สาวทอมเครียดขับรถหนีออกจากบ้าน หายตัวไปนาน 19 วัน เจออีกทีกลายเป็นศพรมควันดับคารถ แฟนสาวเผยผู้ตายอารมณ์ร้อนช่วยแม่ขายของชำเกิดมีปากเสียงกับแม่รุนแรงเรื่องธุรกิจ หายจากบ้านจนญาติประกาศตามหากระทั่งพบคิดสั้นกลายเป็นศพ ตำรวจพุ่งปมเครียดทะเลาะกับแม่ ประชดชีวิตด้วยการรมควันตัวเองจนเสียชีวิตคารถสาวทอมรมควันตายอืดคารถพุ่ง ปมทะเลาะกับแม่ เปิดเผยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 พ.ค. ร.ต.อ. จรยุทธ บุญทอง รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งพบศพหญิงสาวเสียชีวิตภายในรถ บริเวณลานจอดรถหลังอาคาร ที 1 คอนโดเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วิศิษฏ์ ชมเชย สว.สส. กำลังชุดสืบสวน แพทย์เวรสถาบัน นิติวิทยาศาสตร์ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุพบรถเก๋งเอสยูวี ยี่ห้อนิสสัน รุ่น เอ็กซ์เทล สีแดง ทะเบียน 7 กษ 1989 กรุงเทพมหานคร จอดในช่องด้านในสุดของลานจอด บริเวณใต้ท้องรถพบมีน้ำเหลืองไหลหยดอยู่ ตรวจสอบภายในรถบนเบาะหลังขวาพบศพ น.ส.นภัทร สังข์หรุ่น อายุ 37 ปี สวมเสื้อยืดสีส้ม นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ อยู่ในท่านั่งล้มตัวตะแคงไปทางซ้าย สภาพศพขึ้นอืดเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ ใกล้กันพบเตาอั้งโล่ ปืนจุดเตาแก๊ส 7 อัน น้ำมันลอนสัน 1 ขวด และถ่านหุงต้ม 1 ถุง อยู่เบาะหลังภายในรถสอบสวน น.ส.ชนากานต์ สกุลรุ่งอารุณ อายุ 38 ปี แฟนสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นสาวทอม พักอยู่ที่หมู่บ้านพฤกษา 3 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นคนอารมณ์ร้อนประกอบอาชีพช่วยแม่ขายของชำ กระทั่งวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ตายมีปากเสียงกับแม่อย่างรุนแรงจากเรื่องธุรกิจขายของชำที่บ้าน ก่อนหุนหันขับรถคันเกิดเหตุหนีออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงเย็น จากนั้นติดต่อไม่ได้อีกเลย ตนพยายามประกาศตามหาและเข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.บางบัวทอง กระทั่งมีตำรวจโทร.แจ้งว่าพบศพอยู่ในรถ ไม่คิดว่าแฟนจะคิดสั้นแบบนี้ร.ต.อ.จรยุทธ บุญทอง รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยว่า ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ตายได้ขับรถเข้ามาจอดภายในลานจอดรถที่เกิดเหตุ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะมีผู้มาพบว่ากลายเป็นศพอยู่ภายในรถ เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะมีอาการเครียดหลังจากทะเลาะมีปากเสียงกับแม่ ก่อนจะประชดชีวิตด้วยการรมควันตัวเองจนเสียชีวิตคารถ อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่