ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ การแสวงหาพันธมิตรที่ไว้ใจได้ถือเป็นหัวใจของการเติบโตอย่างมั่นคง และ “สหภาพยุโรป” (EU) นับเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นยาวนานของไทยล่าสุดในงานเลี้ยงต้อนรับเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยของสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) เมื่อหลายวันก่อน “ภารณี อดุลยพิเชษฐ์” ประธาน EABC ได้กล่าวต้อนรับ “หลุยซา ราเกอร์” เอกอัคร ราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ในโอกาสรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ในบรรยากาศการสนทนาที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์และการขับเคลื่อนความร่วมมือในระดับก้าวหน้า ทูตราเกอร์เน้นว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์สำคัญในอาเซียน ที่ก้าวจากมิติการค้าไปสู่การสร้างอนาคตที่มั่งคั่งและยั่งยืนร่วมกัน โดยมีประเด็นสำคัญคือ การเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย–EU ปัจจุบันปิดบทเจรจาแล้ว 11 จาก 24 บท และจะเข้าสู่รอบถัดไปในกรุงบรัสเซลส์ช่วงปลายเดือน มิ.ย. เพื่อมุ่งการเข้าถึงตลาดและจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งจะส่งให้ไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงและเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2573แม้ EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 และผู้ลงทุนอันดับ 3 ของไทย ด้วยมูลค่าการค้าปี 2025 เกือบ 44,000 ล้านยูโร แต่ท่านทูตมองว่า ยังมีศักยภาพที่ยังไม่ถูกใช้เต็มที่ พร้อมเสนอ 3 เสาหลัก เพื่อยกระดับความร่วมมือ ได้แก่ การสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเชื่อมโยงโมเดล BCG กับ European Green Deal และการเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลด้วย 5G และ AIนอกจากนี้ EU พร้อมสนับสนุนไทยผ่านกลไก Global Gateway ในโครงการเชิงยุทธศาสตร์ เช่น การจัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนทูตราเกอร์ปิดท้ายด้วยคำมั่นจะทำงานใกล้ชิดทุกภาคส่วน ตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เพื่อผลักดันความร่วมมือยั่งยืนและยืดหยุ่นให้เป็นจริง สร้างประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองภูมิภาค.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม