หน.อุทยานฯแก่งกระจานสนธิกำลังวางแผนป้องกันไฟป่ากระทบพื้นที่มรดกโลก หลังเกิดไฟป่า 2 จุด จุดแรกถางป่าโค่นต้นไม้ใหญ่ และสุมเผาป่าเพื่อปลูกพืชเกษตรลุกลามเสียหาย 1,700 ไร่ จุดที่ 2 วอดอีก 6 ไร่ คาดว่าเป็นฝีมือชาวบ้านในพื้นที่ รวบรวมหลักฐานส่งให้ตำรวจหาคนเผาป่ามาดำเนินคดีและชดใช้ความเสียหายกรมอุทยานฯเร่งหาตัวชาวบ้านเผาป่า หวั่นลุกลามพื้นที่มรดกโลก โดยเมื่อสายวันที่ 14 เม.ย.นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นประธานผู้นำการปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมไฟป่าในพื้นที่มรดกโลกกลุ่มป่าแก่งกระจาน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าที่ลุกลามอย่างต่อเนื่อง มีนายสุขุม จันทโชติ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี นายคณิน ทองก้อน ปลัดอำเภอแก่งกระจาน ร.ท.ศตวรรษ จำปานิล หัวหน้าชุดประสานงานโครงการตามพระราชดำริบ้านโป่งลึก-บางกลอย (ร.9 พัน.3) พ.ต.ท.สารัช เภาศรี สว.(สอบสวน) สภ.แก่งกระจาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการบิน ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัล และอากาศยาน เข้าร่วมปฏิบัติการอย่างพร้อมเพรียงที่บ้านบางกลอย หมู่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรีนายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการตรวจสอบและจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดเผาป่ามรดกโลก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ตรวจพบจุดความร้อนบริเวณป่าต้นน้ำชั้น 1A เป็นพื้นที่สูงชัน ห่างจากหมู่บ้านบางกลอยขึ้นไปประมาณ 4 กม. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจัดกำลังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน 30 นาย ร่วมกับผู้นำชุมชนเดินเท้ากว่า 5 ชั่วโมงเข้าควบคุมไฟป่า พร้อมจัดกำลังอีก 30 นาย สับเปลี่ยนเสบียง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ไฟป่ายังคงลุกลามต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 เม.ย. และมีแนวโน้มขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนเข้าดำเนินการอย่างเร่งด่วน พร้อมสนับสนุนอากาศยานปีกหมุน หมายเลข 1110 เข้าช่วยดับไฟป่าทางอากาศ และกำชับให้จัดทำแนวกันไฟ ตลอดจนตรวจสอบสาเหตุการเกิดไฟป่าอย่างเข้มงวดเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดนายมงคลกล่าวอีกว่า การสนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงที่เกิดเหตุ พบการกระทำผิด 2 จุดหลัก มีการบุกรุกถางป่าโค่นต้นไม้ใหญ่ และสุมเผาป่าเพื่อหวังใช้ที่ดินปลูกพืชเกษตร ส่งผลให้แปลงที่ 1 ไฟลุกลามไหม้พื้นที่ป่าธรรมชาติเสียหายกว่า 1,700 ไร่ ส่วนแปลงที่ 2 เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน ไฟไหม้ลุกลามเข้าป่า คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันพิจารณาแล้ว คาดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลในพื้นที่ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเข้าถึงได้ยากเกินกว่าชาวบ้านต่างถิ่นจะเข้าไปได้ การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2487 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และประกาศจังหวัดเพชรบุรี เรื่องการกำหนดเขตควบคุมไฟป่าฯ เจ้าหน้าที่บันทึกตรวจสอบและตรวจยึดส่งดำเนินคดีที่ สภ.แก่งกระจาน เพื่อสอบสวนขยายผล นำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษทางอาญาและชดใช้ค่าเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่