ธุรกิจสีเทา...ที่กลายเป็น “สีเทาอ่อน” ในสายตารัฐ?...คำว่า “เทาอ่อน” สะท้อนถึงธุรกิจผิดกฎหมายที่ใช้วิธี “นอมินี” และ “การแทรกแซงทางการเมือง” เพื่อสร้างความชอบธรรม จนดูเหมือนเป็นธุรกิจถูกกฎหมายในสายตาเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่ม?พุ่งเป้าไปที่...การยึดกุมอำนาจรัฐ ข้อมูลเล่าลือกันในวงกว้างจากช่วงต้นปี 2569 ระบุว่า เครือข่ายทุนเทาข้ามชาติเริ่มขยายอิทธิพลเข้าสู่ภาคการเมือง โดยการสนับสนุนเงินทุนให้พรรคการเมืองเพื่อกำหนดนโยบายระดับชาติที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มตนจนทำให้เกิดภาวะที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า “เศรษฐกิจใต้ดินควบคุมนโยบายบนดิน”สอดคล้องกับสมาคมผู้ค้าปลีกไทยที่เคยรายงานไว้ว่า “กลุ่มทุนสีเทา” อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายใช้ตัวแทนคนไทย (นอมินี) เปิดแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและร้านค้าปลีก นำเข้าสินค้าราคาต่ำเกินจริงมาตัดราคาผู้ประกอบการในท้องถิ่น ทำให้ธุรกิจไทยดั้งเดิมต้องปิดตัวลงโดยที่ “รัฐ” ตรวจสอบได้ยากเพราะเอกสารทุกอย่างดูถูกระเบียบ สะท้อนประเด็นมิติปัญหา...นอมินีและการค้าไม่เป็นธรรม ประเด็นถัดมา...การสวมสิทธิ์ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทุนเทาแฝงตัวเข้ามาในรูปแบบนักลงทุนต่างชาติที่สนับสนุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น คริปโตเคอร์เรนซี หรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ เพื่อใช้เป็น “เกราะป้องกัน” จากการตรวจสอบของรัฐคำถามสำคัญมีว่า...“เงินผิดกฎหมาย” ไหลเข้า “ระบบเศรษฐกิจ” ได้อย่างไร?คำตอบที่ต้องยอมรับความจริงมีว่า...“กลไกการฟอกเงิน” ในปี 2569 มีความซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงขึ้น โดยมีช่องทางหลัก ผ่าน...อสังหาริมทรัพย์และหุ้นกู้ รายงานจากหน่วยงานความมั่นคงพบว่า มีการใช้คริปโตเคอร์เรนซีแปลงเป็นเงินบาทเพื่อกว้านซื้อ “อสังหาริมทรัพย์หรู...หุ้นกู้” ในปริมาณมหาศาลตัวเลขที่คาดการณ์กันไว้ อาจจะสูงถึง 5.3 แสนล้านบาทในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เงินผิดกฎหมายกลายเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูงและเปลี่ยนมือได้ง่ายถัดมา...มิติปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและบัญชีม้า สำนักงาน ปปง. (ณ มกราคม 2569) แถลงผลการยึดอายัดทรัพย์สินจากเครือข่ายเว็บพนันและการฉ้อโกงทางออนไลน์ โดยพบว่าเงินจะไหลผ่าน “บัญชีม้า” หลายทอดก่อนจะถูกนำไปฟอกผ่านการซื้อทองคำหรือ...การลงทุนในธุรกิจกลางคืน ธุรกิจผับ...บาร์ ที่อ้างรายได้เป็นเงินสดนับรวมไปถึง...สินทรัพย์ดิจิทัล การใช้แพลตฟอร์มเทรดต่างประเทศที่ไม่ต้องระบุตัวตน (Non-KYC) เป็นทางผ่านในการ “ผสมเงิน” เพื่อลบร่องรอยที่มาของเงินบาป ก่อนจะโอนกลับเข้าสู่พอร์ตการลงทุนในไทยที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เพื่อทำให้เงินนั้นดูเหมือนผลกำไรจากการลงทุนคำถามต่อมา...อะไรที่เป็นปัจจัยเสริมส่ง เป็นรูรั่วที่ปิดไม่มิด เปลี่ยนร่างแปลงรูปทำให้ “เทาเข้ม” กลายเป็น “เทาอ่อน”?... ฟอกขาวพินาศชาติ ข้อนี้กลายเป็นเครื่องหมายคำถามตัวโตๆถึงประสิทธิภาพของ “ภาครัฐ” เมื่อธุรกิจผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นพนันออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์ หรือยาเสพติด สามารถตั้งหลักแหล่งขยายอาณาจักรได้อย่างหน้าตาเฉย คำถามสำคัญคือ...“รัฐมองไม่เห็น หรือจงใจมองข้าม” หรือไม่?แหล่งข่าวระดับสูงทำงานในแวดวงตรวจสอบการฟอกเงิน ระบุ ปัจจุบันทุนเทาเหล่านี้ไม่ได้มาแบบทื่อๆ แต่ใช้กลยุทธ์ “สวมสิทธิ์–สร้างภาพ” จ้างนอมินีคนไทยตั้งบริษัทบังหน้า เข้าหาผู้มีบารมี และบริจาคเงินให้หน่วยงานต่างๆจนสีที่เคย “ดำมืด” จึงค่อยๆจางลงเป็น “เทาอ่อน”จนสุดท้ายกลายเป็นธุรกิจที่ดูเหมือนถูกกฎหมายในสายตาเจ้าหน้าที่บางกลุ่มที่รับส่วยกินเปล่านักเศรษฐศาสตร์อาชญากรรมวิเคราะห์กลไกการ “ฟอกขาว” ที่กำลังเป็นอันตรายต่อโครงสร้างการเงินไทยไว้อย่างน่าสนใจ ย้ำว่า หาก “เม็ดเงินผิดกฎหมาย” เหล่านี้ถูกฉีดเข้าสู่ระบบผ่านอสังหาริมทรัพย์หรู...ทุนเทาหอบเงินสดมาซื้อคอนโดมิเนียมยกชั้น หรือบ้านจัดสรรหรูราคาหลักร้อยล้านโดยใช้ชื่อนอมินีหรือนิติบุคคลทำให้เงินสกปรกถูกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินถาวรที่ราคามีแต่จะพุ่งขึ้น ถัดมาก็การปั่นหุ้นหรือการนำเงินไปพักไว้ในพอร์ตการลงทุนที่มีความซับซ้อน เป็นการฟอกเงินที่แนบเนียนที่สุด เพราะได้รับผลตอบแทนเป็น “เงินปันผล” ที่ดูสะอาดสะอ้านแล้วก็มาถึงยุค...คริปโตเคอร์เรนซี สวรรค์ใหม่ของโจรไซเบอร์ การโอนเงินข้ามโลกผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลที่ระบุตัวตนยาก ทำให้การติดตามเส้นทางเงินของเจ้าหน้าที่กลายเป็น...“งมเข็มในมหาสมุทร”นอกจากอสังหาฯแล้ว เรายังเห็นเงินเหล่านี้แฝงตัวอยู่ในธุรกิจที่เงินหมุนเวียนสูงแต่ตรวจสอบยาก เช่น ผับ บาร์ สถานบันเทิง...อ้างรายได้จากการขายสุราและบริการที่เกินจริง, วัดและมูลนิธิ...ใช้ความศรัทธาบังหน้า การบริจาคเงินจำนวนมหาศาลเพื่อล้างมลพิษในใจและในกระเป๋า ฟาร์มสัตว์แปลกหรือของสะสม...การซื้อขายที่มีราคาประเมิน ไม่แน่นอน เป็นช่องว่างชั้นดีในการตั้งราคาเกินจริงเพื่อฟอกเงินแม้เงินเหล่านี้จะดูเหมือนทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน มีการจับจ่ายใช้สอยพุ่งสูง แต่นักวิชาการเตือนว่านี่คือ “ยาพิษเคลือบน้ำตาล” เพราะค่าครองชีพพุ่ง...ทุนเทาทำให้ราคาอสังหาฯและสินค้าฟุ่มเฟือยแพงเกินจริง คนทั่วไปซื้อไม่ไหว ทำลายคู่แข่ง...ธุรกิจที่ทำมาหากินอย่างถูกต้องไม่สามารถสู้ทุนมหาศาลที่ได้มาฟรีๆได้เมื่อเงินผิดกฎหมายคุมเศรษฐกิจก็สามารถซื้อเสียงและอำนาจรัฐได้ในที่สุด...เป็นเศรษฐกิจโตแบบ “ฟองสบู่พิษ”...จะทำยังไงไม่ให้เปิดบ้านรับโจรมาเป็นเจ้าของบ้านอย่างสะดวกโยธิน.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม