“อนุทิน” ระดมดรีมทีม รมต.ลุยเชียงใหม่ ตามหลังเพื่อไทยขยับแก้ปัญหาวิกฤติ PM 2.5 ควานหางบฯขับเคลื่อนปั้นผลงาน สั่งรื้อแผนใช้งบฯปี 69 ขนานใหญ่ จ่อขยายเพดานหนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 75% เล็งออก พ.ร.ก.กู้แสนล้าน อ้างเหตุผลไทยเผชิญวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทั้งวิกฤติพลังงาน วิกฤติเศรษฐกิจ และวิกฤติการคลังรุมกระหน่ำ จำเป็นต้องเร่งหาเงินมาพยุงเศรษฐกิจ ชุบชีวิตภาคธุรกิจ ช่วยเหลือประชาชน “ไอซ์” ขย่ม ป.ป.ช.อุ้ม “เสี่ยโอ๋” พ้นผิดคดีใช้นอมินีซุกหุ้น ทั้งที่เส้นทางเงินโยงใยชัด ประชดยกประเทศให้ “พี่เน” ปกครอง พท.จัดทัพใหม่ดันลูกสาว “สมศักดิ์” นั่งรอง หน.พรรคดูแลภาคเหนือตอนล่าง ขยับ “จิราพร” รอง หน.พรรคคุมอีสานตอนกลางนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เตรียมนำทีมรัฐมนตรีสังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) รวมทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มอบนโยบายและข้อสั่งการเชิงรุกขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่น PM 2.5 หลังจากทีมรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่ไปก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันนายกฯเร่งสั่งการรื้อแผนการใช้งบประมาณปี 69 และเตรียมขยายเพดานหนี้สาธารณะ พร้อมออก พ.ร.ก.เงินกู้แสนล้านบาท เพื่อหางบประมาณมาบริหารประเทศ ท่ามกลางวิกฤติซ้อนวิกฤตินายกฯขนทีมไปเชียงใหม่แก้ฝุ่นพิษเมื่อวันที่ 19 เม.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย แสดงความห่วงใยและกังวลต่อสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ วันที่ 20 เม.ย. เตรียมนำทีมรัฐมนตรีกลุ่มคลัสเตอร์กำกับดูแลพื้นที่ อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่น PM 2.5 พร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการเชิงรุกในพื้นที่ รวมถึงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเข้มน่านน้ำปราบสินค้าเถื่อนน.ส.รัชดากล่าวอีกว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) สั่งการเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเต็มรูปแบบ ควบคู่การคุมเข้มต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายทางทะเลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่น่านน้ำไทย ทั้งน้ำมันเถื่อน สินค้าเกษตร และอาหารทะเลผิดกฎหมาย ถือเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและแนวทางที่นายกฯได้ให้ไว้ เพื่อให้การปราบปรามการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยทุกขั้นตอนต้องชัดเจนโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมและประชาชน รัฐบาลย้ำชัดไม่ปล่อยผ่าน ไม่เกรงใจ ไม่ละเว้น เดินหน้าคุมเข้มกวาดล้างขบวนการผิดกฎหมายในน่านน้ำไทยอย่างถึงที่สุด“อนุทิน” สั่งรื้อใช้งบฯ 69 ออก พ.ร.ก.กู้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย มีนโยบายให้พิจารณาปรับแผนการใช้งบประมาณปี 2569 ครั้งใหญ่ รวมถึงพิจารณาออก พ.ร.ก.กู้เงินและการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อเตรียมงบฯ สำหรับทำมาตรการรับมือวิกฤติตะวันออกกลางผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่จะมีการใช้เงินเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พลังงาน ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน โครงการคนละครึ่งพลัส และช่วยกลุ่มเปราะบางอย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากงบประมาณปัจจุบันมีไม่เพียงพอ และยังมีข้อจำกัดเพดานก่อหนี้ดึงเงินกลับงบฯกลาง–ขยายเพดานหนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันเงินที่รัฐบาลมีเหลือใช้ จะมีงบฯกลางเพียง 25,000 ล้านบาท และเหลือเพดานก่อหนี้สาธารณะเพียงกว่า 700,000 ล้านบาทไม่เพียงพอ เพราะต้องมีรายจ่ายจำนวนมาก ทั้งการค้ำประกันกองทุนน้ำมัน 150,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการเร่งด่วนอย่างคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการฯอีกหลายหมื่นล้านบาท ดังนั้นจะต้องปรับแผนการใช้งบฯ โดยใช้หลายเครื่องมือประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผน พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 โดยนำงบฯ ที่ยังไม่ใช้ หรือก่อหนี้ผูกพันไม่ทันโอนกลับเข้ามาเป็นงบฯกลาง น่าจะได้หลายหมื่นล้านบาท รวมถึงการใช้เงินทุนสำรองจ่ายตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 วงเงิน 50,000 ล้านบาท และที่สำคัญการออก พ.ร.ก.กู้เงิน พร้อมกับขยายกรอบเพดานหนี้สาธารณะยกเหตุวิกฤติซ้อนวิกฤติต้องรีบพยุง ศก.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลประเมินว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทั้งวิกฤติพลังงาน วิกฤติเศรษฐกิจ และวิกฤติการคลัง จึงจำเป็นต้องหาเงินมาพยุงเศรษฐกิจ ช่วยเหลือภาคธุรกิจ บรรเทาภาระพี่น้องประชาชน โดยจะพิจารณาทำทุกวิถีทาง รวมถึงการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เหมือนช่วงโควิด แต่วงเงิน กู้อาจไม่สูงถึง 1 ล้านล้านบาท น่าจะเป็นหลักแสนล้านบาทเท่านั้น แต่ต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะควบคู่กันไปด้วย ซึ่งปัจจุบัน ณ เดือน ก.พ.69 ไทย มีหนี้สาธารณะอยู่ 66% หรือ 12.59 ล้านล้านบาท ใกล้เต็มเพดาน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เป็นไปได้ที่จะขยายเพดานหนี้เพิ่มเป็น 75% เพื่อให้รัฐบาลมีช่องว่างการกู้เพิ่มอีกเกือบ 1 ล้านล้านบาท“เอกนิติ” ชี้หลาย ปท.ยอดหนี้สูงกว่าไทยผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังอยู่ในการพิจารณารายละเอียด นายกฯได้กำชับให้เน้น การโอนงบฯก่อน หากไม่พอให้ใช้การออก พ.ร.ก.กู้เงิน แต่ต้องคำนึงถึงความจำเป็นและวินัยทางการเงินการคลัง สอดคล้องกับที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้เคยกล่าวไว้ว่ากระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเพดานหนี้สาธารณะ เนื่องจากหลายประเทศหนี้สาธารณะสูง กว่าไทย แต่ต้องมีคำตอบว่าจะเอาเงินไปทำอะไร และยังได้นำเรื่องเข้าร่วมประชุมธนาคารโลก เพื่อหารือ เรื่องนี้กับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างๆ เกี่ยวกับวิกฤติโลกที่เกิดขึ้นอีกด้วยพท.ดันลูก “สมศักดิ์” นั่งรอง หน.พรรคผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ในวันที่ 24 เม.ย. เวลา 08.30 น. พรรค พท.จะจัด ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ที่พรรคเพื่อไทย มีวาระการประชุมสำคัญ คือ การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคใหม่ ที่จะปรับเปลี่ยนเพียงบางส่วน เนื่องจากมีกรรมการบริหารพรรคบางคนลาออก โดยตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และโฆษก พรรค จะไม่ปรับเปลี่ยน ส่วนตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค พท.จะปรับบางส่วน นำคนที่ไปดำรงตำแหน่งในฝ่ายบริหารออก เบื้องต้นตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ยังดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค กำกับดูแลภาคเหนือ ตอนบนเหมือนเดิม ขณะที่รองหัวหน้าพรรคกำกับดูแลภาคเหนือตอนล่างดัน น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ ลูกสาวนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำ พรรค พท. มาดำรงตำแหน่งแทนนายจเด็ศ จันทรา อดีต สส.พิษณุโลก“จิราพร” ขยับรอง หน.คุมอีสานกลางผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่รองหัวหน้าพรรคกำกับดูแลภาคกลาง เป็นนายสรวงศ์ เทียนทอง อดีต สส.สระแก้ว ตามเดิม ส่วนภาคอีสานจะสลับนางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม มาเป็นรองหัวหน้าพรรคกำกับดูแลภาคอีสานตอนบน จากเดิมที่ดูแลภาคอีสาน ตอนกลาง ที่จะเปลี่ยนไปให้ น.ส.จิราพร สินธุไพร สส. ร้อยเอ็ด มากำกับดูแลแทนนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย ที่ขึ้นเป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ส่วนรอง หัวหน้าพรรคกำกับดูแลพื้นที่ภาคอีสานตอนล่างยังเป็น น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.เช่นเดิมรอวงแกนนำเคาะจบครั้งสุดท้ายผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนรองหัวหน้าพรรคกำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ยังคงเป็นนายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เช่นเดิม และรองหัวหน้าพรรค ที่กำกับดูแลพื้นที่ กทม. คือ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต สส.กทม. พรรค พท. เช่นเดิม ขณะที่รองเลขาธิการพรรค พท.คาดว่าจะปรับนายธนรัช จงสุทธานามณี สส.เชียงราย พรรค พท. มาทำหน้าที่แทน น.ส.ปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย พรรค พท. ที่ไปเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยวันที่ 20 เม.ย. แกนนำพรรค พท.จะประชุมใหญ่อีกครั้งเพื่อหาข้อสรุปและเคาะตำแหน่งให้ลงตัว“ไอซ์” ซัดเส้นเงินชัด ป.ป.ช.ยังอุ้ม “เสี่ยโอ๋”วันเดียวกัน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กกรณี ป.ป.ช.ยกคำร้องคดีหุ้น หจก.บุรีเจริญฯของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยว่า เส้นเงินโยงใยชัดเจน ให้ใครในประเทศดูก็รู้จงใจใช้นอมินี แต่ ป.ป.ช.ใช้ดุลพินิจตัดสิน ผลออกมาเชื่อว่าไม่มีเจตนา ไม่ผิด เป็นผู้บริสุทธิ์ ไร้มลทินมัวหมอง คดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ยื่นแก้กฎหมาย 112 กกต. รับรองเป็นนโยบายใช้หาเสียง แค่ลงชื่อเฉยๆ แต่กฎหมายยังไม่เข้าสภาด้วยซ้ำ ใครๆก็รู้แน่เหมือน 5 นิ้วบนฝ่ามือว่าเข้าไปยังไงก็โดนปัดตก ป.ป.ช.ฟันโช๊ะ!ว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง กำลังถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต ประหารชีวิตทางการเมือง ชาตินี้พวกมึงอย่าได้สะเออะตลอดภพภูมินี้ อย่าได้มีโอกาสกลับมาเป็นนักการเมืองอีกประชดส่งยกประเทศให้ “พี่เน” ปกครอง“เอาเลย ไล่ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ ตัดหัวพวกเราให้หมด ทำแบบเวรๆ เหตุผลเลวๆใช้อำนาจดิบๆ ซึ่งๆหน้าเนี่ยแหละ ให้รู้ไปเลยประเทศนี้ของใคร องคาพยพสีส้ม ตายตกไปตามกันให้หมด สภาจะได้เหลือแต่สีน้ำเงิน บ้านนี้ เมืองนี้ แผ่นดินนี้ ให้พี่ทาด้วยสีน้ำเงิน ประเทศนี้ยกให้พี่หนู พี่เน ปกครอง ให้คนดี คนรักชาติ รักสถาบัน ปกครองบ้านเมือง” น.ส.รักชนกระบุ นอกจากนี้ น.ส.รักชนกยังแชร์ข่าวเพจหมาเฝ้าบ้าน พร้อมข้อความระบุว่ามีเส้นเงินชัดขนาดนี้ ป.ป.ช.บอกว่าไม่มีเจตนา เยี่ยมครับ พี่เน พี่หนู ประเทศนี้ ขอยกให้ตระกูลพี่ไปปกครอง ให้คนดีปกครองบ้านเมืองสว.ชงข้อเสนอยกเครื่ององค์กรอิสระผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่าในการประชุมวุฒิสภา วันที่ 20 เม.ย. มีวาระสำคัญคือการรับทราบรายงานพิจารณาศึกษาแนวทางการบูรณาการความร่วมมือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของคณะกรรมาธิการ กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบและการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี พล.ต.อ.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธาน กมธ. รายงานดังกล่าวมีสาระสำคัญระบุว่าการทุจริตเป็นปัญหาฝังรากลึกในสังคมไทย ส่งผลกระทบการพัฒนาประเทศทุกมิติ บ่อนทำลายคุณธรรม จริยธรรม ความเชื่อถือของประชาชนต่อระบบราชการ และกระบวนการยุติธรรม ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินขาดธรรมาภิบาล นำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน แม้องค์กรอิสระมีหน้าที่และกลไกทำงานชัดเจน แต่ลักษณะการทุจริตมีความซับซ้อนหลายรูปแบบ เชื่อมโยงเครือข่ายข้ามหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เกี่ยวพันองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ การทำงานขององค์กรอิสระเพียงลำพัง จึงไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาครอบคลุมอย่างสมบูรณ์ ต้องบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรอิสระอย่างเป็นระบบฉะ ก.ม.PDPA อุปสรรคปราบโกงผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.มีข้อเสนอแนะยกระดับการป้องกันและปราบปรามทุจริต ได้แก่ 1.ปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เช่น อายุความคดีทุจริต เพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งหน่วยงานตรวจสอบ การปราบทุจริตพบมีข้อจำกัดทางกฎหมายร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกระหว่างหน่วยงาน แม้เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการสืบสวนสอบสวนก็ตาม 2.จัดทำกลไก ช่องทางเชื่อมโยงการทำงานให้ประสานงาน ส่งต่อข้อมูลรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ 3.ปลูกฝังจิตสำนึกความซื่อสัตย์สุจริต โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีบทบาทสำคัญเพื่อคัดสรรคนดีมาบริหารประเทศ กระบวนการเลือกตั้งจะมีประสิทธิภาพต้องส่งเสริมให้ประชาชน และพรรคการเมืองมีส่วนร่วม 4.ให้ความสำคัญเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งของผู้นำประเทศ เพื่อต่อสู้การทุจริต 5.คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ตามหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ 6.ผลักดันกลไกการขับเคลื่อนประเทศตามแผนการปฏิบัติงานเชิงบูรณาการขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่องอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่