เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ “เผยเงามังกร” จับกุมปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ คาโต๊ะทำงาน หลังมีส่วนเชื่อมโยงให้นายหมิงเฉินซัน ผู้ต้องหาซุกคลังแสง อนุญาตย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ขณะเป็นปลัดอำเภอเชียงดาว ขยายผลรวบผู้ใหญ่บ้าน อดีตผู้ใหญ่บ้านและลูกจ้างใน อ.เชียงดาว อีก 3 คน มีพฤติกรรมละเลย หลีกเลี่ยง ฉ้อฉล และเพิกเฉยปกปิดข้อเท็จจริงนำไปสู่การออกบัตรคนต่างด้าวภายหลังตำรวจพบหลักฐานเชื่อมโยงคดีนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหาครอบครองอาวุธสงครามและระเบิดซีโฟร์ (C4) เกี่ยวพันกับแก๊งสแกมเมอร์เตรียมอาวุธไปสางแค้นหุ้นส่วนที่หักหลังในกัมพูชา หลังจากถูกจับส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา ผู้ต้องหาเกิดความเครียดกินยาเกินขนาด เจ้าหน้าที่เรือนจำนำตัวส่ง รพ.พัทยาปัทมคุณ (รพ.บางละมุง) อาการยังวิกฤติรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู เจ้าหน้าที่ยังขยายผลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 15พ.ค. นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง เป็นหัวหน้าคณะปฏิบัติการสืบสวนต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นำกำลังเปิดปฏิบัติการ “เผยเงามังกร” จับกุมนายฉัตรเทพ เพิ่มทรัพย์ ปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่) ที่ห้องทำงานในสำนักงานอำเภอฮอด และพวกในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดที่เกี่ยวข้อง และคดีที่เกี่ยวข้องกับให้สัญชาติไทยแก่นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาซุกคลังแสงที่บ้านเช่าในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนอ่านหมายจับพร้อมชี้แจงสิทธิ์ ก่อนที่จะไปตรวจค้นรถเก๋งของนายฉัตรเทพพบปืน 1 กระบอกเป็นของทางราชการอยู่ภายในรถ และตรวจค้นบริเวณโต๊ะทำงานไม่พบเอกสารทางทะเบียน เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางทั้งหมดและนำตัวไปสอบสวนที่สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 5นายฉัตรเทพเปิดเผยว่า เห็นแย้งในข้อกล่าวหากระทำความผิดเรื่อง พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร เพราะตนทำตามขั้นตอนมาโดยตลอด หากทุกกรณีต้องตรวจสอบตนคงไม่ต้องทำอะไรแล้ว หากมีการย้ายเข้าจะเข้าอยู่จริงหรือไม่ ตนก็ไม่รู้ หากย้อนกลับไปต้องดูว่าถ้าชาวบ้านราษฎรเข้าถึงสิทธิ์ตนเอง ไม่มองว่าเป็นคนจีนหรือไทยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ หากมีปัญหาความเดือดร้อนมาแล้วชี้แจงเหตุผลตัวเองก็ทำทุกอย่างให้โดยชอบด้วยกฎหมายนายฉัตรเทพเผยอีกว่า ไม่เคยรู้จักนายหมิงเฉิน ซันมาก่อน ทราบว่าเป็นการขยายผลจากคดีพบคลังแสง และเคยพบกันหนึ่งครั้งนายหมิงเฉินมาขออนุญาตย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เนื่องด้วยเหตุผลมาประกอบอาชีพและมีภรรยามาด้วย ตอนนี้ไม่ทราบว่าเป็นคนในพื้นที่หรือไม่ ส่วนกรณีการเรียกรับเงินจากคนสัญชาติจีนในการสวมบัตรสีชมพู ตนในฐานะผู้ช่วยนายทะเบียนเป็นผู้อนุมัติอนุญาตย้ายเข้า ไม่ได้อนุมัติทำบัตร และไม่มีการเรียกรับเรียกจ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนผู้ที่อนุมัติทำบัตรต้องย้อนกลับไปดูในระบบ ตนเองไม่มีความกังวลพร้อมสู้ตามกระบวนการพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จับกุมนายฉัตรเทพ ปลัดอำเภอฮอดมีคดีที่เกี่ยวกับนายหมิงเฉิน อดีตผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านและลูกจ้างใน อ.เชียงดาว รวมทั้งหมด 4 คน คดีนี้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ การตรวจสอบคนย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลายคนจนผิดสังเกต ผัวเมียบางคนมีลูก 40-50 คน ในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่ไม่ลงไปตรวจสอบ หลีกเลี่ยง ฉ้อฉลปกปิดข้อเท็จจริง นำไปสู่การออกบัตรสีชมพูเป็นบัตรคนต่างด้าว ถือมีความผิดตามกฎหมายต่อมาเวลา 16.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. และนายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ แถลงข่าวการปฏิบัติงาน นายเจเศรษฐ์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กรมการปกครองประสานข้อมูลกับศูนย์ต่อต้านการโกงออนไลน์ (ACSC) และตำรวจพบว่านายหมิงเฉิน ซัน ย้ายเข้าทะเบียนบ้านใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2565 อันเป็นเท็จ มีอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่) ขอให้เจ้าบ้านรับนายหมิงเฉินเข้าบ้าน อดีตปลัดอำเภอเชียงดาวดังกล่าวเป็นผู้จัดทำและจัดเตรียมเอกสารให้ทั้งหมด และเชื่อว่าเป็นการแจ้งย้ายเข้ามาโดยมีนายหน้าติดต่อแทนนายเจเศรษฐ์เผยอีกว่า อดีตปลัดอำเภอเชียงดาวรายนี้ ครั้งดำรงตำแหน่งที่ อ.เชียงดาว ในห้วงระหว่างวันที่ 28 ต.ค.2564-วันที่ 7 ธ.ค.2564 จัดทำรายการทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาว เลข 0) จำนวน 445 รายขณะนี้ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีจำนวน 18 ราย ที่เป็นการจัดทำทะเบียนประวัติและออกบัตรสีขาว เลข 0 โดยมิชอบ การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีกับปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่) และพวกรวม 4 คน ส่วนผู้กระทำผิดรายอื่น เช่น เจ้าบ้าน พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกมาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเข้าจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว เกี่ยวข้องกับการย้ายชื่อนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ว่า เจ้าหน้าที่ไล่จับขยายผลคนที่เกี่ยวข้องไปเรื่อยๆ เป็นกระบวนการใหญ่และนายอำเภอที่อยู่ตรงนั้นถูกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ไปถึงใครโดนหมด ตอนนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนมั่นใจได้ว่ารัฐบาลไม่เล่นกับเรื่องพวกนี้ เคลียร์ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุกรุกที่ ยาเสพติด บ่อนการพนัน กระทำผิดกฎหมายใดๆ ฟอกเงินสแกมเมอร์ รัฐบาลชุดนี้ไม่ประนีประนอม ไม่เป็นมิตรกับพวกทำผิดกฎหมายเหล่านี้และได้รับความร่วมมือที่ดีด้าน พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร.ชี้แจงกรณีพบปืนของกองทัพเรือเชื่อมโยงคดีหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนที่ถูกจับพร้อมอาวุธสงครามจำนวนมาก ยืนยันว่าไม่มีอาวุธหลุดออกจากกองทัพเรือ แต่เป็นพฤติกรรมเฉพาะส่วนบุคคลของผู้กระทำผิด ทั้งนี้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วไม่พบว่ามีการนำอาวุธออกจากระบบของกองทัพเรือ พร้อมเน้นย้ำต่อหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ และผู้บังคับหน่วยที่เกี่ยวข้องว่าจะไม่มีการให้ความช่วยเหลือใดๆกับผู้กระทำผิด เนื่องจากถือเป็นเรื่องของความประพฤติส่วนบุคคล อีกทั้งสิ่งสำคัญที่สุดของกำลังพลคือเรื่องพฤติกรรมที่ต้องมีความประพฤติดี และมีวินัยในตนเองจึงจะสามารถเป็นข้าราชการกองทัพเรือที่ดีส่วน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนมีความเกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธร้ายแรงจำนวนมากว่าจะมีการพิจารณาขั้นตอนรับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษอย่างไรว่า ตนทราบว่าเมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายสนธิญา สวัสดี มายื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอประมวลเรื่องไปยังบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษเพื่อพิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ ต้องขอเรียนชี้แจงว่า ดีเอสไอรับเรื่องไว้สืบสวน เนื่องจากในตอนนี้พนักงานสอบสวนตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำคดีคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ระหว่างนี้ก็จะรวบรวมข้อมูลและพิจารณาเนื้อหาคู่ขนานกันไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่