กรมควบคุมโรคเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเข้มข้น หลังพบคนเดินทางมาจาก “คองโก-ยูกันดา” รวม 10 ราย คัดกรองแล้วไม่มีอาการ แต่ต้องมารายงานตัวต่อเนื่องจนครบ 21 วัน เตรียมหารือ กต.วางมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เสนอ 4 แนวทางกัก-คุมผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงการระบาด จาก “คองโก” แม้ไม่มีอาการป่วยต้องกักตัวในสถานที่ที่กำหนด 21 วัน จาก “ยูกันดา” ไม่มีอาการป่วย ให้คุมสังเกตอาการ-รายงานตัว ส่วนผู้มีอาการป่วยต้องแยกกักในสถานพยาบาลที่กำหนดอย่างน้อย 21 วันตามที่องค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo ebolavirus (BVD) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พ.ค. นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ข้อมูลการคัดกรองผู้เดินทางจากเขตติดโรคอีโบลา ที่เข้ามาประเทศไทยจนถึงวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวน 10 คน มาจากสาธารณรัฐยูกันดา 8 คน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 2 คน ทั้งหมดผ่านการคัดกรองอาการป่วยแล้ว ไม่มีอาการใดๆ โดยทั้งหมดต้องรายงานอาการป่วยต่อเนื่องจนครบ 21 วันนพ.มณเฑียรกล่าวอีกว่า คณะกรรมการด้านวิชาการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เห็นชอบแนวทางการแยกกัก กักกัน และคุมไว้สังเกตผู้เดินทางมาจากหรือผ่านประเทศที่ประกาศให้เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาตามที่กรมควบคุมโรคเสนอ 4 แนวทางคือ 1.ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐยูกันดา ที่ไม่มีอาการป่วยจะถูกคุมไว้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และต้องรายงานตัวต่ออย่างน้อย 21 วัน 2.ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แม้ไม่มีอาการป่วย จะต้องเข้ารับการกักกันในสถานที่ที่กำหนดอย่างน้อย 21 วัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดและมีความเสี่ยงสูงนพ.มณเฑียรกล่าวว่า 3.ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐยูกันดา หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่มีอาการเข้าข่ายโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาจะถูกแยกกักในสถานพยาบาลที่กำหนดอย่างน้อย 21 วัน และ 4.กรมควบคุมโรคจะติดตามและประเมินสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป นอกจากนี้ยังได้เตรียมหารือกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อพิจารณาข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในมิติด้านการต่างประเทศ เพื่อให้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคของประเทศไทยมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ระหว่างประเทศอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่