ฝ่ายค้านถล่มเดือด “รัฐบาลหนู” ซูฮกนายทุนพลังงาน ปราบทุจริตแค่ลมปาก พฤติกรรมย้อนแย้ง ซัดคนใกล้ตัวนายกฯพัวพันเครือข่ายทุนเทา-สแกมเมอร์-นายทุนน้ำมันเถื่อน “โรม” ถลกหนังสังคมไม่เชื่อ น้ำยา “อนุทิน” ปราบโกงแต่ตั้งคนถูกดำเนินคดีนั่ง รมต. บี้สอบ “พิพัฒน์” โยง “เสี่ยตือ” กักตุนน้ำมัน เฉ่งคนดีคนรักชาติเปิดประตูให้ทุนเทาปล้นประเทศ “กรณ์” อัดเกรงใจนายทุนน้ำมัน ล้างสแกมเมอร์ตัวละครโยงคนเคยนั่งในสภาฯ-ทำเนียบฯอื้อ “ไอซ์” ชงยาล้างอายขับ 3 รมต.ฉาวพ้นเก้าอี้ แฉคน ภท.รวยไม่ไหวแล้ว บริษัท 2 ลูกเขย “ชาดา” ฟาด 220 โครงการรัฐ 3,230 ล้าน ญาติ “สิริพงศ์” เหมางานปี 66-69 รวม 74 โครงการ 4,500 ล้าน เฉพาะลง จ.ศรีสะเกษ บ้านเกิด 22 โครงการการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 2 เนื้อหาเข้มข้นขึ้น ฝ่ายค้านมุ่งเน้นนโยบายปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนสีเทาและการทุจริตคอร์รัปชัน ชี้สังคมไม่เชื่อมั่นรัฐบาลเพราะการทำงานย้อนแย้ง จับตาคนใกล้ชิดนายกฯพัวพันเครือข่ายทุนเทา แก๊งสแกมเมอร์และนายทุนพลังงาน“โรม” ถลกหนังไม่เชื่อน้ำยา รบ.ปราบโกงเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 10 เม.ย. ที่รัฐสภามีการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาต่อเป็นวันที่สอง มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เริ่มเปิดอภิปรายอย่างดุเดือด โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงนโยบายปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนสีเทา และการทุจริตคอร์รัปชันว่า สังคมไม่เชื่อมั่นการดำเนินการ ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตามที่แถลง เพราะการทำงานย้อนแย้งกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ที่เป็นรัฐมนตรีคนเดียวกันโดยเฉพาะนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ดำเนินคดีกับกลุ่มที่ลงนามร่วมกับกลุ่มทุนเทาสแกมเมอร์ต่อความร่วมมือสแกนม่านตา มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ อดีต รมว.ดีอี ที่ถูกดีเอสไอดำเนินคดีและส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณา ไม่รู้ว่าคดีนี้จะรวดเร็วเหมือนคดีพวกตนหรือไม่แซะ “ประเสริฐ” เรื่องถึง ป.ป.ช.ได้นั่ง รมต.“แต่นายอนุทินสั่งลงโทษนายประเสริฐที่ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ให้ชดใช้กรรมเป็น รมว.ศึกษาธิการ ให้เด็กเยาวชนดูเป็นตัวอย่างกับผู้ทำผิดเป็นอย่างไร เป็นการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นรูปธรรมของนายอนุทิน ชนิดไม่เกรงใจนายไชยชนกที่ดำเนินคดี เมื่อวานนายกฯแถลงยึดทรัพย์นายเบน สมิธ เพิ่ม คิดหรือไม่ว่ามีคนใน ครม.บางคนข้องเกี่ยวกับเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่ จึงสงสัยต่อว่าการคัดเลือกคนขึ้นเป็นรัฐมนตรี ที่ไม่ให้ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีเพราะมีคดีในดีเอสไอ แต่นายประเสริฐที่มีเรื่องส่งถึง ป.ป.ช.แล้ว แต่กลับได้เป็นรัฐมนตรี สรุปแล้วมีปัญหากับ น.ส.สุดาวรรณเรื่องคดีหรือพ่อของ น.ส.สุดาวรรณกันแน่” นายรังสิมันต์กล่าวบี้สอบ “พิพัฒน์” โยง “เสี่ยตือ” ตุนน้ำมันนายรังสิมันต์กล่าวว่า กรณีจับน้ำมันที่กักตุน ใน จ.อ่างทอง พบว่ามี “เสี่ยตือ” เป็นเจ้าของ และ จากการตรวจสอบพบว่า มีคลังน้ำมันหลายแห่งตุนหลายล้านลิตร แต่รัฐบาลไม่จัดการหรือจัดการยากเย็นอย่างไร ทั้งที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม รู้จักดี เพราะบริษัทของเสี่ยตือเป็นลูกหนี้นายพิพัฒน์ มูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท มีสัญญาเงินกู้ 2 ครั้ง 2 สัญญา ที่สำคัญ พ.ย.68 พบว่าคนในครอบครัวเสี่ยตือบริจาคเงินให้พรรค ภท. 1 ล้านบาท ขณะที่ราคาน้ำมันแพง เสี่ยตือถูกสงสัยว่าขายน้ำมันแพง แต่กลับไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ อาจมีสาเหตุว่า เพราะมีนายทุนการเมืองอยู่ในพรรคการเมืองหรือไม่ ท่านพิพัฒน์ทราบดีว่าเสี่ยตือมีธุรกิจอย่างไร ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ รัฐบาลไม่กล้าทำอะไรไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน อาจเพราะไอ้โม่งอยู่ในรัฐบาลเป็นได้ฉะคนดีเปิดประตูให้ทุนเทาปล้นชาตินายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้บอกว่ามีการติดสินบน 40 ล้านบาท ไม่ให้ปราบสแกมเมอร์ ทราบว่าเป็นลูกเสี่ยตือด้วย เป็นเครือข่ายเดียวกันมีสัมพันธ์กัน จึงลอยนวลพ้นผิด หากนายกฯดูการกระทำ ไม่ดูชื่อ เหตุใดเครือข่าย “เสี่ยตือ” ที่มีประเด็นกักตุนน้ำมัน น้ำมันเถื่อนและสแกมเมอร์จึงไม่จัดการ หากทำจริงควรทำเพื่อไม่ให้อำนาจมืดซื้ออำนาจรัฐได้ นายอนุทินต้องตรวจสอบนายพิพัฒน์ด้วยว่าไม่เกี่ยวน้ำมันเถื่อนหรือทุนเทา เพื่อการปราบทุจริตในรัฐบาลนี้ไม่เป็นเพียงลมปาก อย่าสร้างภาพเป็นคนดีแล้วแสวงหาประโยชน์จากวิกฤติชาติและประชาชน คนดีคนรักชาติแบบไหนเปิดประตูเมืองให้บรรดาทุนเทาเข้ามายึดชาติของเรา ให้มาปล้นคนไทยด้วยกันเอง ไม่รู้ว่าเวลาของตนในสภานี้จะเหลือเท่าไร แต่ไม่มีวันยอมแพ้ให้คนที่ทำลายชาติ ทำลายหลักนิติธรรมช่วงนี้มี สส.พรรค ภท.พากันลุกขึ้นประท้วงต่อเนื่อง อาทิ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง นายยุพราช บัวอินทร์ สส.เพชรบูรณ์ และนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ว่ามีลักษณะใส่ร้าย แต่ประธานการประชุมวินิจฉัยให้นายรังสิมันต์อภิปรายจนจบ“กรณ์” อัดเกรงใจนายทุนน้ำมันต่อมานายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า วิกฤติพลังงานรัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์รับมือ ซื้อเวลารอให้น้ำมันตลาดโลกปรับลดลงมา แม้ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย แต่ราคาหน้าปั๊มลดลงเพียง 2 บาทกว่าทั้งที่ควรลด 12 บาท/ลิตร ทุกการตัดสินใจทำให้คนสงสัยเกรงใจนายทุนมากเกินกว่าความทุกข์ประชาชน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง บอกภาระดูแลน้ำมันให้เป็นภาระกองทุนน้ำมันคือให้ประชาชนดูแลเอง ในฐานะผู้ใช้หนี้กองทุนน้ำมัน ภาษีสรรพสามิตยังเก็บเท่าเดิม อ้างอาจไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ทั้งที่รายได้น้ำมันไม่ได้ส่งตรงไปที่ค่ารักษาพยาบาลแต่เข้ากองกลาง ยืนยันการลดภาษีสรรพสามิตพร้อมลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แบ่งเบาภาระได้กว่านี้ อยากให้กำหนดสูตรคำนวณราคาน้ำมันที่เป็นธรรมโดยเร็วปราบทุนเทาคนใกล้นายกฯเอี่ยวอื้อนายกรณ์กล่าวว่า การปราบปรามสแกมเมอร์ นายกฯประกาศยึดหลักไม่ต้องสนใจว่า ชื่อใครเกี่ยวข้องเดินหน้าเอาผิดตามพฤติกรรม ไม่มั่นใจว่าจะทำได้จริง ก่อนหน้านี้อดีต รมช.คลังรัฐบาลนายอนุทิน 1 เคยเป็นที่ปรึกษาให้ธนาคารของกัมพูชาเชื่อมโยงกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์และเกี่ยวข้องซื้อหุ้นในกองทุนของกลุ่มสแกมเมอร์ กลุ่มฟอกเงิน ถูกยึดอายัดรอบล่าสุดด้วย ขอให้นายกฯตรวจสอบคนใกล้ชิดนายกฯที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงและเกี่ยวโยงกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ด้วย พบว่ามีหุ้นบริษัท BCPG บริษัทลูกโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ที่ถือหุ้นโดยกองทุน CAI และ บ.พิวกิ้นถือครองหุ้น BCPG มีการขายหุ้นแบบเจาะจงรวม 4,500 ล้านบาทให้ 2 กองทุน หลังยึดหุ้น BCPG จาก CAI แล้วตรวจสอบหรือไม่ กรรมการบริษัทในวันนั้นที่เป็นอดีต รมว.คลังมาก่อน รู้กับนายทุนสีเทากลุ่มสแกมเมอร์หรือไม่ ไม่ได้จบแค่คนต่างชาติไม่กี่คน ขยายวงอยู่กับบุคคลเคยนั่งในสภาฯและในทำเนียบฯ บี้สอบเส้นเงิน “สุริยะ” โยง “เบน สมิธ”นายกรณ์กล่าวว่า การแก้ปัญหากลุ่มสแกมเมอร์ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ดำเนินการที่ผ่านมา เริ่มจากการลงนามเอ็มโอยูอัปยศกับกลุ่มทุนสแกมเมอร์ ส่งเรื่อง ป.ป.ช.เอาผิดนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี ตามมาตรา 157 ยังพบว่ามีผู้ร่วมลงนามคือนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เหมาะสมหรือไม่ ตั้งคนถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องการลงนามเอ็มโอยูเอื้อการฟอกเงินดิจิทัลระดับโลก แม้เอ็มโอยูยกเลิกไปแล้ว กรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ มีหลักฐานชัดเกี่ยวข้องทำธุรกรรมร่วมกับนายเบน สมิธ กรณีซื้อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวและผ่อนจ่ายเป็นงวดผ่านธนาคารบีไอซีของกัมพูชา ก่อนตั้งนายสุริยะกลับมาเป็นรัฐมนตรี ตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือไม่ ขอให้ชี้แจงต่อสาธารณะ หากไม่ทำสะท้อนความจริงใจจริงจังการปราบกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์หรือไม่ นายกฯบอกว่า พร้อมปิดตา เอาเรื่องทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะคนเกี่ยวข้องล้วนอยู่ใกล้ตัวและอยู่ในรัฐบาลท่านขยี้ รบ.ใจนายทุนมูมมามจบแบบชูชกนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ฟังนายกฯอ่านแถลงนโยบายย้อนแย้งความเป็นจริงกับที่ประชาชนประสบอยู่ ท่านบริหารไม่กล้าทุบนายทุน แต่ทุบชาวบ้าน ถ้าเป็นปักษ์ใต้ต้องบอกว่า “รุนไม่ไหวแล้ว” หรือดันไม่ไหวแล้ว น้ำมันตามปั๊มที่หายไปไม่มีขาย พอขึ้นลิตรละ 6 บาททุกปั๊มมีขายหมด ทุกวันนี้ลิตรละเกือบ 50 บาทหาเติมได้ราวกับเสกได้ ในใจนายกฯมีแต่นายทุน แต่ไม่เคยเข้าใจประชาชน นายกฯโชคดีเกิดมาเป็นเศรษฐี อยากให้เปิดใจมองมาข้างล่าง เห็นคนหาเช้ากินค่ำลำบากแร้นแค้นมาก รายได้น้อยรายจ่ายเยอะมาก “อยากฝากนายกฯและ ครม.ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ว่าทำอะไรหลังจากนี้ พยายามอย่าให้มูมมามมาก คาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่บริหารจนครบเทอม ไม่อยากให้รัฐบาลมาจบชีวิตแบบเดียวกับที่ชูชกจบชีวิต” ทำให้นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรค ภท. ลุกขึ้นประท้วงขอให้ถอนคำ พูดเสียดสี ไม่เหมาะสม นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี พรรค ภท. ประท้วงคำพูดส่อถึงกิริยาไม่ให้เกียรติสภาฯ โดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ประธานที่ประชุมวินิจฉัยคำว่า “มูมมาม” ยังพอรับไหว ขอให้รัฐบาลชี้แจงดีกว่าปชน.อัดไม่กล้าแตะไอ้โม่งโรงไฟฟ้านายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า นโยบายเรื่องค่าไฟตอนหาเสียงรัฐบาลพูดไว้ชัดเจนว่าค่าไฟ 3 บาท 200 หน่วยแรก ประชาชนจะได้ประโยชน์ 22 ล้านครัวเรือน ประหยัดได้ 3,000 บาท แต่หลังชนะเลือกตั้งรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์จากค่าไฟ 3 บาท 200 หน่วยแรกให้ทุกครัวเรือนกลายเป็นค่าไฟ 3 บาท เฉพาะคนใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย ยิ่งกว่านั้นคำแถลงนโยบายไม่มีพูดถึงนโยบายนี้แม้แต่คำเดียว ยังจะลดค่าไฟให้ประชาชนอยู่หรือเปล่า และคำแถลงวันนี้ไม่กล้าแตะไอ้โม่งโรงไฟฟ้าแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่ได้เงินประชาชนปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาทไปฟรีๆ ไม่รวมโซลาร์ชุมชนดูเหมือนกำลังจะประเคนให้นายทุนอีกกว่า 1,500 เมกะวัตต์ ไปดูกระบวนการคัดเลือกยิ่งแย่กว่า ดูเหมือนเปิดช่องให้ล็อกสเปกฮั้วกันและยกให้นายทุนง่ายๆ พูดเรื่องค่าไฟถูกแต่ไม่กล้าแตะคนทำให้ค่าไฟแพง ประชาชนจะเชื่อได้อย่างไรแอบเปิดช่องนายทุนพลังงานกินรวบนายศุภโชติอภิปรายอีกว่า คำแถลงจะปฏิรูปโครงสร้างพลังงานไปสู่การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี ประเทศเราไม่ขาดคนพูด แต่ขาดคนทำ ยังไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนกล้าชนกับโครงสร้างเดิมสักครั้งเดียว ประโยคสำคัญที่ควรมาคู่กันคือกลไกป้องกันการผูกขาด ไม่ให้นายทุนพลังงานกินรวบได้ ไม่แน่ใจว่าการไม่ใส่ประเด็นนี้ในคำแถลงนโยบาย เพราะไม่รู้หรือจงใจ การปฏิรูปพลังงานเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องถามจริงๆว่าได้หันไปหานายทุนพลังงานพรรคท่านหรือเปล่าว่าเขาโอเคกับเรื่องนี้หรือไม่ หรือว่าคุยกันมาแล้วแล้ว แอบเปิดช่องให้พวกเขากินรวบได้ ถึงยอมมาผลักดัน ประเด็นนี้ สิ่งที่แถลงประเด็นพลังงานเหมือนยังคิดไม่สุด เอาคำดูดีมาตัดแปะ เหมือนเรื่องน้ำมันเรื่องไฟฟ้า ต้องทำให้ดู เดือนแรกพนมมือขอโทษอีกสักหนึ่งรอบ บอกประชาชนว่าค่าไฟ 3 บาท นโยบายที่หาเสียงไว้ทำไม่ได้แล้ว อย่าลืมลุกขึ้นมาพนมมือก้มหัว 2 ครั้ง ครั้งแรกขอโทษที่เคยหาว่าประชาชนกักตุนน้ำมัน ครั้งที่ 2 ขอโทษที่นโยบายทำไม่ได้“ชวน” ตื๊อจัด ลต.บริสุทธิ์เที่ยงธรรมนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.อภิปรายว่า คำแถลงนโยบายรัฐบาลต้องเขียนให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ บางเรื่องที่ประชาชนอยากเห็นแต่กลับไม่มี เช่น นโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ เป็นความหวังของคนสูงอายุ ตนเป็นผู้ริเริ่มและไม่ใช่เรื่องให้ปลาแทนให้เบ็ด แต่เป็นเรื่องจริงที่เราต้องดูแลขอฝากรัฐบาลด้วย ปัญหาเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน คือการเริ่มวางรากฐานประเทศนำประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าเต็มกำลัง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตยึดประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง ขอเสนอว่าเพื่อมีผลต่อไปในอนาคตเราควรทำ เรื่องการเลือกตั้ง ที่นายกฯต้องรับผิดชอบอยู่ด้วย ให้สุจริตและเที่ยงธรรมดีหรือไม่ นายกฯไม่ได้ตอบ แต่จะไม่ลดละความพยายาม ขอให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ช่วยดูแลให้เกิดความเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง แม้ส่งจดหมายไปจะไม่มีผล แต่ภูมิใจว่าไม่นิ่งดูดายเรื่องนี้“สุริยะ” ปัดโอนเงินผ่าน ธ. BIC กัมพูชาด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ชี้แจงถึงการซื้อขายเครื่องบินเจ็ตจากภรรยานายเบน สมิธ ว่า ได้ซื้อเครื่องบินร่วมกับครอบครัวมีมูลค่า 862 ล้านบาทเศษ ตนถือครอง 30 ล้านบาท ที่เหลือเป็นของญาติพี่น้อง ชำระเงินและผ่านกระบวนการจดแจ้งเครื่องบินเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 13 ก.ย.67 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เอาเรื่องนายเบน สมิธ มาพูดในสภาฯครั้งแรกเดือน ก.ย.ปี 68 หลังการซื้อขายเสร็จไป 1 ปีเต็ม หากทราบว่านายเบน สมิธ มีพฤติกรรมดังกล่าวการซื้อขายเครื่องบินจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน ได้ซื้อขายจริง ชำระเงินผ่าน ธ.กรุงเทพในสาขาประเทศไทยทั้งหมด ไม่ได้ผ่านธนาคาร BIC กัมพูชาของนายยิม เลียก เงินค่าเครื่องบินเจ็ตเป็นเงินของตนและครอบครัว ตนชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.แล้วตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.67 ตรวจสอบที่ไปที่มาของเงินได้ชัดเจน เมื่อชำระเงินแล้วเงินที่โอนไปผ่านธนาคารกรุงเทพในประเทศไทย ผู้ขายจะโอนไปที่ไหนต่อไม่สามารถทราบได้“ไอซ์” ชงยาล้างอายขับ 3 รมต.ฉาวออกช่วงเย็น น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ อยากล้างอายกรณีดัชนี CIB รั้งท้าย มียาล้างอาย 2 ขนานมาแนะนำ ยาเม็ดแรกเป็นยาขับรัฐมนตรีที่มีชื่อฉาวเอาออกไปให้พ้น ครม.เมื่อครู่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ บอกว่าถ้ารู้เรื่องก่อนไม่ซื้อเครื่องบินนายเบน สมิธ นายกฯช่วยนายสุริยะได้หรือไม่ ช่วยสั่งให้ ปปง.ตรวจสอบที กรณีเบอร์รี่เลือดที่ฟินแลนด์ วันนี้นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯอดีต รมว.แรงงาน ตื่นหรือยัง สถานะล่าสุดดีเอสไอและอัยการสูงสุดมีมติกล่าวหานายสุชาติสรุปสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.ไป 2 ปี แต่ไม่คืบหน้าใดๆ ไม่เหมือนคดี 44 สส. พรรคก้าวไกล ที่ ป.ป.ช.ดำเนินการตามเส้นเวลาเป๊ะ ยังไม่พอรัฐบาลสีน้ำเงินเอาเจ้าของปั๊มมีสาขาทั่วประเทศมาแก้วิกฤติพลังงาน แม้จะเชื่อว่านายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม คนดีของตนไม่มีทางจะทำอะไรแบบที่เขากล่าวหา แต่นอกจากตนแล้วใครจะเชื่อว่าบริษัทที่นายพิพัฒน์ถือหุ้น ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากวิกฤติพลังงานครั้งนี้ ขอย้ำว่าทั้ง 3 คน เพื่อไม่ให้ค้านความรู้สึกประชาชน คนพวกนี้ท่านควรเอาออกจาก ครม.ไปก่อน ไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ก่อนแฉบริษัทผัว รมต.ได้งานโครงการรัฐน.ส.รักชนกกล่าวว่า ยาขนานที่ 2 คือยาหยอดตา ทำให้ตาสว่างขึ้น การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เช่น โครงการภาครัฐ ปี 66-69 หจก.แห่งหนึ่ง ญาตินายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ได้รับงานไป 74 โครงการ มูลค่า 4,500 ล้านบาท ต่อมามีบริษัทของลูกเขย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรค ภท. มี 2 บริษัท บริษัทแรก สามีนางซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ได้ไป 142 โครงการ 830 ล้านบาท และอีกบริษัท สามีของลูกสาวอีกคนของนายชาดา ได้รับไปอีก 78 โครงการ 2,400 ล้านบาท นี่ไงเป็นคนดีที่ได้ดิบได้ดีแบบนี้ฉายคิวอาร์โค้ดเครือข่าย ภท.ได้งานบานน.ส.รักชนกยังนำคิวอาร์โคดมาฉายในห้องประชุมพร้อมอภิปรายว่าทุกคนสแกนแล้วดูตามตนว่า นี่คือโครงการในปี 68 ที่ หจก.ดังกล่าว ได้รับงานภาครัฐไป 34 โครงการ มูลค่า 2,466 ล้านบาท หน่วยงานที่ได้รับจะมีตั้งแต่กรมชลประธาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทและมีกรมโยธาธิการและผังเมือง สูงถึง 11 โครงการ กรมโยธาฯอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯเป็น รมว.มหาดไทย แล้วโครงการไปลงที่ จ.ศรีสะเกษ บ้านเกิดนายสิริพงศ์ 22 โครงการ เป็นต้น ส่วนใหญ่ตัดถนนทั้งนั้นเลยไม่รู้ว่าเพราะญาติท่านตัดถนนเก่งแบบนี้หรือเปล่า รอบนี้เลยได้เป็น รมช.คมนาคมเชื่อแล้วว่าอย่าแข่งโครงการรัฐกับ ภท.น.ส.รักชนกกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ หากดูไส้ใน หจก.ประมูลแข่งอยู่กับแค่ 3 บริษัท คือ บริษัท อ. บริษัท ท. และบริษัท ต. พอไปเปิดประวัติดูมันคน กันเองหรือเปล่า หจก.อ. มีนาย ก. เป็นกรรมการ ซึ่งนาย ก. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ประจำ กมธ.ติดตามงบประมาณ ในโควตาของนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรค ภท. และบริษัท ต. ถ้าไปเปิดชื่อกรรมการบริหารมีแต่คนนามสกุลเดียวกันกับนายอาสพลธ์ และบริษัท ท. เป็นของอดีต สจ.เก่าที่ใกล้ชิดกับ อบจ.ศรีสะเกษ ได้งาน อบจ.ศรีสะเกษทุกปี ปีละหลายโครงการ เวลาพูดถึง อบจ.ศรีสะเกษ ต้องนึกถึง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรค ภท. ลูกสาวนายก อบจ.ศรีสะเกษ ทุกบริษัทที่พูดมามันบังเอิญไปเกี่ยวข้องกับคนในพรรค ภท.หมดเลย “ไม่ได้บอกว่ามันส่อเค้าทุจริตอะไร แต่แค่เอาข้อมูลมาเปิดให้ประชาชนคิดกันเอาเองว่าฟังทั้งหมดแล้วคิดถึงอะไร คิดออกอยู่คำนึงคือคำว่า รวย มันรวยไม่ไหวแล้วจริงๆ โบราณว่า แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งกันได้ แต่แข่งโครงการภาครัฐกับ ภท. อย่าแข่งเลย”“สิริพงศ์” โต้ญาติไม่เกี่ยวพันเชิงธุรกิจต่อมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ลุกขึ้นชี้แจงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายพาดพิงว่า บริษัทที่กล่าวอ้าง เป็นลูกพี่ลูกน้อง ไม่ใช่มารดาเดียวกันกับคุณพ่อตน ความสัมพันธ์ในเชิงความเป็นญาติก็เป็นญาติ แต่ไม่มีความเกี่ยวพันในเชิงธุรกิจ นอกจากนี้ในปี 68 ที่ผ่านมาตนไม่มีอำนาจบริหารใดๆ และปี 66 ไม่ได้เป็น สส. ขอบคุณที่กรุณาโยงให้และข้อความที่กล่าวเมื่อครู่ ตลอดสัปดาห์เห็นในโซเชียลมีเดีย ก็เขียนมาอย่างที่ท่านพูด แต่ขอย้ำว่าไม่เกี่ยวพันกัน คงไม่ต่างจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า“ประเสริฐ” แจงสกรีนคุณสมบัติผ่านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการชี้แจงคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีว่า ถูกตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบแล้ว จึงมีคุณสมบัติดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ MOU สแกนม่านตาอภิปรายพาดพิงคงได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน การสแกนม่านตาไม่เกี่ยวข้องกับ MOU กระทำภายหลังลงนาม MOU ยืนยันไม่เคยได้รับรายงานหรือมีส่วนร่วมใดๆกับการสแกนม่านตา การทำ MOU ผ่านการตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน ทั้งกฤษฎีกา อัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายกฎหมายกระทรวงดีอีแล้วว่าเป็นการร่วมมือทางดิจิทัลเพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ผูกมัดให้ราชการเสียหาย ปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้ว ไม่รู้จักกับกลุ่มบริษัทที่ลงนาม ไม่เคยรับผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ไปพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ไปให้ข้อมูลในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหา ไม่เคยถูกกล่าวหาใดๆนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ประท้วงว่าที่บอกไม่ได้ถูกดำเนินคดีในชั้น ป.ป.ช.เพราะมีการส่งเรื่องต่อ ป.ป.ช.แล้วตามที่เป็นข่าว ขอให้ชี้แจงด้วยว่าไม่ถูกดำเนินคดีในชั้น ป.ป.ช. ที่ระบุ MOU ไม่เกี่ยวกับการสแกนม่านตา แต่เหตุใดนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ถึงได้ยกเลิกการลงนาม MOU และการสแกนม่านตาคราวเดียวกัน ขณะที่นายประเสริฐชี้แจงว่าไม่เคยได้รับข้อกล่าวหาจาก ป.ป.ช.เรื่องนี้ กรณีนายไชยชนกพูดถึงเรื่องนี้ต้องไปถามนายไชยชนกเอง ไม่สามารถตอบแทนได้“ลุงแท็กซี่” บุกป่วนถึงสระน้ำกลางสภาเมื่อเวลา 12.30 น. ที่อาคารรัฐสภาระหว่างการแถลงนโยบายของ ครม.ต่อรัฐสภา นายพงศ์พิชาญ ธนาถิรพงศ์ สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าแท็กซี่และหมวกนิรภัย ที่เคยขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าด่านตำรวจเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อเหตุปั่นป่วนตามที่ทำการพรรคการเมืองหลายพรรค บุกเข้ามายังอาคารรัฐสภาถึงบริเวณสระมรกตคู่ใจกลางอาคาร ส่งเสียงโวยวายอ้างว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯส่งจดหมายมาถึง และบอกว่าเป็นสมาชิกพรรค ภท.ตลอดชีพ จนตำรวจรัฐสภาเข้าควบคุมตัว ทั้งนี้ หน้าจุดตรวจผ่านเข้าออกหลักของรัฐสภา ทั้งฝั่งสภาฯและฝั่งวุฒิสภามีการปิดกระดาษรูปภาพและข้อมูลของนายพงศ์พิชาญว่า เป็นบุคคลเฝ้าระวังห้ามเข้าพื้นที่“ศุภจี–ยศชนัน” รับนโยบายภาค ปชช.เมื่อเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะ กมธ.พัฒนาการเมืองการมีส่วนร่วมของประชาชนฯวุฒิสภา มอบหนังสือวาระนโยบายจากภาคประชาชนให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯ โดยนายนรเศรษฐ์กล่าวว่า คณะ กมธ.ร่วมกับ The Active ไทยพีบีเอสและอีกหลายองค์กร จัดทำนโยบายตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ให้ภาคประชาชนนำเสนอเชิงนโยบายต่อฝ่ายบริหาร นางศุภจีกล่าวว่า ข้อเสนอน่าจะเป็นประโยชน์ในการทำนโยบายตอบโจทย์ประชาชนได้ ไม่ใช่ตนหรือนายยศชนันที่ทำได้ทุกเรื่อง มีหลายเรื่องเกี่ยวข้องหลายกระทรวง จะส่งไปยัง ครม. เอาเสียงภาคประชาชนมาพิจารณาและทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่นายยศชนันกล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดีต่อรัฐบาล ทำเวิร์กช็อปกันมา เวลาเราดำเนินนโยบายจะมาดูว่าได้ตอบโจทย์ครบหรือยัง แน่นอนเราลงพื้นที่อยู่แล้ว ฟังเสียงจาก สส. และจะมีการนัดหารือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ต้องขอความร่วมมือจากนางศุภจี“ต้น” จี้รัฐจะโอนงบฯควรผ่านสภาฯวันเดียวกัน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.โอนงบฯอาจขัดรัฐธรรมนูญว่า การโอนงบฯถ้าจะทำขอให้เป็น พ.ร.บ.แล้วชี้แจงผ่านสภาฯเพื่อความโปร่งใสและชัดเจนให้ประชาชน ส่วนการกู้เงินเป็นอำนาจรัฐคล้ายตอนโควิด-19 ทำได้ แต่คงสอบถามให้ชัดเจนใช้เพื่ออะไร ถ้ากู้เงินครั้งใหญ่อีกราว 5 แสนล้านบาทต้องชี้แจง ไม่อยากให้ใช้เงินเพื่อรักษาอดีตแต่เพื่ออนาคต ส่วนการชี้แจงของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์น่ากังวลเรื่องปุ๋ย เริ่มขาดตลาดแล้ว ขอให้รัฐบาลตามต่อจากไอ้โม่งน้ำมันจะไปสู่ไอ้โม่งปุ๋ยหรือไม่ อยากให้นายกฯประกาศนำหน้าว่ามองวิกฤติครั้งนี้อย่างไรปชน.ตั้งวอร์รูมคล้าย ครม.เงาเมื่อถามว่าหลังสงกรานต์รัฐบาลมีแนวโน้มออกมาตรการล็อกดาวน์ เปิด-ปิดปั๊มหรือมาตรการอื่นที่อาจกระทบชีวิตประจำวันของประชาชน นายวีระยุทธกล่าวว่า น้ำมันต้องแยกให้ขาดว่าเป็นปัญหากักตุนหรืออย่างไร วันก่อนนายกฯบอกน้ำมันใช้ลดลงเหลือ 40 กว่าล้านลิตร ต้องสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบ เอาน้ำมันที่กักตุนมาใช้หรือไม่ อยากให้ตรวจสอบข้อมูลตรงนี้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะวางแผนนโยบายจากนี้มีปัญหา ข้อมูลไอ้โม่งไม่ได้จบที่ 57 ล้านลิตรแน่นอน และรถหมื่นกว่าคันที่หายไปไม่ติด GPS ให้ชัดเจน ต้องติดทั้งเรือทั้งรถ ตรวจสอบแบบเรียลไทม์ได้แล้ว ช้าไปประมาณ 6 สัปดาห์แล้ว เมื่อถามว่าที่พรรค ปชน.จัดวางตัวบุคคลติดตามการทำงานรายกระทรวงของรัฐบาลคล้าย ครม.เงา นายวีระยุทธกล่าวว่าเราติดตามเชิงประเด็นต่อแน่ ตอนนี้ภาวะวิกฤติ เมื่อรัฐบาลมีวอร์รูม เราก็มีวอร์รูมติดตามแต่ละประเด็น ส่วนที่ ป.ป.ช.ยื่นเอกสารร้องต่อศาลฎีกาคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล เข้าชื่อแก้ไขมาตรา 112 มี 10 สส.พรรค ปชน.ด้วย การประชุมใหญ่พรรคช่วงเดือน เม.ย.เป็นวาระปกติ จะปรับโครงสร้างหรือไม่ขอรอดูท่าทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะเป็นหัวหน้าพรรค ปชน.คนต่อไปหรือไม่ เดี๋ยวว่ากันไปทีละขั้นยื่น 8 หมื่นชื่อแก้ รธน.สอยองค์กรอิสระเมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายยุทธนา ศรีสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้ง iTAX นำเอกสารการลงลายมือชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 80,412 คน ประกอบการยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ..... ต่อนาย โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ผ่าน น.ส.รัชดาภรณ์ เอี่ยมอนันต์ นิติกรเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานสภาฯ นายยุทธนากล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลักการให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้ เพื่อเสริมสร้างกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจในระบอบประชาธิปไตยด้าน น.ส.รัชดาภรณ์กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯจะส่งเรื่องให้กลุ่มงานเข้าชื่อเสนอกฎหมายตรวจสอบรายชื่อใน 45 วันว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่และจะนำเรียนประธานรัฐสภาเพื่อทราบต่อไปป.ป.ช.แจงยิบพฤติกรรม 44 สส.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงการส่งคำฟ้องศาลฎีกาเอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล คดีผิดจริยธรรมร้ายแรงเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ป.ป.ช.ชี้มูลไม่ได้ดูจากสิทธิเสนอแก้กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ แต่ดูจากการกระทำว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไร ควรมีมาตรฐานจริยธรรมที่สมควรกระทำหรือไม่ ป.ป.ช.ดูเนื้อหาการกระทำ ในคำร้อง ป.ป.ช.บรรยายคำร้องผู้ถูกกล่าวหากรณีการแสดงความเห็นหรือร่วมขึ้นเวทีแสดงความเห็นทางการเมืองแนบไปด้วยให้ศาลฎีกาพิจารณา มีเนื้อหาครบถ้วน ส่วนการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาช่วงแถลงนโยบายรัฐบาล ยืนยัน ป.ป.ช.มีไทม์ไลน์ทุกเรื่อง โดยเฉพาะคดีสำคัญ กรณีนี้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมมาเป็นระยะ ทำให้การไต่สวนของ ป.ป.ช.ล่าช้าออกไป จนมา ประจวบเหมาะกับไทม์ไลน์ทางการเมืองพอดี ส่วนศาลจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาหรือให้ สส.พรรค ปชน. 10 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เป็นเรื่องของศาลอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่