หนุ่มแท็กซี่ดับปริศนาคาห้องขัง ถูกจับเมาแล้วขับชนคู่กรณีเสียหาย 5 คันรวดเป่าแอลกอฮอล์พุ่งสูง 375 มิลลิกรัม ตำรวจหิ้วตัวฝากขังรอดำเนินคดี เพื่อนร่วมห้องขังเรียกกินข้าว แต่ปลุกไม่ยอมตื่น ตำรวจยืนยันไม่มีการทำร้ายบนโรงพัก เปิดผลชันสูตรไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย ไม่ตัดปมคู่กรณีรุมยำในที่เกิดเหตุ เร่งตรวจกล้อง วงจรปิดหาหลักฐานพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายแท็กซี่เมาขับดับปริศนาคาห้องขัง เปิดเผยเมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ต.วิศรุต พจน์มนต์ปิติ สว. (สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุชายหมดสติภายในห้องขัง สภ.ปากคลองรังสิต จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นประสานหน่วยกู้ชีพ รพ.กรุงสยาม เซนต์คาร์ลอส และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบช่วยเหลือ ตรวจสอบภายในห้องขังพบนายเฉลิมชัย ฤทธิ์ทรง อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคดีเมาแล้วขับ อยู่บ้านเลขที่ 15/2 หมู่ 12 ต.โคกม่วง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา สภาพนอนหมดสติไร้ชีพจร เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำร่างออกมาหน้าห้องขังช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจนานเกือบชั่วโมงแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมาสอบสวนทราบว่านายเฉลิมชัยมีอาชีพขับรถแท็กซี่ โตโยต้า สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มฎ 3121 กรุงเทพมหานคร ถูกจับกุมข้อหาเมาแล้วขับ เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณแยกไฟแดงแฟลตปลาทอง ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี มีรถของคู่กรณีถูกชนเสียหาย 5 คัน ผลวัดแอลกอฮอล์สูง 375 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แจ้งข้อหาเมาแล้วขับนำตัวฝากขังไว้ภายในห้องขังเพื่อรอดำเนินคดี ร่วมกับผู้ต้องหาคดีอื่นๆ รวม 8 คน กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจนำข้าวมาให้ผู้ต้องขัง นายเฉลิมชัยนอนแน่นิ่งไม่ขยับ ผู้ต้องขังคนอื่นพยายามปลุกให้ลุกมากินข้าว เรียกเท่าไรไม่มีการตอบสนอง ตะโกนเรียกสิบเวรหน้าห้องขังมาตรวจสอบพร้อมประสานกู้ภัยมาช่วยเหลือพ.ต.อ.พัฒน์ชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า หลังเกิดอุบัติเหตุพนักงานสอบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบนายเฉลิมชัยถูกชาวบ้านนำตัวออกมาจากรถแท็กซี่นั่งอยู่ริมฟุตปาท ไม่มีบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้าย สอบสวนเบื้องต้นพบว่านายเฉลิมชัยดื่มเหล้าตั้งแต่เวลา 18.00—20.00 น. กระทั่งขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม ตำรวจเชิญอัยการ แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และญาติมาร่วมชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย มีเพียงรอยช้ำบริเวณหน้าอกเกิดจากการปั๊มหัวใจส่วนกระแสข่าวมีคู่กรณีตามมาทำร้ายถึงโรงพักไม่เป็นความจริง เพราะตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบตำรวจคุมตัวเข้าห้องขังทันที นายเฉลิมชัยเข้านอนและไม่มีการถูกทำร้าย ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตผู้ตายอาจถูกทำร้ายในที่เกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวนจะลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะเร่งสอบสวนเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไปขณะที่นางวิไลรัตน์ ไชยราษฎร์ อายุ 45 ปี ภรรยานายเฉลิมชัย เปิดเผยว่า เพิ่งอยู่กินกับผู้ตายมาประมาณ 5 เดือน ไม่ทราบว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ ต้องรอญาติสามีให้ข้อมูล ก่อนเกิดเหตุทราบว่าสามีดื่มเหล้ากับเพื่อนในแฟลตปลาทอง กระทั่งมาทราบว่าเกิดอุบัติเหตุ เมื่อตนตามไปดูที่เกิดเหตุพบว่าสามีไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตต้องรอผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่