“อนุทิน” มอบนโยบายจัดทำงบปี 70 กำชับทุกบาททุกสตางค์ประโยชน์สูงสุด-ตรงเป้า-แม่นยำ-ลดโกง ส่งสัญญาณขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75% “ปกรณ์” งัด รธน.172 จ่อออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน หรืออีกทางเลือกตรา พ.ร.บ.โอนงบปี 69 ยอมรับสถานการณ์ไม่ปกติ เหลือเงินในคลังน้อยแล้ว อุ้มราคาพลังงานจนกระเป๋าฉีก “ภราดร” รีบปัด ครม.ยังไม่ได้หารือกัน ตั้งเป้าโอนงบ 69 อัดฉีด “ไทยช่วยไทย” สว.ไฟเขียว “สุจินต์” นั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน พท.ตั้งตารอ “นายใหญ่” คืนสู่อิสรภาพ ศาลทุจริตยกฟ้อง 8 จำเลย กกต.คดีฮั้ว สว. นายกฯขน ครม.ขึ้นเชียงใหม่ แก้ฝุ่น PM 2.5รัฐบาลปะผุกระเป๋าฉีก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี งัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 กรณีจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน เปิดช่องออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน คาดอยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลเตรียมขยายเพดานหนี้สาธารณะจากร้อยละ 67 เพิ่มเป็นร้อยละ 75“อนุทิน” ย้ำประชาชนศูนย์กลางเมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 20 เม.ย. ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุมประจำปี สมัยที่ 82 (82nd Session of the Commission : CS82) ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ สำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 เม.ย. ภายใต้หัวข้อหลัก “Leaving no one behind : advancing a society for all ages in Asia and the Pacific” ว่าด้วย “การขับเคลื่อนสังคมสำหรับทุกช่วงวัย” ว่า แนวทางของไทยตั้งอยู่บนหลักการง่ายที่ว่า “การพัฒนาต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ต้องเร่งดำเนินการจริงจัง 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เจตจำนงทางการเมือง ต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว และปฏิบัติตามพันธกรณีที่ให้ไว้อย่างเป็นรูปธรรม 2.การจัดหาแหล่งเงินทุน ต้องระดมทรัพยากรเพิ่มเติม รวมถึงการลงทุนจากภาคเอกชน และใช้เครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3. ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดมากขึ้น ระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนกำชับจัดงบฯ 70 ตรงเป้า–แม่นยำต่อมาเวลา 10.00 น. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทินเป็นประธานเปิดการประชุมมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม และเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงบประมาณ 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. นายอนุทินกล่าวมอบนโยบายว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 เราอยู่ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนสูง การสู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบไปทั้งโลก ภาครัฐต้องแสดงบทบาทเป็นผู้นำปรับตัว เริ่มจากปรับลดงบฯที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด วางแผนงบฯให้ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุด ต้องตรงเป้า แม่นยำ และตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส นำพาประเทศพ้นภาวะวิกฤติ หลุดพ้นดักประเทศรายได้ปานกลางโดยเร็วหมดเวลาการเอาเปรียบคดโกงนายอนุทินกล่าวว่า กรอบวงเงินงบประมาณปี 70 จำนวน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี 2569 เพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 เท่านั้น ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพิ่มสูงขึ้นมาก ด้วยข้อจำกัดงบ และความจำเป็นแก้ไขปัญหาประเทศ เน้นความจำเป็นเร่งด่วน การขอรับจัดสรรงบฯในปีนี้จะเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของงบปี 69 เช่น ปรับลดคำขอตั้งงบศึกษาดูงาน ปรับลดก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ ส่วนการดูแลความมั่นคง อาวุธยุทโธปกรณ์ต้องพร้อม กองทัพและสำนักงบฯต้องวางแผนให้ดี สร้างความมั่นใจ เรามีแสนยานุภาพเพียงพอปกป้องอธิปไตยแผ่นดินไทย ขอให้แสดงถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดปัญหาคอร์รัปชัน และยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล ถึงเวลาสร้างบ้านแปงเมือง หมดเวลาการเอาเปรียบ คดโกงส่งซิกเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะทั้งนี้ ก่อนมอบนโยบายจัดทำงบประมาณปี 70 ทันทีที่นายกฯเดินทางมาถึงเมืองทองธานี ได้ยิ้มให้กับสื่อมวลชน พร้อมทำท่ารูดซิปปาก หลังมอบนโยบายนายกฯเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง เล็งปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะจาก 70 เปอร์เซ็นต์ เป็น 75 เปอร์เซ็นต์ โดยนายกฯหยุดยืนฟังและพยักหน้ารับ ก่อนเดินเข้าห้องรับรองจ่อออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสน ล.ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเตรียมพร้อมด้านข้อกฎหมายของรัฐบาล เพื่อหาแหล่งเงินทุนมารองรับวิกฤติเศรษฐกิจว่า เตรียมการพิจารณาข้อกฎหมายไว้แล้วหากจำเป็นต้องกู้เงินจะดำเนินการได้อย่างไรบ้าง การออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ในกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ก่อนที่จะออก พ.ร.ก.กู้เงินได้ รัฐบาลต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐก่อน โดยเฉพาะการขยายเพดานหนี้สาธารณะของประเทศขึ้นไปรองรับ ที่ขณะนี้สถานการณ์การคลังประเทศค่อนข้างตึงตัว และใกล้ชนเพดานหนี้แล้ว ในอดีตเคยขยายเพดานหนี้ในลักษณะนี้มาแล้วเมื่อครั้งวิกฤติโควิด-19 ทั้งนี้เงินกู้ในครั้งนี้คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท อีกทางเลือกตรา พ.ร.บ.โอนงบ 69นายปกรณ์กล่าวว่า ยังไม่มีตัวเลขชัดเจนว่าจะขยายเพดานหนี้สาธารณะไปเป็นเท่าใด ผู้สื่อข่าวถามว่าจะขยายเป็น 75% หรือไม่ นายปกรณ์ตอบว่า ยังไม่แน่ใจ หากขยายมากเกินไปอาจไม่ค่อยดีนัก ปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ระดับเกือบ 67% ยืนยันว่าการขยายเพดานหนี้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการตั้งกรอบวงเงินกู้ 5 แสนล้านบาท การขออนุมัติกู้เงินจะเป็นลักษณะของการตั้งกรอบวงเงินกู้ไว้ สมมติว่าตั้งไว้ 5 แสนล้านบาท เวลาไปกู้จริงอาจไม่ถึงกรอบที่ตั้งไว้ก็ได้ แต่เวลาขยายวงเงินต้องขยายตามวงเงินกู้ให้สอดคล้องกัน และหลังจากออก พ.ร.ก. เรียบร้อยแล้ว ต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในโอกาสแรกที่สามารถทำได้ นอกจากแนวทางการออก พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว รัฐบาลยังมีอีกหนึ่งช่องทาง คือการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 รวบรวมเงินงบประมาณในส่วนที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย หรือยังไม่ได้ผูกพันสัญญาในโครงการต่างๆ นำมารวมกันเพื่อใช้ประโยชน์ก่อน ขั้นตอนนี้น่าจะใช้เวลามากกว่าเพราะต้องทำเป็น พ.ร.บ. และต้องผ่านความเห็นชอบสภาฯ รวมไปถึงอาจต้องตรวจสอบเงินนอกงบประมาณว่าปัจจุบันมีเหลืออยู่เท่าใด จะสามารถดึงมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้างยอมรับเหลือเงินในคลังน้อยแล้วนายปกรณ์กล่าวอีกว่า ความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเตรียมการกู้เงิน เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันไม่ปกติอย่างมาก เงินที่อยู่ในคลังค่อนข้างน้อย รัฐบาลจึงต้องเตรียมเงินทุนนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจจากภาวะวิกฤติพลังงาน รวมถึงต้องเตรียมการรองรับวิกฤตการณ์อื่น ที่อาจเกิดขึ้นและไม่สามารถคาดเดาได้ เช่น ปัญหาซุปเปอร์เอลนีโญในปีนี้ จะเกิดภัยแล้ง และส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรหนัก นอกจากนี้ยังมีเรื่องสถานการณ์สงครามที่ผันผวน และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่อาจต้องเปลี่ยนจากการใช้ก๊าซไปใช้น้ำมันหรือลิกไนต์แทน เมื่อกู้เงินมาแล้ว ถือเป็นหนี้สาธารณะของทุกคน รัฐบาลต้องวางแผนการใช้จ่ายเงินให้พุ่งเป้าและตรงประเด็นมากที่สุด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อว่ากระทรวงการคลังมีการเตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้วว่าจะนำเงินไปใช้ผลักดันผ่านโครงการใดบ้าง คงไม่มีใครกู้เงินมาเปล่าๆ โดยที่ยังไม่คิดแผนรองรับอุ้มราคาพลังงานจนกระเป๋าฉีกนายปกรณ์ยังกล่าวถึงปัญหากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่แบกรับภาระหนี้จากการอุดหนุนราคาพลังงานว่า กองทุนน้ำมันมีสถานะเป็นเพียงเครื่องมือรักษาเสถียรภาพ เพื่อรองรับแรงเหวี่ยงราคาในระยะเวลาชั่วคราวเท่านั้น เดิมกำหนดกรอบวงเงินไว้เพียง หลักหมื่นล้านบาท การที่รัฐบาลนำเงินกองทุนฯไปใช้อุ้มราคาพลังงานเป็นเวลานานจนเกิดหนี้บานเบอะหลักแสนล้าน ถือเป็นเรื่องที่ผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนน้ำมันอย่างยิ่ง เป็นการส่งสัญญาณเตือนพี่น้องประชาชนว่าตอนนี้สถานการณ์ไม่ปกติแล้ว ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์“ภราดร”รีบปัดยังไม่มีการหารือกันนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงบประมาณ กล่าวถึงการออก พ.ร.ก.กู้เงินวงเงินหลายแสนล้านบาท รองรับวิกฤติพลังงานว่า ยังต้องหารือก่อนว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด ตอนนี้ภาพใหญ่ของรัฐบาลยังไม่ได้มีการหารือกัน แต่ยอมรับว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถทำได้ ยืนยันว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรียังไม่มีการหารือในเรื่องนี้ ต้องประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจก่อน ดังนั้นเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ รัฐบาลวางแผนว่าจะประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ เพื่อกลั่นกรองก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหญ่ ต้องมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีก่อน ส่วนการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ยังไม่สามารถออกได้ทันที ต้องรอให้งบประมาณปี 2570 เข้าสู่ที่ประชุม ครม.ก่อน คาดการณ์จะเป็นช่วงเดือนมิ.ย. ตามรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า เงินชดเชยเงินกองคลังต้องชดเชยในโอกาสแรกในการจัดทำงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณปกติ หรืองบประมาณกลางปี ต้องทำงบประมาณโอนงบเข้ามาเพื่อชดใช้เงินคงคลังที่ติดหนี้ไว้ก่อนตั้งเป้าโอนงบอัดฉีด “ไทยช่วยไทย”นายภราดรกล่าวว่า ขณะนี้ติดหนี้อยู่ 7 หมื่นล้านบาท เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2567-2568 ดังนั้น ถ้าทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ต้องนำเงินไปชำระหนี้ก่อน ต้องหารือกันว่าจะชำระหนี้ทั้งหมด หรือจะชำระบางส่วน เชื่อว่าหากมีการโอนงบประมาณวงเงินจะไม่ถึง 7 หมื่นล้านบาท เป้าหมายของการโอนงบประมาณที่จะนำมาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยยังไม่สามารถทำได้ เพราะต้องนำไปชดใช้เงินกองคลังก่อน ส่วนโครงการไทยช่วยไทย (โครงการคนละครึ่ง) ยังคงมีงบกลางอยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท สามารถทำโครงการนี้ได้ในเฟสแรก คาดช่วยประชาชนได้เกิน 10 ล้านคน อาจนำมาใช้ในเดือน พ.ค.นี้นายกฯ–รมต.เบี้ยวตอบกระทู้ สว.ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณากระทู้ถามด้วยวาจาและด้วยหนังสือ เป็นครั้งแรกต่อ ครม.ชุดใหม่ แต่ปรากฏว่าทั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ไม่มีใครมาตอบกระทู้สักคน ได้แก่ กระทู้ถามความคืบหน้าการสร้างเขื่อนน้ำว้า อ.เวียงสา จ.น่าน ของนายมังกร ศรีเจริญกุล สว. กระทู้เรื่องสวัสดิการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และเสริมสร้างขวัญกำลังใจกำลังพล ในระหว่างและภายหลังสู้รบ กรณีสถานการณ์ขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ของ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว. กระทู้แนวทางส่งเสริมความก้าวหน้าพยาบาลวิชาชีพ ของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. กระทู้แนวทางแก้ปัญหาไม่ให้เด็กหลุดระบบการศึกษาปี 2569 ของนายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. กระทู้ดับไฟฟ้าด้วยนวัตกรรม ของ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. และกระทู้สถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ของนายเศรณี อนิลบล สว.ไฟเขียว “สุจินต์” ผู้ตรวจการแผ่นดินต่อมาเข้าสู่วาระการพิจารณาเลือกผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามที่คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม เสนอชื่อนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ อดีตผวจ.นนทบุรี โดยที่ประชุมลงคะแนนด้วยวิธีลับ เห็นชอบให้นายสุจินต์ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ด้วยคะแนน 125 ต่อ 2 งดออกเสียง 50 ถือว่านายสุจินต์ได้รับเลือกให้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินพท.ยังไม่สรุปให้ รมต.ลาออก สส.ช่วงเช้าที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรค อาทิ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ทยอยเดินทางเข้าพรรคเพื่อหารือการเตรียมจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ในวันที่ 24 เม.ย. นายประเสริฐกล่าวว่า การประชุมดังกล่าวเพื่อเพิ่มองค์ประกอบกรรมการบริหารพรรค ตำแหน่งหัวหน้าพรรคยังคงเหมือนเดิม ส่วนรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยต้องลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ เหมือนกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ยังไม่ได้คุยรายละเอียด เนื่องจากรัฐมนตรีบางคนเป็น สส.เขต เรื่องลาออกต้องพูดคุยกัน ยังไม่มีการลงลึกตั้งตารอ “นายใหญ่” คืนสู่อิสรภาพนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังประชุมแกนนำพรรคเพื่อไทยว่า พูดคุยกันถึงการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของพรรคในวันที่ 24 เม.ย.ทั้งแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคที่ช่วงการเลือกตั้งมีบางคนลาออกไป รวมถึงสื่อสารทิศทางการทำงานของพรรค การเดินหน้าขับเคลื่อนพรรค เช่น ปรับองค์ประกอบโครงสร้างพรรคอย่างไร เพื่อทำงานประสาน 3 ส่วน คือ พรรคเพื่อไทย สภาผู้แทนราษฎร และ ครม. ตั้งเป้าขับเคลื่อนให้พรรคเติบโตพร้อมสู่การเลือกตั้งในอนาคต ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการพักโทษและได้รับการปล่อยตัววันที่ 11 พ.ค.ว่า ทุกคนในพรรครู้สึกยินดี แต่ต้องรอให้กระบวนการเสร็จสิ้นครบถ้วน เราตั้งตารอเฝ้าหวังให้เกิดขึ้นจริง ให้นายทักษิณได้ออกมาต้องให้เวลานายทักษิณคิดและพิจารณา คาดว่าคงอยากใช้เวลากับครอบครัว หลังจากนั้นให้รอดูตามสถานการณ์ และพรรคตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ตอนนี้มุ่งขับเคลื่อนนโยบายในภาพใหญ่กกต.ส่งคำแก้ข้อกล่าวหาบาร์โค้ดผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้ กกต. เลขาธิการ กกต. สำนักงาน กกต. ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และให้ผู้ร้องรวมถึงผู้ถูกร้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน ภายใน 15 วัน ล่าสุด สำนักงาน กกต.ได้ส่งคำชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญไปเมื่อวันที่ 17 เม.ย. คำร้องดังกล่าวกรณีบัตรเลือกตั้ง สส.ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ในการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ตามคำร้องระบุว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าวน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50 (3) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224ยกฟ้อง 8 จำเลย กกต.ในคดีฮั้ว สว.ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลมีคำสั่งยกฟ้องชั้นตรวจฟ้อง คดีที่นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวม 8 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีการสอบสวนคดีฮั้ว สว. อยู่ในความรับผิดชอบของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการล่าช้า และไม่มีความคืบหน้า นายอัครวัฒน์กล่าวหลังฟังคำสั่งศาลว่า ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ให้เหตุผลว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง คนมีอำนาจฟ้องต้องเป็นอัยการสูงสุด คดี สน.ทุ่งสองห้อง ทำสำนวนส่ง ป.ป.ช.ไปเเล้ว หลังจากนี้จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อ อาจยื่นต่อศาลฎีกา เเต่จะเป็นประเด็นไหนขอยังไม่เปิดเผย ส่วนจะยื่นอุทธรณ์ต่อหรือไม่ หรือใช้ช่องทางอื่นจะไปพิจารณาปรึกษากันอีกทีนายกฯขน ครม.ขึ้นเหนือแก้ PM2.5เวลา 11.06 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย พร้อมนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตร และสหกรณ์ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์ และร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน นายอนุทินกล่าวเปิดประชุมว่า ปัญหาหมอกควันฝุ่น PM2.5 มีปัจจัยจากการเผาในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน และความกดอากาศ สองอย่างเราควบคุมได้ เจ้าหน้าที่ต้องกวดขันดำเนินการอย่างเข้มงวดเด็ดขาด จังหวัดภาคเหนือตอนบนเสียโอกาสมากในการเสริมสร้างรายได้ สร้างโอกาสทำมาหากิน ระบบเศรษฐกิจที่ควรเติบโตมากกว่านี้ก็ทำให้ไม่ได้ จากนั้นนายอนุทินได้เดินตรวจรถตรวจคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ กรมควบคุมมลพิษ ที่ใช้วัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 แบบเรียลไทม์ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าห้ามเข้าพื้นที่ป่าสงวนป้องกันเผานายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า มอบหมายภารกิจให้แต่ละหน่วยงานไปดำเนินการ มีคีย์เวิร์ดสำคัญคือผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนต้องเป็นซิงเกิลคอมมานด์ เป็นผู้นำการแก้ไขปัญหา เตรียมใช้คำสั่งนายกฯ ตั้งคณะกรรมการป้องกันภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เป็นประธาน มีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นเลขาธิการ ทั้งนี้ มีการดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาป่าประมาณ 1,200 คดีแล้ว คดีบุกรุกป่าเผาป่าส่วนใหญ่เมื่อไปถึงชั้นศาลไม่รอลงอาญาเรื่องนี้ ทุกพรรคสนับสนุน วันนี้พื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่อุทยานของป่าในพื้นที่ภาคเหนือ หากเข้าไปหาของป่าต้องห้ามเผา และคงมีการประกาศห้ามเข้าพื้นที่ในช่วงนี้โดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเผาสว.พันธุ์ใหม่คัดค้านแลนด์บริดจ์อีกเรื่อง น.ส.นันทนา นันทวโรภาส นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ร่วมแถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ น.ส.นันทนากล่าวว่า โครงการดังกล่าวคาดว่าต้องใช้งบประมาณสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท เป็นอภิมหาโปรเจกต์ที่ใช้เงินมากที่สุดเท่าที่ประเทศไทย เคยทำมา แต่ปัญหาคือไม่เคยสอบถามความเห็นพี่น้องประชาชน ไม่เคยพูดตอนหาเสียง และไม่ปรากฏอยู่ในคำแถลงนโยบายรัฐบาล วันนี้รัฐบาลจะทำโครงการ แลนด์บริดจ์ที่คิดมักง่ายและฉาบฉวย ถามว่าการขนถ่ายสินค้าแบบนี้สามารถย่นระยะเวลา 1-2 วันได้จริงหรือไม่ สุดท้ายอาจกลายเป็นท่าเรือร้างแบบท่าเรือปากบารา จ.สตูล ที่ไม่มีใครไปใช้บริการนอกจากการท่องเที่ยว เหตุผลที่ต้องคัดค้าน เพราะสภาพัฒน์สรุปผลการศึกษาแล้วว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน รัฐบาลควรมองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง มากกว่ามองประโยชน์พวกพ้องเป็นสำคัญศธ.นัดจับเข่าคุยปอเนาะ—ตาดีกานายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความไม่เข้าใจระหว่างแม่ทัพภาคที่ 4 และสถาบันการศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกาว่า ในวันที่ 29 เม.ย. จะเชิญผู้บริหารสถาบันการศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น จริงๆแล้วมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำกับดูแลอยู่ ต้องทำงานกันใกล้ชิดมากขึ้น คิดว่าไม่น่ามีอะไรมากอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่