ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนถูกขับเคลื่อนด้วยสองข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นแทบพร้อมกัน เริ่มจากฝั่ง OpenAI ผู้พัฒนาและให้บริการ ChatGPT มีข่าวเดินหน้าเข้าสู่ตลาดฮาร์ดแวร์ด้วยแนวคิด “โทรศัพท์ ไร้แอป” ที่ให้ AI ทำงานแทนผู้ใช้ขณะที่ แอปเปิล ประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุด ทำรายได้ 111,200 ล้านดอลลาร์ฯ เติบโต 17% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย iPhone ยังเป็นหัวใจหลักของธุรกิจภาพที่เกิดขึ้นเป็นจุดตัดสำคัญของอุตสาห กรรม ระหว่างแนวคิดใหม่ที่พยายามเปลี่ยนวิธีใช้งาน กับระบบเดิมที่ยังแข็งแรงและทำเงินมหาศาลได้อย่างต่อเนื่องแนวคิดของ OpenAI คือการเปลี่ยนวิธีใช้โทรศัพท์โดยสิ้นเชิง ผู้ใช้ไม่ต้องเปิด Google Maps ไม่ต้องสลับ Grab หรือแอปต่างๆ เพียงสั่งงานครั้งเดียว เช่น จัดตารางประชุมจองที่จอดรถ และตั้งเตือน ระบบจะทำงานให้ครบในเบื้องหลัง โมเดลนี้เรียกว่า AI–native device ซึ่งให้ AI เป็นศูนย์กลางของทุกการใช้งานโดยมีการยืนยันจาก แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI ได้ระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่ระบบปฏิบัติการ (OS) และรูปแบบการใช้งานจะต้องถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด ขณะที่ข่าวที่สะพัดออกมาว่า OpenAI กำลังพัฒนาอุปกรณ์จริง โดยร่วมมือกับ Qual comm และ MediaTek ออกแบบชิปเฉพาะทาง ใช้ Luxshare เป็นผู้ผลิต และมี TSMC รับหน้าที่ผลิตชิปในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดหลักทรัพย์ทันที หุ้นของ Qualcomm ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหมิง ฉี กั้ว นักวิเคราะห์ซัพพลายเชนชื่อดัง ได้เปิดข้อมูลว่า สเปกของสมาร์ทโฟนของค่ายนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นปลายปีนี้ และเริ่ม ผลิตจริงในปี 2571 โดยตั้งเป้ายอดขายระดับ 300-400 ล้านเครื่องต่อปี หากเกิดขึ้นจริง เท่ากับเป็นการเปิดศึกตรงกับทั้งแอปเปิลและซัมซุงทันทีจุดเด่นสำคัญ จะใช้ OS ใหม่ เป็น AI agent Phone ทำหน้าที่แทนแอปทั้งหมด ดังนั้นโทรศัพท์จึงไม่จำเป็นต้องใช้แอปอีกต่อไปทุกคำสั่งทำงานผ่านเสียงและบริบท (Context) แบบเรียลไทม์ โดยใช้ชิป NPU รุ่นใหม่ที่สามารถประมวลผล AI ระดับหลายพัน ล้านพารามิเตอร์บนเครื่อง (on– device) คาดว่าต้องใช้ RAM ระดับ 12–16 GB และหน่วย ความ จำเริ่มต้น 256 GB เพื่อรองรับการ “จำ” พฤติกรรมผู้ใช้แบบต่อเนื่องอีกด้าน แอปเปิลกำลังพิสูจน์ว่ามีความแข็งแรง รายได้จาก iPhone อยู่ที่ 57,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 22% ขณะที่ธุรกิจบริการ (Services) ทำสถิติสูงสุดที่ 31,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในระบบนิเวศ (Ecosystem) ของแอปเปิล อย่างต่อเนื่อง“ทิม คุก” ซีอีโอ ของแอปเปิลที่กำลังจะพ้นตำแหน่งไป ย้ำว่านี่คือไตรมาสล่าสุดสิ้นสุดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นช่วงดีที่สุดในประวัติ ศาสตร์ และยังคาดว่ารายได้จะเติบโตต่อในไตรมาสถัดไปสูงกว่าที่ตลาดคาดขณะเดียวกัน แอปเปิลยังเตรียมเปิดตัว iOS 27 ในงาน WWDC 2026 ช่วงเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ โดยหัวใจของระบบจะอยู่ที่ AI ที่ทำงานแทนผู้ใช้มากขึ้น เช่น Siri เวอร์ชันใหม่ที่สามารถทำงานข้ามแอปและเข้าใจบริบทส่วนบุคคล รวมถึงฟีเจอร์ด้านการมองเห็นผ่านกล้อง และระบบสุขภาพที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแนะนำแบบเฉพาะบุคคลเมื่อพิจารณาภาพรวม จะเห็นความแตกต่างชัดเจน OpenAI กำลังสร้างแพลตฟอร์มใหม่จากศูนย์ ขณะที่แอปเปิลใช้ฐานผู้ใช้กว่า 1,500 ล้านเครื่องทั่วโลกเป็นจุดเริ่มต้น และเพิ่มความสามารถผ่านซอฟต์ แวร์เพียงครั้งเดียว ความได้เปรียบจึงอยู่คนละด้าน ฝั่งหนึ่งมีเทคโนโลยี AI ที่ก้าวหน้า อีกฝั่งมี Eco system ที่แข็งแรงและเข้าถึงผู้ใช้จำนวนมหาศาลอย่างไรก็ตาม เส้นทางของ OpenAI ไม่ได้ ง่าย เสียงจาก “อาราวินท์ ศรีนิวาส” ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Perplexity AI ตั้งข้อสังเกตว่าการพัฒนาโทรศัพท์ของตัวเองอาจไม่ใช่คำตอบเพราะ OpenAI สามารถเข้าถึงผู้ใช้จำนวนมหาศาลผ่าน iOS และ Android ได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะ iPhone ที่ไม่ได้ถูก AI ลดความสำคัญลงตรงกันข้าม เมื่อ AI พัฒนาขึ้น อุปกรณ์กลับยิ่งมีมูลค่าเพิ่ม เพราะองค์ประกอบสำคัญทั้งข้อมูล กล้อง และการเชื่อมต่อ ถูกบรรจุอยู่ในเครื่องเดียวครบถ้วนการกระโดดเข้าสู่ฮาร์ดแวร์จึงหมายถึงการแบกรับต้นทุนขนาดใหญ่ และความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในระดับที่บริษัทซอฟต์แวร์ไม่เคยเผชิญ ขณะที่ตลาดก็มีบทเรียนชัดเจนจากความล้มเหลวของ Humane AI Pin และ Rabbit R1 มาแล้วนับจุดตัดที่แท้จริงของสมาร์ทโฟนยุค AI และจะเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม