ในโลกของการต่อสู้กับมะเร็งร้าย “การผ่าตัด” อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การ “ใช้ชีวิตต่อ” อย่างมีศักดิ์ศรีคือโจทย์ที่ยากกว่า โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ต้องพึ่งพา “ถุงทวารเทียม”...อุปกรณ์เล็กๆที่ตัดสินความสุขทั้งชีวิตวันนี้โรงพยาบาลอุดรธานีถือเป็นต้นแบบระดับประเทศ งัดนวัตกรรมไทยในระบบบัตรทองเข้าสู้พลิกวิกฤติความอายให้กลายเป็นความมั่นใจ ด้วยระบบนิเวศสุขภาพที่เข้าใจสรีระคนไทยอย่างแท้จริงพญ.พิจิตรา คำพรมมา ศัลยแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลอุดรธานี บอกว่า ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้มักมาพบหมอเมื่อเกิดภาวะลำไส้อุดตัน จนต้องผ่าตัดยกทวารเทียมขึ้นมาทางหน้าท้องสิ่งที่ตามมาคือ...ภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลจากอุปกรณ์ที่ต้องใช้แล้วทิ้งแต่เดิมอุปกรณ์เหล่านี้ต้องนำเข้าจากเมืองหนาว ซึ่งมักประสบปัญหาเมื่อเจอ “อากาศร้อนชื้น” ของไทย จนกาวเสื่อมสภาพหลุดลอกง่าย แต่นวัตกรรมไทยเวอร์ชันล่าสุดได้ถูกปรับปรุงเพื่อแก้โจทย์นี้ โดยเฉพาะระบบ 2 ชิ้น (Two-piece system) แยก “แป้น” กับ “ถุง” ออกจากกัน ช่วยให้ผู้ป่วยติดแป้นทิ้งไว้ได้นาน 3-4 วัน ลดการระคายเคืองผิวหนังจากการแกะบ่อยถัดมา...สยบกลิ่น-ปิดการรั่ว มีระบบล็อกที่แน่นหนาและวัสดุที่ควบคุมกลิ่นได้อย่างเด็ดขาด คืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยเข้าสังคมได้โดยไม่ต้องพะวงโรงพยาบาลอุดรธานีมีบทบาทสำคัญในฐานะโรงพยาบาลศูนย์ (Level A) ที่มีขีดความสามารถในการดูแลรักษาโรคซับซ้อนและวิกฤติสูงสุดในเขตสุขภาพที่ 8 ครอบคลุมพื้นที่ภาคอีสานตอนบน มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการแพทย์ในหลายสาขา อาทิ ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์มะเร็งและ...ศูนย์อุบัติเหตุระดับสูงที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาที่ทันสมัย การดำเนินงานของโรงพยาบาลไม่เพียงแต่ช่วยลดอัตราการส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ส่วนกลาง แต่ยังสร้างหลักประกันทางสุขภาพให้ประชาชนในภูมิภาค สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสากลได้อย่างเท่าเทียมรวดเร็วนอกจากมิติด้านการรักษาพยาบาล ยังขับเคลื่อนทางวิชาการที่มุ่งผลิตบุคลากรเชี่ยวชาญเพื่อตอบสนองความต้องการของระบบสาธารณสุขไทยควบคู่ไปกับการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ เน้นประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะการสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์และเครื่องมือแพทย์ เพื่อใช้ใน “ระบบบริการภาครัฐ” การบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ เข้ากับ “ระบบบริการปฐมภูมิ” อย่างเป็นระบบช่วยให้โรงพยาบาลสามารถตอบสนองต่ออุบัติการณ์ทางสุขภาพใหม่ๆ และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นโรงพยาบาลอุดรธานีจึงเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลต้นแบบ ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเฉพาะการนำ “ถุงทวารเทียม (Colostomy Bag)” มาใช้ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่แพทย์หญิงพิจิตรา บอกอีกว่าสาเหตุความเจ็บป่วยที่ทำให้ต้อง ใช้ถุงทวารเทียมว่า ส่วนใหญ่คือผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ในกรณีที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นก่อน เช่นการให้เคมีบำบัดหรือการฉายแสงก่อนการผ่าตัด แต่มีภาวะลำไส้อุดตันเกิดขึ้นก่อน จึงจำเป็นต้องผ่าตัดยกทวารเทียมขึ้นมา เพื่อระบายกากอาหาร แม้ปัจจุบันจะมีการคัดกรองมะเร็งลำไส้ให้แก่ประชาชนที่มีอายุเกิน 50 ปี ตามสิทธิบัตรทองแล้ว แต่ยังพบผู้ป่วยที่มาด้วยอาการลำไส้อุดตันได้บ่อย กลุ่มนี้มักจำเป็นต้องทำทวารเทียมก่อน“โดยปกติเวลาเราถ่ายอุจจาระผ่านทางทวารหนักจะมีหูรูดเป็นตัวควบคุม แต่เมื่อจำเป็นต้องเปิดลำไส้ออกมาเป็นทวารเทียมบริเวณหน้าท้อง ส่วนนี้จะไม่มีหูรูดช่วยควบคุมการเปิดหรือหดตัว ทำให้อุจจาระไหลออกมาตลอดเวลา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีถุงหรืออุปกรณ์มารองรับอุจจาระที่ขับถ่ายออกมา” นวัตกรรมไทยมีข้อดีคือราคาย่อมเยากว่า ช่วยให้คนไข้ทุกสิทธิการรักษาเข้าถึงได้ การต้องมีทวารเทียมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระดับหนึ่งอยู่แล้ว หากอุปกรณ์ถุงครอบทวารเทียมมีปัญหาอีก ก็จะยิ่งซ้ำเติมให้คุณภาพชีวิตแย่ลงไป ดังนั้นจึงไม่อยากให้อุปกรณ์และการดูแลกลายเป็นภาระที่บั่นทอนกำลังใจ“การช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในจุดนี้จึงมีประโยชน์มาก เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้เป็นของใช้แล้วทิ้งไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ จึงเกิดค่าใช้จ่ายต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการรักษา”นายแพทย์นพรัตน์ พันธุเศรษฐ์ ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 8 อุดรธานี เสริมว่า การที่อุปกรณ์ทางการแพทย์จะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายนั้น ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ“วงการแพทย์ให้ความสำคัญกับหลักฐานเชิงประจักษ์...ไม่ว่าจะเป็นยาหรืออุปกรณ์ใดๆล้วนต้องผ่านกระบวนการวิจัยเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย ข้อมูลจากการทดสอบการใช้งานจริงจึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับแพทย์และผู้ใช้งาน” นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพของนวัตกรรมไทย คือกระบวนการ “การติดตามผลหลังการใช้งาน” เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่ออุปกรณ์ถูกนำไปใช้จริงในผู้ป่วย ข้อมูลจากการใช้งานจะถูกเก็บรวบรวม เพื่อนำมาวิเคราะห์ ปรับปรุง และแก้ไขในกรณีที่พบปัญหาทำให้ผลิตภัณฑ์มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้นความสำเร็จของโรงพยาบาลอุดรธานี คือการสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ” ที่มีความเป็นมนุษย์เป็นหัวใจสำคัญ ผ่านกระบวนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมระหว่างทีมสหวิชาชีพ ผู้ป่วย และผู้ผลิต เพื่อสะท้อนปัญหาและเปลี่ยนข้อเสนอแนะให้กลายเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์บริบทสังคมไทยอย่างแท้จริงพิสูจน์ศักยภาพคนไทยพึ่งพาตนเอง การคืน “คุณภาพชีวิต–รอยยิ้ม” ให้ผู้ป่วยมะเร็ง.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม