฯ เป๋าตังในโทรศัพท์มือถือ เพื่อรับสิทธิการใช้เงินตามโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างล้นหลาม ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยที่มีทั้งเพิ่งเปลี่ยนซิม เปลี่ยนมือถือใหม่ รวมถึงยืนยันตัวตนไม่ผ่าน เนื่องจากเพิ่งเปิดใช้แอปฯเป๋าตังเป็นครั้งแรก จึงต้องให้ธนาคารยืนยันตัวตนเพื่อใช้แอปฯ โดยบางรายมารอตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง อาทิ ที่หน้าธนาคารฯ สาขาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น คนมารอกว่า 200 คน ส่วนที่ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอภูเวียง ที่มีการยืนยันตัวตนผ่านตู้เอทีเอ็ม แต่ตู้หันหน้ารับแสงแดดโดยตรง ทำให้เกิดปัญหาแสงย้อนเข้ากล้องสแกนใบหน้า ทำให้ยืนยันตัวตนได้ยาก ชาวบ้านจึงช่วยกันนำผ้าขาวมาบังแสงด้านหลัง เพื่อให้ระบบสามารถสแกนใบหน้าได้สำเร็จส่วนที่หน้าธนาคารกรุงไทย ในตัวเมืองศรีสะเกษ นายคำผ่อน บุญส่ง อายุ 71 ปี มารอหน้าธนาคารฯตั้งแต่ตีห้า กล่าวด้วยความไม่พอใจว่า คิดว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารจะนำบัตรคิวมาแจกให้กับประชาชน เพื่อความเป็นระเบียบและให้สิทธิคนที่มาก่อน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้จัดระเบียบหรือแจกบัตรคิวให้เลย สุดท้ายตนได้คิวที่ท้ายๆ ตนลงทุนซื้อโทรศัพท์ใหม่ เพราะโทรศัพท์รุ่นเก่าใช้ไม่ได้ เพื่ออยากได้สิทธิเหมือนคนอื่นขณะที่บางส่วนเป็นร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย อาทิ แม่ค้าขายขนมหวาน “ร้านสิบพี่น้อง” ในตลาดสดเทศบาลอำเภอเมืองสุรินทร์ ระบุว่าครอบครัวตื่นมาลงทะเบียนกันตั้งแต่เช้า ไม่เกิน 5 นาที ลงทะเบียนสำเร็จ รู้สึกดีที่มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้ เช่นเดียวกับ นางกนกอร สเน่หา แม่ค้าขายไส้กรอกย่างและเปาะเปี๊ยะทอด ริมทางหน้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ระบุว่าโครงการนี้ดี ช่วยให้ขายของคึกคักขึ้น ชาวบ้านชายแดนจะได้มีการใช้จ่าย อยากมีโครงการนี้ตลอดไป ขณะที่ น.ส.รอฮานา กะสู ชาวบ้านจากบ้านทอน ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส เดินทางมาไกลกว่า 20 กิโลเมตร เพื่อมารอหน้าธนาคารกรุงไทย ในเมืองนราธิวาส เปิดเผยว่า โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน แต่ในมุมของชาวบ้านยังมีอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ หากใช้แอปฯไม่เป็น ก็ไม่มีประโยชน์ รวมถึงต้องมีเงินในแอปฯ ธนาคารก่อนถึงจะใช้ได้ ถ้าเป็นคนแก่อาจไม่มีเงินในบัญชี เดือดร้อน ลูกหลานต้องคอยเติมเงินให้ก่อน ถึงจะใช้ได้ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การที่คนแห่มารอที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาต่างๆทั่วประเทศ อย่างล้นหลาม โดยผู้สูงวัยใน จ.เชียงใหม่ ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำให้เสียเวลาเพื่อเดินทางมาธนาคารแต่เช้า บางแห่งมีปัญหาการต่อคิวโดยที่ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอลาดยาว จ.นครสวรรค์ คนมารอคิวกันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด บางคนใช้วิธีถอดรองเท้าและขวดน้ำวางจองคิวเรียงยาวตั้งแต่หน้าประตูธนาคารไปจนถึงบริเวณริมถนนหน้าสาขา ซึ่งส่วนใหญ่บอกเหมือนกันว่าที่ต้องมาเพราะไม่สามารถลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์มือถือได้ด้วยตนเอง แม้ที่ธนาคารกรุงไทยสาขาตากฟ้า ยังมีหลวงตาเศียร แห่งวัดพุเม่น มารอคิวให้เจ้าหน้าที่ธนาคารยืนยันตัวตนผ่านมือถือให้ใหม่เช่นกันส่วนที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองชัยนาท ประชาชนกว่า 100 คน เดินทางมาเพื่อยืนยันตัวตน เพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ หลังเกิดปัญหาหลายอย่าง โดยนายธำรง เนียมศรี อายุ 77 ปี มาพร้อมกับภรรยา เปิดเผยว่า ออกจากบ้านที่ ต.หางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ ประมาณตี 4 มาถึงธนาคารตอนตี 5 ส่วนที่ตลาดสดภาษีซุง อ.เมืองชัยนาท แม่ค้าพ่อค้า ต่างมานั่งจับเข่าคุยกันถึงการลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส หลายคนลงทะเบียนผ่าน นับวันรอใช้สิทธิได้ในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ แต่หลายๆคนต้องรอผลการลงทะเบียนไปอีก 3 วัน ขณะที่ นางกอบกุล พิมพ์อรัญ อายุ 76 ปี ชาวบ้านในตำบลนนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เดินทางมาที่ธนาคารกรุงไทย สาขากบินทร์บุรี ตั้งแต่ตีสี่ ระบุว่าตอนนี้ยืนยันตัวตนผ่านแล้ว ขอให้ได้ทุกคนขอให้ผ่านทุกคน เช่นเดียวกับหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาสระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว เต็มไปด้วยประชาชนจำนวนมากมาต่อคิวรอใช้บริการยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้า หลายคนเดินทางมาตั้งแต่เวลา 05.00 น. โดยผู้สูงวัยต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ขั้นตอนลงทะเบียนยุ่งยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสแกนใบหน้าและยืนยันตัวตนที่ทำให้ล่าช้า จนกังวลว่าจะไม่ได้รับสิทธิต่อมา น.ส.ลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพอใจระบบลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เรียบร้อยดี มีปัญหาเพียงเล็กน้อย ยังไม่ถึงกับล่ม ถือว่าระบบมีความไหลลื่นมีเสถียรภาพมากกว่าทุกรอบที่ผ่านมา ปัญหาเกิดขึ้นแค่ช่วงแรกที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีความล่าช้าเล็กน้อย ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยได้เร่งแก้ไขปัญหาระบบลงทะเบียนให้เร็วขึ้น ส่วนกลุ่มผู้ลงทะเบียนที่ขึ้นหน้าจอ “กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯเป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน” เป็นกลุ่มที่ไม่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสมาก่อน แต่มาลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส กลุ่มนี้จะต้องใช้เวลาตรวจคุณสมบัติและเงื่อนไข ตามที่ได้กำหนดไว้แล้วก่อนหน้านี้ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อรองรับการใช้จ่ายในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ธนาคารกรุงไทยได้เปิดจุดบริการนอกสถานที่ สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ระหว่างวันที่ 26-29 พฤษภาคม 2569 สามารถเช็กจุดบริการและเวลาให้บริการได้ที่ https://krungthai.com/th/krungthai-update/news-detail/3298 โดยเปิดรับสมัครร้านค้าเข้าร่วมโครงการฯ พร้อมให้คำแนะนำการใช้งานแอปฯ “ถุงเงิน” สำหรับร้านค้าที่มีบัญชีธนาคารกรุงไทยแล้วเท่านั้น ส่วนสำหรับร้านค้าที่สนใจ แต่ยังไม่มีบัญชีธนาคารกรุงไทย สามารถเปิดบัญชีได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทยใกล้คุณ โดยสามารถค้นหาสาขาผ่าน https://krungthai.com/th/ contact-us/ktb-location ส่วนกรณียังมีประชาชนตกหล่นอีก มีรายงานว่าต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล และต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไปต่อมาเวลา 19.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจำนวนการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในวันแรก ทำไปแล้วทั้งสิ้น 23.83 ล้านคน เหลือสิทธิอีก 6.17 ล้านคน จะเต็มตามจำนวน 30 ล้านคนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่