รุมฉะผู้นำส่งสัญญาณเพี้ยน “วิโรจน์” บ่นผิดหวัง “นายกฯ-สุชาติ” แนวคิดปรปักษ์แก้คอร์รัปชัน ประกาศยืนเคียงข้างองค์กรต่อต้านทุจริต “สมชาย” จี้รัฐเร่งปราบโกง ชื่นชมภาคเอกชนกล้าหาญ โฆษกรัฐบาลยันเร่งขับเคลื่อนตามข้อเสนอกลุ่ม “บิ๊กซีอีโอ” นายกฯจ่อนำเข้า ครม.ออกเป็น Action Plan พร้อมผุด กรอ.ขีดเส้นต้องเห็นผลลัพธ์ภายใน 6 เดือน รองโฆษก รบ.โต้ “ไอซ์” ไม่เคยให้ท้ายคนผิด ยันงบจัดเลี้ยง “เจ้าสัว” คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ “สมชัย” เตือนระวังวงจรอุบาทว์ซ้ำรอย ปชน.เล็งชงร่างแก้ รธน.ประกบร่าง ภท.-พท. “ชัชชาติ” ร่วม “ซิตี้รัน” ครั้งสุดท้าย ย้ำชัดใบลาออกมีผล 5 โมงเย็น 18 พ.ค. โพลชี้คนคาดหวังช่วยลดค่าครองชีพ แต่ไม่หวังผลการทำงาน “รัฐบาลหนู 2”นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน บ่นผิดหวังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ส่งสัญญาณแนวคิดที่เป็นปรปักษ์ต่อการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ประกาศขอยืนเคียงข้าง พร้อมสนับสนุนการทำงานของกลุ่มองค์กรต่อต้านการทุจริต“วิโรจน์” ฉะ “นายกฯ–สุชาติ” ขู่กกร.เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ขู่ฟ้อง กกร.ปมเปิดผลสำรวจคอร์รัปชันเท่ากับ บ่อนทำลายนิติรัฐ” กกร.บอกชัดว่ามาจากการสำรวจภาคธุรกิจ ไม่ได้ทึกทักมั่วขึ้นมาเอง กรมควบคุมมลพิษกลับแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อ กกร.ที่น่าผิดหวังมาก คือการที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมายอมรับว่าเป็นคนสั่งการให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษออกมาตอบโต้ด้วยท่าทีเช่นนั้น ยังขู่สำทับอีกว่าจะฟ้องร้อง หรือใช้กระบวนการทางศาลต่อ กกร. แต่ที่น่าผิดหวังไปกว่าคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ที่ระบุว่าหากกล้าบอกว่าใครทำผิดก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ เป็นแนวคิดที่เป็นปรปักษ์ต่อการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างมาก อารยประเทศเขามีแต่จะปกป้องผู้ที่ออกมาเปิดโปงให้เบาะแส หรือ Whistleblower Protection ที่ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 131-135 ระบุเอาไว้ แต่คนเป็นถึงระดับนายกฯกลับไม่ตระหนักถึงแนวคิดสำคัญนี้เลย น่าผิดหวังจริงๆขอยืนเคียงข้างองค์กรต่อต้านโกงนายวิโรจน์ระบุอีกว่า ขอให้รัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ. 2 ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยยกร่างเอาไว้ ได้แก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม และ พ.ร.บ.การติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยทุจริต และขอให้กำลังใจพร้อมยืนเคียงข้าง กกร.คือ สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย รวมถึงทุกหน่วยงานที่อุทิศตนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งกลุ่มแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย หรือ CAC องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน หรือ ACT ยินดีสนับสนุนการทำงาน และช่วยงานทุกอย่างของพวกท่าน เพื่อกำจัดภัยคอร์รัปชันให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย“สมชาย” จี้รัฐเร่งปราบคอร์รัปชันด้านนายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องไปยังนายกฯให้เร่งขับเคลื่อนงานปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน หลังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเครือข่าย Zero Corruption และเพื่อนไม่ทน เปิดผลสำรวจการเรียกรับผลประโยชน์มากถึง 26 หน่วยงาน และแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนต่อการขจัดคอร์รัปชัน รวมถึงเร่งปฏิรูปกฎหมายเพื่อปกป้องคนทำดีและเปิดเผยข้อมูลคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส รวมไปถึงเร่งรัดการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ปรับเป็นรัฐบาลดิจิทัล 100% โดยภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลเร่งใช้ดิจิทัลและ AI เชื่อมโยงข้อมูลกลางเปิดเผยงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-Government Procurement อย่างโปร่งใสเพื่อปิดช่องโหว่การเรียกรับเงินสินบนผิดหวังผู้นำหนุนฟ้องคนให้ข้อมูลนายสมชายระบุต่อว่า ต้องเร่งรัดกระบวนการในสภา แก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ขณะนี้กำลังมีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รวมถึงต้องยอมรับและปฏิบัติตามอนุสัญญาต้านสินบนระดับสากล ลงนามในกติกาสากลที่ไทยต้องเข้าเป็นภาคี อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนของ OECD ที่เป็นเกณฑ์ภาคบังคับออกกฎหมายลงโทษผู้ให้สินบนครอบคลุมการเอาผิดบริษัทไทยที่ให้หรือรับสินบนที่เชื่อมโยงเจ้าหน้าที่รัฐในไทย และในต่างประเทศด้วย จะช่วยลดปัญหาคอร์รัปชันได้เป็นรูปธรรม รัฐบาลต้องจัดตั้งบอร์ดต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ มีนายกฯเป็นประธานเพื่อแสดงพลังขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างเด็ดขาด ขอชื่นชมในความกล้าหาญยิ่งของภาคเอกชน ที่กล้าศึกษาตรวจสอบ และเปิดเผยสู่สังคม ฟังคำให้สัมภาษณ์ของนายกฯที่ทราบว่าอาจถูกหน่วยงานฟ้องร้อง มีความกังวลใจว่าประเทศชาติต้องการการแก้ไขโดยด่วน มากกว่าการฟ้องร้องหรือแก้ตัวรบ.เร่งขับเคลื่อนข้อเสนอกลุ่มทุนขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯมีดำริให้นำข้อเสนอสำคัญจากกลุ่มผู้ประกอบการและภาคเอกชน ในเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” นำไปกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการ หรือ Action Plan ที่ชัดเจน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ข้อเสนอแต่ละด้านมีหน่วยงานรับผิดชอบ และถูกนำไปขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นเพียงการรับฟังในห้องประชุม ข้อเสนอจากภาคเอกชนนอกจากมิติธุรกิจ ยังเชื่อมโยงตรงกับชีวิตประชาชนทุกระดับ อาทิ 1.การเติบโตของภาคธุรกิจรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงการผลักดันเศรษฐกิจใหม่ เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง ช่วยสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน 2.เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบน้ำ และพลังงานสะอาด จะช่วยลดต้นทุนทั้งระบบขีดเส้น 6 เดือนเห็นผลลัพธ์ของจริงน.ส.รัชดากล่าวว่า 3.การปรับปรุงกฎระเบียบและเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดึงดูดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ 4.การผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI, High Technology และอุตสาหกรรมสีเขียว จะเกิดงานทักษะสูงรายได้สูง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงอาชีพใหม่ และช่วยให้ SME แข่งขันได้ดีขึ้น กระจายรายได้ไปถึงชุมชนและท้องถิ่น 5.รัฐบาลรับทราบปัญหา SME โดยเฉพาะรายย่อย (ไมโคร SME) ยังมีที่เข้าไม่ถึงมาตรการของรัฐ และแหล่งเงินกู้ ช่วยให้ออกมาตรการช่วยเหลือในอนาคตได้ตรงจุด ควบคู่กับการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยอยู่รอดและรักษาการจ้างงานได้อย่างยั่งยืน ข้อเสนอจากภาคเอกชนหลายเรื่องสอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลผลักดันอยู่ เพื่อให้เกิดผลโดยเร็ว รัฐบาลจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) พร้อมสร้างระบบ Dashboard ติดตามผลทุกมาตรการ และนัดประเมินผลร่วมกันภายใน 6 เดือน เพื่อให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงโต้ “รักชนก” ยันไม่เคยให้ท้ายคนผิดน.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วิพากษ์วิจารณ์กรณีนายกฯแสดงความเห็นเกี่ยวกับสิทธิของหน่วยงานรัฐในการดำเนินคดี หากได้รับความเสียหายจากข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง อาจเข้าข่ายการ “ฟ้องปิดปาก” หรือ SLAPP ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อกังวล นายกฯไม่เคยสนับสนุนให้มีการใช้กฎหมายกลั่นแกล้งผู้เปิดโปงหรือปิดกั้นการตรวจสอบ แต่อธิบายหลักการพื้นฐานว่า หากมีการกล่าวหาหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงจนสร้างความเสียหาย หน่วยงานนั้นย่อมมีสิทธิใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อปกป้องหน่วยงาน เป็นสิทธิที่กฎหมายรับรองเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป จึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการฟ้องปิดปากโดยอัตโนมัติ การนำข้อมูลเชิงสะท้อนความรู้สึกหรือ perception ไปสรุปว่าหน่วยงานใดทุจริตโดยไม่มีพยานหลักฐานรองรับ อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่น รัฐบาลยืนยันปราบปรามการทุจริตจริงจัง ตามกฎหมายและพยานหลักฐาน ไม่ใช่การตัดสินจากกระแสหรือความรู้สึก รัฐบาลไม่เคยให้ท้ายคนผิด เมื่อมีหลักฐานชัดเจนก็ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบงบจัดเลี้ยง “เจ้าสัว” คุ้มค่าทุกสตางค์น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์ การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์รัฐบาลใจใหญ่เลี้ยงอาหารเย็นเจ้าสัว ทั้งที่ต้องกู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า งบดังกล่าวเป็นการใช้งบสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) หน่วยงานสนับสนุนภารกิจนายกฯในการบริหารประเทศ ทุกบาททุกสตางค์ที่นำมาใช้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เข้ามามีส่วนร่วม เป็นเวทีให้น้องนักศึกษาภาคการโรงแรมแสดงฝีมือ แสดงศักยภาพปฏิบัติงานจริง อาหารในงานเลี้ยงไม่ได้จัดหรูหรา เน้นเสิร์ฟอาหารแบบไทยฟิวชัน ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรไทย ไม่ได้ใช้บริการจากโรงแรมชื่อดัง ไม่ฟุ่มเฟือยอย่างที่เป็นกังวล ขออย่าเป็นกังวลใจ“สมชัย” เตือนวงจรอุบาทว์ซ้ำรอยวันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวถึงกรณีฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐบาลยังไม่ชัดเจนวางโรดแม็ปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง ท่ามกลางวิกฤติองค์กรอิสระว่า ขณะนี้อยู่ในภาวะงูกินหาง เหมือน สว.มีปัญหาและอยู่ภายใต้การตัดสินขององค์กรอิสระ แต่องค์กรอิสระกลับมาจาก สว. ยิ่งนานไปองค์กรอิสระที่มาจาก สว.ชุดนี้จะมีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น กระบวนการทั้งหมดต้องรีบเร่ง ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกอย่างวนจนครบรอบของมัน กลายเป็นแก้ปัญหาไม่ได้เลย ปล่อยไปแบบนี้ท้ายสุดเป็นวงจรอุบาทว์ ตรวจสอบใครไม่ได้ เพราะเป็นพวกเดียวกันหมด การเมืองที่ดีต้องรู้จักคิดทำอย่างไร ไม่ให้อำนาจนอกระบบกลับมา ถ้าอยู่ในอำนาจแล้วคุณเหลิง ใช้อำนาจเพื่อรักษาผลประโยชน์ตัวเอง ทำความเสียหายแก่บ้านเมืองปชน.เล็งชงร่าง รธน.ประกบรัฐบาลน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ รองโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยเตรียมผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ต้องสื่อสารผ่าน ครม.เงา เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามพรรค ปชน.เข้าสภาอีกครั้ง พรรคปชน.ยังเชื่อว่าองค์กรผู้ร่างรัฐธรรมนูญควรมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แม้จะมีเงื่อนไขคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่จำเป็นต้องออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมสูงสุด หากร่างของพรรคเพื่อไทยเปิดช่อง หรือมีหลักการเดียวกัน โดยไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเราก็เห็นด้วย ประเด็นสำคัญที่สุดคือต้องมาหาฉันทามติร่วมกันว่าจะยังคงให้สว.มีเสียง 1 ใน 3 ในการผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ในเมื่อประชาชน 21.6 ล้านเสียง มีประชามติชัดเจนแล้วว่าจะเอารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราควรมาหาฉันทามติร่วมกันเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ไม่สูญเปล่ารำลึก 34 ปี “พฤษภาประชาธรรม”ช่วงเช้าที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน มีการจัดพิธีสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม เนื่องในโอกาสครบรอบ 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม พ.ศ.2535 มีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆเข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ นายกฯมอบหมายให้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายก รัฐมนตรี เป็นผู้แทนรัฐบาล เข้าร่วมพิธีวางมาลา ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ตัวแทนผู้นำฝ่ายค้าน พร้อม น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการและรองโฆษกพรรค และนายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. เป็นตัวแทนพรรคประชาชน เข้าร่วม นายวิโรจน์กล่าวสดุดีวีรชนว่า เคยมีความเชื่อว่าเมื่อสังคมได้เห็นความสูญเสียและมีบทเรียนจากความรุนแรง พฤษภาฯ 35 การรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่การรัฐประหารเมื่อปี 2549 และปี 2557 ทำให้ตนและประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่เชื่อว่าประเทศจะไม่มีการทำรัฐประหารอีก ดังนั้นประชาชนต้องอดทนและร่วมแรงร่วมใจกันสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนขึ้นมาอีกครั้งให้ได้ จะเป็นแนวทางเดียวที่ทำให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้าได้อีกครั้ง“ชัชชาติ” วิ่งตรวจงานครั้งสุดท้ายที่ลานคนเมือง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ระหว่างเตรียมตัววิ่งตรวจงานซิตี้รันว่า วันนี้เป็นการวิ่งครั้งสุดท้ายของการเป็นผู้ว่าฯ กทม.สมัยนี้ สรุปคือจะลาออกในวันที่ 18 พ.ค. เวลา 17.00 น. เพราะต้องเดินทางไปต่างประเทศเข้าร่วมแสดงความยินดีกับนายแสนดี สิทธิพันธุ์ บุตรชาย ที่จะรับปริญญา เมื่อตัดสินใจลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ต่อ การลาออกเพื่อให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องมีผู้รักษาการ และไม่มีปัญหาเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่มีการหาเสียง ลงในนามอิสระไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใด และที่มีผู้บอกว่าการลาออกอาจทำให้เป็นปัญหา ทำให้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และเลือกตั้ง สก.เป็นคนละเวลา ทำให้เปลืองเงิน ความจริงได้คุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่ดูแลเรื่องนี้ ระบุว่าเป็นวันเดียวกันเพราะห่างกันแค่ 3 วัน ไม่ได้เสียงบประมาณเพิ่มเติม ดังนั้นอย่าฟังข่าวที่ไม่ถูกต้องโพลชี้คนคาดหวัง รัฐบาลลดค่าครองชีพอีกเรื่อง สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทิน” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,143 คน ระหว่างวันที่ 12-15 พ.ค. พบว่า 77.97% อยากให้รัฐบาลอนุทินเร่งดำเนินการเรื่องลดค่าครองชีพ ค่าพลังงาน ราคาสินค้ามากที่สุด รองลงมา 63.78% อยากให้แก้ปัญหาหนี้สินประชาชน 63.08% ต้องการให้ปราบทุจริต และบริหารงานให้โปร่งใส เมื่อถามถึงมุมมองว่าเศรษฐกิจไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มิ.ย.-ส.ค.) พบว่า 46.89% มองว่าอาจจะแย่ลง ส่วนประเด็นที่ประชาชนกังวลมากที่สุด เป็นภาระหนี้สาธารณะจากการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ความคุ้มค่าของโครงการคนละครึ่งพลัส ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ไม่คาดหวังต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทินอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่