ศาลพิพากษาประหาร “แอม ไซยาไนด์” คดีที่ 4 วางยาฆ่า “ผู้กองนุ้ย รองสารวัตรการเงิน สภ.ภูผาม่าน” เบิกตัวมาจาก ทัณฑสถานหญิงกลางเพื่อฟังคำตัดสิน แฉพยานหลักฐานมัดแน่นโดยเฉพาะพยานโจทก์ยันจำเลยเป็นผู้สั่งซื้อสารไซยาไนด์ แต่คำเบิกความจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกตลอดชีวิตศาลพิพากษาประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” แอบวางยาฆ่า “ผู้กองนุ้ย” เป็นคดีที่ 4 เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” อายุ 39 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นคดีที่ 4 จากกรณีเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 จำเลยใส่สารพิษไซยาไนด์ในอาหารและเครื่องดื่มให้ ร.ต.อ.หญิง สุกานดา วิมลมาลย์ หรือ “ผู้กองนุ้ย” อดีตรองสารวัตรการเงิน สภ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ดื่มจนถึงแก่ความตาย จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดีโดยอ้างสถานที่อยู่ ในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนางสรารัตน์มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อฟังคำพิพากษาของศาลศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายหักล้างกันแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าวันเกิดเหตุจำเลยกับผู้ตายเป็นเพื่อนกันได้เดินทางไปดูดวงที่อาศรมแห่งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่ง หน้าที่การงาน และความรักของผู้ตาย ขณะที่อยู่ในอาศรม พยานโจทก์เห็นจำเลยเดินเข้าออกและพูดคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา และมาสะกิดหลังผู้ตายให้กลับขณะกำลังดูดวง หลังจากนั้นได้ออกไปรับประทานอาหารที่จังหวัดนครปฐมแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน ก่อนที่ผู้ตายจะประสบอุบัติเหตุรถชนบนไหล่ทางที่จังหวัดกาญจนบุรีขณะกำลังกลับบ้าน กู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือเบิกความว่าพบผู้ตายหมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมาพยานโจทก์เบิกความด้วยว่าผู้ตายเสียชีวิตเนื่องจากสภาวะหัวใจล้มเหลว จากการตรวจสอบพบสารพิษในร่างกายผู้ตาย และพยานโจทก์จากแพทยสภาเบิกความยืนยันว่าผู้ตายเสียชีวิตจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลวจริง จากการมีสารไซยาไนด์ในร่างกายและยังมีพยานโจทก์ปากอื่นๆเบิกความสอดคล้องต้องกัน นอกจากนี้ยังมีพยานโจทก์ยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้สั่งซื้อสารไซยาไนด์ เป็นบุคคลเดียวกับที่มีสารไซยาไนด์ไว้ในครอบครองขณะอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักแน่นหนา น่าเชื่อถือ เบิกความไปตามความจริง ไม่มี เหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุให้เบิกความปรักปรำใส่ร้ายจำเลย เชื่อว่าโจทก์เบิกความไปตามจริง ขณะที่ข้อต่อสู้จำเลยมีพิรุธน่าสงสัยหลายประการไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ เชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง พิพากษาประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกตลอดชีวิต และให้นับโทษคดีนี้ต่อจากโทษอีก 2 คดีของศาลอาญานี้ที่จำเลยได้รับโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิตก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาคดี “แอม ไซยาไนด์” ฐานฆ่าผู้อื่นมาแล้วรวม 3 คดี คือคดีที่ 1 ศาลสั่งประหารชีวิต คดีวางยาฆ่า “ก้อย” น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ คดีที่ 2 คดีวางยาฆ่า “สารวัตรปู” พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ ศาลพิพากษาประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” แต่คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต คดีที่ 3 คดีวางยาฆ่า น.ส.นิตยา แก้วบุปผา วิศวกรสาว ที่นครปฐม ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอว่าจำเลยครอบครองไซยาไนด์ หรือประสงค์ต่อทรัพย์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่