ตำรวจกระจายกำลังสืบสวนขยายผลคดี “เฉิน ซีโฟร์” แบ่งหน้าที่ให้กองปราบฯหาเบาะแสข้อมูลโทรศัพท์และเส้นทางการเงิน พบหลักฐานเกี่ยวพันกับแก๊งสแกมเมอร์เตรียมอาวุธไปสางแค้นหุ้นส่วนที่หักหลังในกัมพูชา สืบภาค 2 และสืบจ.ชลบุรี หาที่มาของปืน M4 และวัตถุระเบิด ส่วนผู้ต้องหายังนอนรักษาตัวในห้องไอซียู ตำรวจจัดกำลังคุมเข้ม ขณะที่ “สนธิญา” ยื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษตำรวจระดมกำลังเร่งขยายผลคดีนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหาครอบครองอาวุธสงครามและระเบิด C4 ซุกอยู่ในบ้านเช่าใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตรวจสอบพบว่า นายหมิงเฉิน ซัน เป็นเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในฝั่งกัมพูชาทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงิน หลังจากถูกจับส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา ผู้ต้องหาเกิดอาการช็อกหมดสติ เจ้าหน้าที่เรือนจำนำตัวส่ง รพ.พัทยาปัทมคุณ (รพ.บางละมุง) แพทย์ระบุสาเหตุกินยาเกินขนาดต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก แนวทางการสืบสวนยังไม่พบประเด็นเชื่อมโยงนักการเมืองไทยความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 พ.ค.นายสนธิญา สวัสดี เข้ายื่นหนังสือถึงพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินการกรณีนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด เป็นลักษณะอั้งยี่-ซ่องโจร และเป็นผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ เป็นองค์กรอาชญากรรมระหว่างประเทศ เสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ และความสงบสุขของประชาชน ด้วยการกระทำทั้งหมดเข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 21 หมวด 3 การสอบสวนคดีพิเศษ (1) ข้อ ก, ข, ค, ง จึงเดินทางมาร้องต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ประมวลเรื่องนายหมิงเฉิน ซัน เข้าสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อรับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ มี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่องนายสนธิญากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่ตนเดินทางไปยื่นเอกสารยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ บช.ก.เนื่องจากตรวจสอบเนื้อหาภายใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 อีกทั้งเมื่อไปตรวจสอบเนื้อหาภายใน พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ถือว่ากฎหมายสองฉบับนี้ สามารถใช้กำกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เช่นเดียวกัน กรณีของนายหมิงเฉิน ซัน ถือเป็นผู้กระทำความผิดอาชญากรรมข้ามชาติ มีลักษณะเป็นการกระทำอั้งยี่-ซ่องโจร มีการครอบครองอาวุธสงคราม และยังมีกระบวนการต่างๆที่ไปสุ่มเสี่ยงเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศชาติ และความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินคนไทย เข้าข่ายอยู่ในกระบวนการรับเป็นคดีพิเศษของดีเอสไอ อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะต้องโอนสำนวน ให้ดีเอสไอก่อน เพื่อที่จะได้ไปดำเนินการสืบสวนสอบสวน นอกจากนี้ อยากขอให้ขยายผลดูในเรื่องของการยึดอายัดทรัพย์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมีรายงานว่า นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของกองบังคับการปราบปรามเปิดเผยว่า สำหรับเรื่องคดีนายหมิงเฉิน ซัน ผบ.ตร.มีคำสั่งให้ตำรวจกองปราบฯรับผิดชอบ 2 เรื่องคือข้อมูลโทรศัพท์และเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา การตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ตำรวจกองปราบฯทำร่วมกับตำรวจสันติบาล พบข้อความสนทนาทางสื่อโซเชียลมีเดียของผู้ต้องหาสรุปใจความได้ว่า อาวุธสงครามต่างๆที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ เตรียมนำไปจัดการหุ้นส่วนแก๊งสแกมเมอร์ฝั่งประเทศกัมพูชา หลังถูกหักหลังจนเกิดความแค้น ส่วนอาวุธหลายอย่างที่พบนำข้ามมาทางช่องทางธรรมชาติจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน ส่วนเส้นทางการเงินเท่าที่ตรวจสอบขณะนี้พบผู้ต้องหามีเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 20 ล้านบาท เรื่องดังกล่าวได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ส่วนเรื่องจะโอนคดีมาที่กองปราบฯหรือไม่นั้น เบื้องต้น ผบ.ตร.มีคำสั่งให้กองปราบฯเข้าไปร่วมทำงานด้วยเท่านั้นขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ รพ.พัทยาปัทมคุณ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบว่า ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 2 และ ภ.จ.ชลบุรี รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ จัดกำลังคุมเข้มนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาชาวจีน นอนรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) ชั้น 2 ของโรงพยาบาล ส่วนทางด้านคดี ตำรวจสืบสวนภาค 2 รับผิดชอบเกี่ยวกับที่มาของปืน M4 และเครื่องกระสุน ตำรวจสืบสวน ภ.จ.ชลบุรีรับผิดชอบเกี่ยวกับที่มาของวัตถุระเบิด ตำรวจกองบังคับการปราบปรามรับผิดชอบตรวจสอบเส้นเงินและการใช้โทรศัพท์มือถือ ตำรวจสันติบาลและฝ่ายความมั่นคงสืบสวนข้อมูลเชิงลึก ข้อมูลทั้งหมดจะถูกรายงานโดยตรงถึง ผบ.ตร.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่