กลับเข้าโหมดสู้ชีวิต ดิ้นรนทำมาหากินกันต่อสงกรานต์จบก็วกกลับสู่โลกแห่งความจริง กัดฟันเผชิญหน้า สู้ภาวะของแพง ผลสืบเนื่องจากวิกฤติพลังงานโลกที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ราคาน้ำมันแพงไปอีกพักใหญ่ แต่กระทบถึงราคาสินค้าอุปโภค บริโภครอพาเหรดขึ้นราคา หลังหมดโปรโมชันสงกรานต์ ฟาดงวงฟาดงาไปถึงค่าไฟฟ้า จ่อปรับขึ้นเดือน พ.ค. อีก 7 สตางค์จาก 3.88 บาทต่อหน่วย เป็น 3.95 บาทต่อหน่วยค่าไฟพุ่งแรง แซงมฤตยูอากาศร้อนเดือน เม.ย. ทำให้คนไทยเหมือนถูกมัดมือชก ต้องก้มหน้ารับสภาพตามยถากรรมของแพงทั้งแผ่นดิน มีแต่รายจ่ายเพิ่ม แต่รายรับเท่าเดิม ค่าครองชีพพุ่งกระฉูด รัดเข็มขัดยังไงก็เอาไม่อยู่ ต้องขุดเงินเก็บมาใช้ จนใกล้เกลี้ยงกระเป๋าวิกฤติปากท้องจู่โจมรัฐบาล “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก้นร้อนต้องรีบออกมาตรการเยียวยาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนอาทิ เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม 100 บาท จาก 300 บาท เป็น 400 บาท 1 เดือน จัดคาราวานธงฟ้าขายสินค้าราคาถูก กระจายทั่วประเทศ อุดหนุนเงินช่วยภาคขนส่ง เช่นรถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ วินมอเตอร์ไซค์เงินเยียวยาเพิ่มแค่หลักร้อย แต่ค่าครองชีพพุ่งทะลุเป็นหลักพัน ไม่เพียงพอรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นวนลูปอยู่กับเรื่องรูทีนโครงการเดิมๆ เน้นมาตรการระยะสั้น ไม่ได้สัดส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงความรู้สึกประชาชนมองรัฐบาลแจกแค่ยาพาราฯ แค่บรรเทาปวดช่วงสั้นๆ แต่รักษาไม่ถูกโรค แก้ปัญหาไม่ตรงจุดเรื่องต้นทุนพลังงานออกลูกกล้าๆกลัวๆไม่กล้าแตะโครงสร้างใหญ่ ราคาหน้าโรงกลั่นที่ผูกโยงผลประโยชน์มหาศาล ให้ลดราคาจริงจังตามความเป็นจริง ขึงขังจับแค่ปลาซิว ปลาสร้อยพอเป็นพิธีคนไทยเผชิญความจริงอันโหดร้าย รายจ่ายพุ่งในวันที่เงินหมด พายุอารมณ์ไต่ระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นวิกฤติพลังงานยังลูกผีลูกคน ต้องลุ้นรัฐบาลจะเอาอยู่หรือไม่ตามคิวจองกฐินของฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้า ใช้กลไกสภาตั้งกระทู้ถามสดอย่างเป็นทางการถล่มรัฐบาลเขย่าอารมณ์ร่วมประชาชน ตอกย้ำภาพรัฐบาลมือไม่ถึง ทั้งการแก้ปัญหาปากท้องจากวิกฤติพลังงาน กรณีฝุ่น PM2.5 ปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือ หรือเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มคิกออฟเปิดแผลเรื่องของแพง ขยี้มาตรการเยียวยาไม่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนประชาชนอย่างที่ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เพิ่งฉายหนังตัวอย่าง ระบุมาตรการเยียวยาภาครัฐทำแบบจำกัด จำเขี่ย ไม่ได้สัดส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงคัดค้านรัฐบาลเหยียบคันเร่งโครงการเรือธง “คนละครึ่งพลัส” มองยังไม่ใช่จังหวะเวลากระตุ้นเศรษฐกิจ ควรมุ่่งเน้นการเยียวยาค่าครองชีพ เพราะประชาชนแทบไม่เหลือเงินติดกระเป๋า ไม่สามารถควักเงินอีกครึ่งไปจับจ่ายซื้อสินค้าได้ฝ่ายค้านวางเกมตรวจสอบหนักหน่วง ใช้กลไกสภาขึงพืดรัฐบาล กดดันรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ลากให้มาตอบคำถามคาใจกลางสภาทั้ง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กรณีของแพง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กรณีไม่กล้าแตะต้องโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นพรรคส้มรุกหนักประจานประสิทธิภาพการทำงานรัฐบาล ทิ้งทวนในห้วงนับถอยหลังแกนนำพรรคเตรียมไปลุ้นชะตากรรม 10 สส.พรรคประชาชน วันที่ 24 เม.ย.จะถูกคำสั่งศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ กรณีการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112เดิมพันสุดท้ายบนเวทีสภาของเหล่าขุนพลค่ายส้ม ทั้ง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน รังสิมันต์ โรม และ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อรอโชว์กระชากหน้ากากไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ท้าชนโครงสร้างต้นทุนพลังงานที่รัฐบาลเลี่ยงแตะต้องมาตลอดสร้างภาพจำผลงานให้ติดตาประชาชน ก่อนผลัดใบส่งทีมรุ่น 4 มารับไม้ต่อค่ายส้มส่อติดชนัก ทีมตัวตึงติดล็อกข้อกฎหมาย ลดทอนลูกดุดันตรวจสอบฝ่ายบริหาร แต่คงแค่ผ่อนแรงกดดันให้รัฐบาลเบาใจได้แค่ระดับหนึ่ง เพราะแรงกดดันของจริงคือ การบริหารความรู้สึกประชาชนเบรกปัญหาปากท้องไม่อยู่ ได้เผชิญอารมณ์ร่วมสังคมที่แรงเหวี่ยงรุนแรง จนอาจคุมไม่อยู่!!!ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม