เพลิงนรกโหมไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” กลางดึก มีทั้งเปลวเพลิง กลุ่มควันหนาทึบ และเสียงระเบิด นักเที่ยวนับร้อยวิ่งฝ่าเปลวไฟหนีกระเจิง ระดมหน่วยกู้ชีพ-กู้ภัยทุกสำนักไปที่เกิดเหตุ ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงสงบอย่างรวดเร็วภายใน 30 นาที รีบเข้าไปตรวจภายในตะลึงภาพสลด มีผู้เสียชีวิตตามทางเดิน และภายในห้องน้ำรวม 28 ศพ บาดเจ็บ 71 คน “นายกฯหนู” เดินทางไปดูที่เกิดเหตุ สั่งตรวจสอบสาเหตุอย่างเข้มข้น ใครผิดเอาตัวมาลงโทษเด็ดขาด ส่วนเจ้าของร้านเจ็บด้วยยังอยู่ห้องไอซียู “บิ๊กต่าย” ผบ.ตร. นำ พฐ.ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบต้นเพลิงจากไฟช็อตคัตเอาต์บนเวทีจนไฟดับ เกิดประกายไฟติดอุปกรณ์ตกแต่งร้านลุกลามตามฝ้าเพดานอย่างรวดเร็ว จนเกิดโศกนาฏกรรม พฐ.เจอหลักฐานเด็ดด้วย ล้อมคอกสั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศตรวจสอบสถานบริการใหม่ทั้งหมดให้ถูกต้องตามกฎหมาย นักดนตรีวงทศกัณฐ์ที่กำลังแสดงอยู่ระหว่างเกิดเหตุ มีสมาชิกทั้งสูญหาย บาดเจ็บ และเสียชีวิต ปค.ฟันธงอาคารบกพร่องเพียบ ทั้งไม่ใช้วัสดุกันไฟก่อสร้างและตกแต่ง ทางหนีไฟถูกปิดกั้น ประตูฉุกเฉินไม่ได้มาตรฐาน เป็นเพียงประตูไม้ธรรมดา และติดป้าย “ห้ามเปิด” ทำให้ผู้ใช้บริการสับสนแถมลักษณะการให้บริการของร้านปล่อยให้เต้นตามโต๊ะ ไม่ตรงกับใบอนุญาตกรณีโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิง โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ช่วงกลางดึกวันที่ 12-13 ก.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตคาร้านเกือบ 30 คน และบาดเจ็บอีกกว่าครึ่งร้อย เจ้าหน้าที่ต้องกระจายส่งรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตนักเที่ยวเป็นจำนวนมากระดมรถดับเพลิงระงับเหตุเหตุสยองเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 23.57 น. วันที่ 12 ก.ค. พ.ต.ท.กฤษฎภาส สังสิมมา รอง ผกก. (สอบสวน) สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารกึ่งผับโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เลขที่ 17 ซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ขณะมีนักเที่ยวใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมากนับร้อยคน ประสานรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร มาระงับเหตุ และรายงานผู้บังคับบัญชา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร พร้อมรถน้ำ 5 คัน และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งอลหม่านหนีตายออกจากร้านที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียวริมถนนลาดพร้าว สภาพโกลาหล มีทั้งคนวิ่งฝ่าเปลวเพลิง หนีออกมาจากภายในร้านจำนวนมาก พลเมืองดีรีบเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้และสำลักควันพิษ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง หน่วยกู้ชีพ และกู้ภัยจากหลายหน่วยระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทำ CPR กันอย่างอลหม่าน สอบถาม ได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่า ยังมีผู้ติดอยู่ภายในร้านอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำ บางส่วนพยายามหาทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ติดอยู่ภายใน แต่ได้รับการบอกเล่าว่า ทางร้านเปิดให้เข้าออกด้านหน้าประตูเดียว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งฉีดน้ำดับเพลิงกว่า 30 นาทีเพลิงจึงสงบภาพสลดตายคากองเพลิงนับสิบหลังประเมินเบื้องต้นว่า สภาพอาคารยังแข็งแรงเพียงพอ ไม่น่าจะพังลงมา เจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิงและหน่วยกู้ภัย จัดชุดเข้าไปเคลียร์พื้นที่ด้านในอาคารแข่งกับเวลา หวังว่าจะพบผู้รอดชีวิตอยู่บ้าง แต่ต้องพบภาพน่าสลด เฟอร์นิเจอร์และข้าวของภายในร้านถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด พบร่างผู้เสียชีวิตภายในร้านนับสิบศพ ส่วนใหญ่อยู่บริเวณทางเดินไปห้องน้ำ และกองทับกันอยู่ภายในห้องน้ำ คาดว่าหลังเกิดเพลิงไหม้แล้วเกิดไฟฟ้าดับ ทำให้เหยื่อมองไม่เห็น ทำได้เพียงพยายามหาทางไปยังจุดที่คิดว่าจะปลอดภัยที่สุดคือห้องน้ำ แต่หลายคนสำลักควัน บางคนถูกไฟไหม้จนหมดสติและเสียชีวิตคากองเพลิงในที่สุดเสียชีวิต 27 ศพ บาดเจ็บ 18 คนนอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหนักและเบาอีกเป็นจำนวนมาก ทีมอาสาสมัครกู้ภัยช่วยนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เบื้องต้นตรวจนับได้ 18 คน นำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 3 คน โรงพยาบาลราชวิถี 2 คน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 1 คน โรงพยาบาลเปาโล-เกษตร 5 คน โรงพยาบาลพระราม 9 จำนวน 1 คน โรงพยาบาลเพชรเวช 4 คน โรงพยาบาลตำรวจ 2 คน ส่วนผู้เสียชีวิตตรวจนับได้ล่าสุด 27 คนนายกฯเสียใจครอบครัวผู้ตายต่อมาเวลา 01.00 น. วันที่ 13 ก.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรศพเบื้องต้น นายอนุทินเผยว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใจกลางเมืองครั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่หนีเข้าไปข้างในห้องน้ำ พยายามสอบถามถึงสาเหตุเพลิงไหม้จากผู้รอดชีวิต นักดนตรี และให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งตรวจสอบ ส่วนยอดผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุตอนนี้ 27 คน เกิดระเบิดที่คัตเอาต์หลังเวทีนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ผู้เสียชีวิตหลายรายมีสภาพสำลักควัน และรอ พฐ.เข้าตรวจสอบเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง ตอนนี้ประสานญาติเข้ามายืนยันตัวบุคคล เพราะมีโทรศัพท์บางเครื่องใช้ได้อยู่ ให้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยรับสายและบันทึกข้อมูลไว้ จากการสอบถามนักดนตรีบอกว่า มีควันออกมาจากคัตเอาต์บนเวที จากนั้นไฟดับแล้วมีเสียงระเบิดปะทุดังขึ้น ก่อนมีกลุ่มควัน นักเที่ยวต่างคนต่างวิ่งไปหลังอาคารที่เป็นห้องน้ำ เพราะภายในร้านไม่มีประตูหนีไฟที่ชัดเจน สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล จะแจ้งให้ญาติทราบต่อไปกทม.เปิดศูนย์ผู้ประสบภัยด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ตอนนี้ตั้งศูนย์ติดต่อผู้ประสบภัย เพราะเชื่อว่ามีคนตามหาญาติ และประสานหาผู้เจ็บตาย ส่วน พฐ.กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตบางส่วนอยู่ตรงทางหนีไฟด้านซ้าย เข้าใจว่าอาจมีสิ่งกีดขวางอยู่ คาดว่าไฟเกิดขึ้นเร็วมากตามเพดาน เพราะโต๊ะเก้าอี้พลาสติกยังอยู่ มีผู้บาดเจ็บหมดสติจำนวนมาก หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะแจ้งอีกทีคาดส่วนใหญ่ตายจากควันพิษ“ส่วนทางหนีไฟมีหรือไม่ เข้าใจว่ามี แต่ต้องดูว่ามีป้ายชัดเจนมั้ย และมีสิ่งกีดขวางหรือไม่ เท่าที่ฟังเบื้องต้นได้ยินว่ามีโต๊ะขวางอยู่ ทางหนีไฟมี 2 เส้นทางคือออกไปทางครัว โดยใช้เป็นเส้นทางของพนักงานเป็นหลัก คงต้องไปดูว่าปัญหาเป็นอย่างไร เบื้องต้นยังไม่เจอเจ้าของร้านคาดว่าได้รับบาดเจ็บ เพราะตอนเกิดเหตุอยู่ในร้านด้วย ส่วนชนวนไฟคาดว่าจะมาจากเพดาน พอไฟไหม้ก็ลุกลามบนเพดานอย่างรวดเร็ว น่าจะมีควันเยอะ เพราะพวกเก้าอี้บางส่วนยังไม่ไหม้เลย น่าจะมาจากตัวควันเป็นหลักทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายรายตรวจสอบยันใบอนุญาตก่อสร้างผู้ว่าฯ กทม.กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตการก่อสร้าง และมาตรการความปลอดภัยของอาคาร ทั้งระบบทางหนีไฟ ป้ายทางออกฉุกเฉิน มีสิ่งกีดขวางหรือไม่ หลังมีข้อมูลเบื้องต้นว่า อาจมีการตั้งโต๊ะหรือสิ่งของบริเวณหน้าห้องน้ำ อาจกระทบต่อการอพยพ ทั้งหมดต้องตรวจสอบว่าใช้งานได้ตามมาตรฐานและเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนเจ้าของร้านได้รับบาดเจ็บและอยู่ในเหตุการณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างรักษาตัว เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไปพฐก.ยันต้นเพลิงจากเวทีพล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) กล่าวว่า หลังจากเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นรู้จุดต้นเพลิงแล้ว อยู่บริเวณเวที แต่จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ค. โดยจะนำนักฟิสิกส์เคมีมาร่วมตรวจสอบด้วย จะได้รู้แน่ชัดว่าสาเหตุเกิดจากอะไรaยืนยันชื่อเหยื่อ 10 จาก 27 คนมีรายงานระบุรายชื่อผู้เสียชีวิตเท่าที่ตรวจสอบพบ 10 คนจากทั้งหมด 27 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.ณหทัย สัจรเลิศ 2.นายอภินันท์ เพ็งศรี 3.นายพิษณุ แตงโสภา 4.น.ส.นิภาพร แจ่มแจ้ง 5.นายท๊อป สโรบล 6.น.ส.อภิญญา สุขทองลา 7.นายPhonepaseut Pounqppany โฟเนพาสุต พูนคัพพานี ชาวลาว 8.น.ส.อัชราภรณ์ สุทธิสิน 9.นายสุวิชชา ศิริลิลุง 10.น.ส.กนกทิพย์ ศรีสุข ที่เหลือคาดว่าจะต้องใช้วิธีตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเพื่อยืนยันตัวผูู้้เสียชีวิตผบ.ตร.ประชุมชุดคลี่คลายคดีที่ สน.พหลโยธิน เวลา 09.00 น.วันที่ 13 ก.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ประชุมผู้เกี่ยวข้องคดีไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ประกอบด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.กฤษฎภาส สังสิมมา รอง ผกก. (สอบสวน) สน.พหลโยธิน เจ้าของคดี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์เวรสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งคณะทำงาน 2 ชุดหาสาเหตุพล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวหลังการประชุมเร่งรัดคดีกว่า 1 ชม.ว่า ขณะนี้ตั้งประเด็นการเกิดเหตุไว้ 2 ประเด็นคือเรื่องความประมาท และอุบัติเหตุ ตั้งคณะพนักงานสอบสวนเป็น 2 ชุด ชุดแรกสอบสวนเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาคาร ดำเนินการถูกต้องหรือไม่ เปลี่ยนแปลงต่อเติมมีทางหนีไฟตามกฎหมายหรือไม่ ระบบไฟฟ้าเป็นอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ ชุดสองสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเจ้าของร้าน หุ้นส่วนร้าน พนักงาน ผู้ใช้บริการ ผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อมาสรุปเหตุการณ์ข้อมูล และหลักฐานการตรวจที่เกิดเหตุของ พฐ. การตรวจชันสูตรศพเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง มีรายงานว่า ขณะเกิดเหตุนักเที่ยวหนีเข้าไปในห้องน้ำและเสียชีวิตจำนวนมาก ที่ผ่านมาทาง ร้านจัดทำแผนเผชิญเหตุหรือการประชาสัมพันธ์ขณะเกิดเหตุมีช่องทางหลบหนีเพื่อความปลอดภัย ลดการสูญเสียถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งมีเปลวไฟพุ่งออกมาจากประตูหน้าร้านอย่างรุนแรง และยังมีรายงานนำโต๊ะไปตั้งขวางทางหนีไฟ ต้องให้ พฐ.ตรวจอย่างละเอียด“บิ๊กต่าย” ล้อมคอกทั่วประเทศ “ส่วนนายสุวิชา ไศลบาท ชาวยโสธร เจ้าของร้าน ถูกไฟไหม้บาดเจ็บสาหัสรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เปาโลฯ พหลโยธิน เบื้องต้นทราบว่า มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการถูกต้อง ส่วนผู้บาดเจ็บบางรายกลับบ้านแล้ว ขอความร่วมมือมาให้ข้อมูลเหตุการณ์กับตำรวจ รวมทั้งหน่วยกู้ภัยต่างๆ สำหรับข้อหาความผิดเบื้องต้น มีเรื่องประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บ ทั้งสาหัสและไม่สาหัส ความผิดเรื่อง พ.ร.บ.อาคารด้วย รวมทั้งความผิดทางแพ่ง หลังจากนี้เราจะไม่ใช้คำว่าเป็นอุทาหรณ์อีกแล้ว เหตุการณ์แบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก สถานบันเทิงทุกแห่งใน กทม.รวมทั้งต่างจังหวัด ตำรวจจะประสานสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างเข้มข้น การเปิดบริการสถานบริการต้องถูกต้องตาม พ.ร.บ.อาคาร” ผบ.ตร.กล่าวผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็น 63 คนต่อมา ผบ.ตร.และผู้เกี่ยวข้องเดินทางไปดูร้านเกิดเหตุทั้งภายในและภายนอก ออกมาเผยว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ขณะนี้ร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ รอการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ตนกำชับให้เปิดช่องทางรับแจ้งตัวตนของญาติเต็มที่ ทั้งที่ศูนย์ประสานงานหน้าจุดเกิดเหตุ บริเวณสถานีรถไฟฟ้า MRT สน.พหลโยธิน และศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 63 คน ประสานศูนย์เอราวัณและโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อติดตามอาการและดูเรื่องสิทธิ์การประกันภัยแล้ว สำหรับเจ้าของสถานบริการยังบาดเจ็บสาหัสอยู่ห้องไอซียู ประสานแพทย์ประเมินว่าสามารถให้ปากคำได้เมื่อใด พร้อมสั่งการให้พนักงานสอบสวนแยกกลุ่มผู้ให้ปากคำออกเป็นกลุ่ม เจ้าของหุ้นส่วนบริษัท พนักงาน ลูกจ้าง แม่ครัว พ่อครัว ผู้จัดการร้าน รวมถึงช่างที่มาต่อเติมตกแต่งภายใน เพื่อเร่งเดินหน้าหาข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนพฐ.พบหลักฐานสำคัญส่วนปมเหตุและจุดต้นเพลิง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่เหนือเวทีดนตรี มีการตกแต่งเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบเครื่องเสียงและความสวยงาม พฐ.สามารถเก็บวัตถุพยานสำคัญบางอย่างได้แล้ว กำลังตรวจสอบว่าวัสดุตกแต่งเพื่อควบคุมคุณภาพเสียงดังกล่าวเป็นวัสดุไวไฟและเป็นเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้ได้ง่ายหรือไม่ หากใช่จะบ่งชี้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ปราศจากความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ พร้อมกันนี้สั่งการให้ พฐ.ขึ้นไปตรวจสอบระบบและการเดินสายไฟรวมถึงคุณภาพสายไฟบนฝ้าเพดานอย่างละเอียด เนื่องจากอาคารแห่งนี้อายุการใช้งานประมาณ 53 ปี ขายกิจการต่อกันมาหลายช่วง ต้องไปตรวจสอบกับเขตว่าแต่ละช่วงขออนุญาตปรับปรุงต่อเติมอาคารถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารหรือไม่ แต่ในส่วนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบันเทิง ตรวจสอบกับ สน.พหลโยธิน พบว่า ได้รับอนุญาตถูกต้องสามีเหยื่อโวยล็อกประตูหนีไฟบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน พหลโยธิน ที่ตั้งศูนย์อำนวยการเหตุการณ์ครั้งนี้ติดจุดเกิดเหตุ นายมานพ สิงห์ขร อายุ 50 ปี สามี น.ส.ภาณิชา สิงห์ขร อายุ 49 ปี พนักงานร้านเสริมความงามแห่งหนึ่ง เหยื่อที่เสียชีวิต เข้าพบเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบให้แน่ใจ ก่อนมาตรวจสอบบริเวณจุดอำนวยการของเจ้าหน้าที่เพื่อลงทะเบียนแจ้งค้นหา เผยว่า หลังจากภรรยาเลิกงานไปเที่ยวร้านดังกล่าวกับเพื่อน 3 คนไม่ได้ติดต่อกัน เพราะมาเที่ยวร้านนี้เป็นประจำ กระทั่งทราบว่าเกิดเพลิงไหม้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนตัวมั่นใจว่าแฟนยังมีชีวิตเป็นแค่ผู้บาดเจ็บ กระทั่งเวลา 08.00 น. ทราบจากเพื่อนว่าแฟนเสียชีวิตแล้ว เสียใจอย่างมาก ถึงกับร่ำไห้ระบุว่า “ผมว่าเป็นการขัง เหมือนเป็นการขังคนไม่ให้ออกจากพื้นที่ แต่นี่ชีวิตคนนะ ไม่ใช่ชีวิตหมา ทำไมต้องล็อกประตูหนีไฟ อยากให้ร้านรับผิดชอบ อยากฝากถึงเจ้าของร้าน ให้รับผิดชอบให้เต็มที่ กับสิ่งที่คุณทำ คุณล็อกประตูไว้ คุณต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด”พี่แจ้งรับศพน้องสาว–น้องเขยที่ สน.พหลโยธิน น.ส.พรศิริ คล้ายรักษ์ อายุ 34 ปี ติดต่อ พ.ต.ท.กฤษฎภาส สังสิมมา รอง ผกก. (สอบสวน) สน.พหลโยธิน เพื่อรับเอกสารรับศพ น.ส.น้ำทิพย์ ทับสุข อายุ 26 ปี น้องสาว เป็นผู้ช่วยพยาบาล รพ.สงฆ์ และ ส.อ.สุวิชชา ศิริลิลุง อายุ 35 ปี น้องเขย นำไปติดต่อรับศพที่ รพ.ตำรวจ น.ส.พรศิริกล่าวว่า เวลาประมาณเที่ยงคืน ขณะกำลังนอนเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ได้รับแจ้งจากเพื่อนน้องสาวที่นัดกันไปเที่ยวโรงเบียร์ดังกล่าวว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ ตนและครอบครัวรีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้แทบรับไม่ได้ เพราะพบว่าน้องสาวและน้องเขยเสียชีวิตทั้งคู่ ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก รู้สึกเหมือนฝัน เพราะเพิ่งเจอน้องสาวไม่นาน น้องสาวใช้ชีวิตเรียบง่ายมีครอบครัวอบอุ่น ตั้งคำถามถึงมาตรการด้านความปลอดภัยของสถานบริการ มองว่าหากเตรียมพร้อมและระบบป้องกันเหตุฉุกเฉินที่ดี ความสูญเสียอาจไม่รุนแรงขนาดนี้นายกฯนำสภา กทม.ยืนไว้อาลัยที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพ มหานคร (ดินแดง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก ร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช. มหาดไทย ผู้บริหาร กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพ มหานคร (ส.ก.)เข้าร่วมประชุม ก่อนประชุมร่วมกันยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นเวลา 1 นาที นายอนุทินกล่าวก่อนเปิดประชุมว่า เนื่องจากเมื่อคืนมีเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตขณะนี้ 27 ราย ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.หลายคนลงที่เกิดเหตุ ตนคิดว่าเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตเมื่อคืน ในฐานะเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้อง กทม. อยากจะขอเรียนเชิญทุกท่านได้ยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้พบข้อบกพร่องตัวอาคารเพียบมีรายงานข้อบกพร่องของอาคารที่พบเบื้องต้น 1.ไม่ใช้วัสดุกันไฟในการก่อสร้างและตกแต่ง 2.ทางหนีไฟถูกปิดกั้น มีการตั้งโต๊ะขายลูกอมขวางเส้นทางบริเวณหลังร้าน ทำให้ใช้งานไม่ได้ 3.ประตูฉุกเฉิน ไม่ได้มาตรฐาน เป็นเพียงประตูไม้ธรรมดา และติดป้าย “ห้ามเปิด (เฉพาะพนักงานและเจ้าหน้าที่)” ทำให้ผู้ใช้บริการสับสน ข้อกฎหมายและข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากการตรวจสอบ ลักษณะกิจการ (ความแตกต่าง ม.3(4) และ ม.3(5)) ร้านดังกล่าวจำหน่ายอาหาร สุรา มีดนตรี และ “มีการเต้นหรือยินยอมให้มีการเต้น” จึงเข้าข่ายเป็นสถานบริการตามมาตรา 3 (4) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ทันที แตกต่างจากมาตรา 3 (5) ที่หมายถึงสถานที่ ที่มีอาหาร สุรา จัดให้มีการแสดงดนตรีเพื่อการบันเทิง ที่ “ปิดทำการหลังเวลา 24.00 นาฬิกา” โดยไม่มีการเต้นมีโทษทั้งจำคุกและปรับการอนุญาตร้านดังกล่าว “ไม่มีใบอนุญาต” ให้ตั้งสถานบริการจากพนักงานเจ้าหน้าที่ (ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล) มีแค่เพียงได้รับอนุญาตเป็นร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี ไม่ใช่สถานบริการตามกฎหมาย โดยสามารถเปิดให้บริการได้ถึงเวลาเที่ยงคืน บทลงโทษต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 พื้นที่ตั้งร้านอยู่นอกเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ (Zoning) ในกรุงเทพมหานคร กฎหมายควบคุมอาคาร การตรวจสอบเพิ่มเติมจะต้องตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตใช้อาคารหรือไม่ และใช้อาคารผิดประเภทหรือไม่ญาติแห่ขอรับร่างเหยื่อที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ญาติทยอยเดินทางมาติดต่อรับร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แต่บางคนต้องผิดหวัง เพราะยังไม่สามารถระบุตัวตนได้แน่ชัด ต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์ หญิงสาวคนหนึ่งที่อ้างว่าพี่ชายเสียชีวิต (ไม่ขอเปิดเผยนาม) เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือพี่ชาย เพราะลายนิ้วมือตรงกับฐานข้อมูลของตำรวจ จึงมาติดต่อขอรับร่างของพี่ชายไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เมื่อคืนตนนั่งดื่มสังสรรค์กับพี่ชายและเพื่อนๆที่บ้าน เกือบเที่ยงคืนพี่ชายขับรถออกไปโดยไม่ได้บอกว่าไปไหน ต่อมาเพื่อนสนิทพี่ชายโทร.บอกว่า เกิดเหตุไฟไหม้ร้านอาหารที่พี่เคยชวนไปดื่ม จึงขอให้เพื่อนพี่ชายช่วยตรวจสอบว่าพี่ชายอยู่ในร้านหรือไม่ ส่วนตนพยายามโทร.หาพี่ชายถึง 5 ครั้ง แต่ไม่รับ พอครั้งที่ 6 มีคนรับสายบอกว่า เกิดเหตุไฟไหม้ยังไม่สามารถยืนยันได้ แจ้งญาติเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพบพี่เสียชีวิตในห้องน้ำแม่หา “ดิน” นักร้องวงทศกัณฐ์นางจันสุดา ตันลา แม่ของนายฐิติวัฒน์ แก้วกัณหา หรือดิน อายุ 27 ปี นักร้องนำวงทศกัณฐ์ หนึ่งในผู้สูญหายกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ครอบครัวยังคงออกตามหาลูกชายอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีใครสามารถยืนยันชะตากรรมของลูกได้ ตนอาศัยอยู่ย่านคลอง 4 ส่วนน้องดินอยู่กับพ่อในซอยเสนานิคม คืนเกิดเหตุลูกชายเดินทางไปทำงานตามปกติ พ่อไม่ทันสังเกตเพราะเข้านอนแล้ว กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. พ่อตื่นขึ้นมาไม่พบลูก จึงโทรศัพท์ไปหา น้องดินรับสายและบอกเพียงว่า “ถึงร้านแล้ว” เป็นบทสนทนาครั้งสุดท้าย ก่อนขาดการติดต่อ เพราะคืนดังกล่าวน้องดินมีคิวขึ้นแสดงช่วง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ลูกทำงานที่ร้านตั้งแต่เปิด วันนี้มาตรวจสอบข้อมูลที่สถาบันนิติเวชฯ แต่แพทย์แจ้งว่ายังไม่พบผู้เสียชีวิตที่อัตลักษณ์ตรงกัน จะเดินทางไปตรวจสอบที่ รพ.อีก 2 แห่งเยียวยาตาย 3 แสน เจ็บ 8 หมื่นด้านนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เดินทางมาที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต กล่าวว่า จะมอบเงินเยียวยาให้แก่ผู้เสียชีวิตรายละ 3 แสนบาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจะมอบเงินค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 80,000 บาท พิจารณาจากจำนวนวันที่ต้องสูญเสียรายได้ การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจขึ้นอยู่กับภาวะการบาดเจ็บ ยืนยันว่าจะช่วยเหลือเยียวยาเหยื่ออย่างเต็มที่ จะตั้งโต๊ะจุดบริการให้ญาติมายื่นเอกสาร และสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตั้งศูนย์เก็บดีเอ็นเอพิสูจน์อัตลักษณ์ทั้งนี้ สถาบันนิติเวชวิทยาและสำนักงานเขตปทุมวัน ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกเรื่องการตรวจพิสูจน์ อัตลักษณ์บุคคล การรับร่างผู้เสียชีวิต และการออกใบมรณบัตรให้ผู้เสียชีวิตบริเวณชั้น 3 อาคารนิติเวช กรณีญาติที่ยังตามหาผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย หรือผู้บาดเจ็บไม่พบ เดินทางติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.พหลโยธิน เนื่องจากมีภาพของผู้เสียชีวิตรวมไปถึงวัตถุพยาน เช่น เครื่องแต่งกาย โทรศัพท์มือถือกระเป๋า เพื่อยืนยันตัวบุคคล และมีรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บกระจายรักษาตัวอยู่ใน 5 โรงพยาบาลใกล้เคียง แต่สำหรับญาติท่านใดที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ เจ้าหน้าที่แนะนำว่า ให้เดินทางเข้ามาติดต่อที่นิติเวชเพื่อเก็บดีเอ็นเอพิสูจน์อัตลักษณ์ นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบเงินช่วยเหลือฌาปนกิจให้ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท และพร้อมอำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีทางศาสนาทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด อีกทั้งมีรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเสียชีวิต 2 นายในเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ยังไม่ทราบว่าไปปฏิบัติหน้าที่หรือไปพักผ่อนดีเจมะตูมไม่ได้ถือหุ้นกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ดีเจมะตูม-เตชินท์ พลอยเพชร ถูกโยงเป็นหุ้นส่วน ตัดสินใจออกมาโพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงทางอินสตาแกรมตั้งแต่เวลา 01.00 น. (13 ก.ค.69) ว่า ขอบคุณที่โทร.มาเป็นห่วง ตูมคืนหุ้นร้านไปหลายปีแล้วครับ ตอนนี้ตูมยังไม่ทราบข้อมูล ภาวนาให้ไม่มีเคสดำเพิ่ม ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียด้วยครับ” ต่อมาเวลา 12.30 น. ดีเจ มะตูมเดินทางไปออกรายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 พร้อมเล่าเหตุที่ตนถูกโยงมีหุ้นส่วนเพราะก่อนหน้าสนใจอยากทำธุรกิจกลางคืน เลยพูดคุยกับรุ่นน้องจนรุ่นน้องแจ้งว่ามีการเซ้งร้านห้าแยกลาดพร้าวตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ตนแวะไปดูสถานที่ครั้งเดียว หลังจากนั้น ตัดสินใจปฏิเสธขอถอนหุ้นวงทศกัณฐ์มีทั้งตายเจ็บและหายด้านเพจ “วงทศกัณฐ์” แจ้งข่าวเศร้า พร้อมอัปเดตอาการของสมาชิกว่า “ผมหัวหน้าวงทศกัณฐ์นะครับ ตอนนี้บรีส (นักร้องในวง) แฟนผมเสียแล้ว และดินนักร้องชายอีกคนยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ที่ไหน และพี่กวางมือคีย์บอร์ดยังไม่มีการติดต่อมา บิวมือกลองตอนนี้อาการสาหัส รอดูอาการ รบกวนหยุดแชร์ก่อนนะครับ อาจจะมีปาฏิหาริย์ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะครับ” จากนั้นมีการอัปเดตแจ้งข่าวเศร้านักดนตรี กวาง และบิว ไร้ปาฏิหาริย์ได้เสียชีวิตเช่นกันบาดเจ็บเพิ่มเป็น 63 วิกฤติ 22 คนที่โรงพยาบาลราชวิถี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามการดูแลรักษาผู้ป่วยเหตุเพลิงไหม้กล่าวว่า ข้อมูลเวลา 03.26 น. ยืนยันผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย มีผู้บาดเจ็บ 63 ราย แยกเป็นผู้ป่วยอาการวิกฤติสีแดง 22 ราย อาการปานกลางสีเหลือง 33 ราย และอาการเล็กน้อยสีเขียว 8 ราย ส่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 11 แห่งได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี 11 ราย โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน 11 ราย โรงพยาบาลวิมุต 9 ราย โรงพยาบาลลาดพร้าว โรงพยาบาลเปาโล เกษตร แห่งละ 5 ราย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลเพชรเวช แห่งละ 4 ราย โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลโชคชัย 4 แห่งละ 2 ราย โรงพยาบาลพระราม 9 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลพญาไท 2 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาล CGH พหลโยธิน และโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช แห่งละ 1 รายเตรียมเตียงรับผู้ป่วยไฟไหม้เพิ่มนพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บจากไฟไหม้และสำลักควัน ต้องได้รับการดูแลในหอผู้ป่วยเฉพาะทางไฟไหม้ สั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเตรียมพร้อมหน่วยแผลไฟไหม้และหอผู้ป่วยเฉพาะทางไฟไหม้ หากจำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วยไปรักษา รวมทั้งประสานข้อมูลจากเครือข่ายโรงพยาบาลรัฐต่างๆ ล่าสุดมีโรงพยาบาลที่สามารถรับผู้ป่วยได้ 6 แห่ง 1.โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 1 เตียง 2.โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี 3 เตียง 3.โรงพยาบาลวชิรพยาบาล 1 เตียงและหอผู้ป่วยเฉพาะทาง 1 เตียง 4.โรงพยาบาลศิริราช 3 เตียง 5.โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช 1 เตียง และ 6.โรงพยาบาลชลบุรี 2 เตียง สำหรับผู้ป่วย 11 รายของโรงพยาบาลราชวิถี ส่วนใหญ่บาดเจ็บจากแผลไฟไหม้มีอาการวิกฤติ 6 ราย อาการปานกลาง 1 ราย เล็กน้อย 1 ราย อีก 3 รายไม่ต้องรับการรักษาล่าสุดผู้ป่วยสีเขียวสามารถกลับบ้านได้ คงเหลือผู้ป่วย 7 รายจัด 10 ทีมเยียวยาสภาพจิตใจนพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมสุขภาพจิต จัดทีมเข้าไปเยียวยาสภาพจิตใจในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10 ทีม เช่น ทีมจากโรงพยาบาลศรีธัญญาและทีมจากสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 อีกทั้งเตรียมทีมจากสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ไว้กรณีที่ต้องดูแลสภาพจิตใจของเด็กและวัยรุ่น แบ่งการดูแลในกลุ่มญาติผู้เสียชีวิต กลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ กลุ่มญาติผู้บาดเจ็บ รวมถึงกลุ่มผู้ที่เห็นเหตุการณ์หรือใกล้ชิดสถานการณ์ ผู้ที่ต้องการให้กำลังใจผู้เผชิญเหตุการณ์ ช่วยเหลือด้วยการรับฟังจะมีประโยชน์มากที่สุด ส่วนประชาชนหากอ่านข่าวหรือดูข่าวมากเกินไปจนรู้สึกไม่สบายใจ ควรพักการเสพข่าวก่อน โดยเฉพาะคนที่เคยเผชิญเหตุการณ์คล้ายกัน ไม่ควรดูภาพที่กระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกมากเกินไปผอ.เขตสั่งปิดอาคาร 30 วันนายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผอ.เขตจตุจักร เผยว่า ตนพร้อมเจ้าหน้าที่ พฐ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจที่เกิดเหตุ รวบรวมหลักฐานประกอบการหาสาเหตุพบว่า ด้านในเสียหายเกือบหมด จึงมีคำสั่งลงวันที่ 13 ก.ค.69 ห้ามใช้อาคาร ร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร 2522 กำหนดห้ามใช้อาคารเป็นเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งห้ามผู้ประกอบกิจการ หรือผู้ใด ปรับปรุงซ่อมแซมแก้ไขอาคาร เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บรวบรวมและพิสูจน์หลักฐานอย่างรอบด้าน หลัง 30 วันแล้วหากจะฟื้นฟูกิจการ ปรับปรุงอาคารสามารถยื่นขออนุญาตได้ใหม่ กรณีเกิดความเสียหายผู้ประกอบกิจการต้องรับผิดชอบทั้งหมดระบุผู้เสียชีวิตได้ 15 คนที่ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เบื้องต้นมีทั้งครอบครัวผู้ประสบภัยที่เดินทางเข้ามาแจ้งข้อมูลด้วยตนเอง และโทรศัพท์เข้ามาแจ้งติดตามผู้สูญหายแล้วประมาณ 50 ครอบครัว เบื้องต้นตรวจสอบจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 13.45 น. ยอดผู้เสียชีวิต 27 รายเท่าเดิม สามารถยืนยันตัวตนเพิ่มอีก 3 คนคือนายสิทธิพงษ์ ไชโย ส.ต.ต.เปมิกา อ่อนศรี และ น.ส.ภานิชา สิงห์ขร รวมทั้งหมดที่สามารถยืนยันตัวตนได้ 15 ราย จากทั้งหมด 27 ราย ได้แก่ 1.น.ส.ณหทัย สัจรเลิศ 2.นายอภินันท์ เพ็งศรี 3.ส.ท.พิษณุ แตงโสภา 4.น.ส.นิภาพร แจ่มแจ้ง 5.นายท๊อป สโรบล 6.นาย Phonepaseut Poungppany (สัญชาติลาว) 7.น.ส.อัชราภรณ์ สุทธิสิน 8.นายสุวิชชา ศิริสลุง 9.น.ส.กนกทิพย์ ศรีสุข 10.น.ส.ลดาวัลย์ โนตรโสภา 11.น.ส.น้ำทิพย์ ทับสุข 12.น.ส.กชกร โสธรรัตน์ 13.นายสิทธิพงษ์ ไชโย 14.ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี สังกัด กก.4 บก.ส.3 และ 15.น.ส.ภานิชา สิงห์ขร เป็นชาย 6 ราย หญิง 9 รายบาดเจ็บ 72 คน สาหัส 25 คนส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บยังอยู่ที่ 72 ราย เป็นเคสสีแดงชาย 12 ราย หญิง 13 ราย รวม 25 ราย เคสสีเหลืองชาย 6 ราย หญิง 7 ราย รวม 13 ราย เคสสีเขียวชาย 14 ราย หญิง 18 ราย รวม 32 ราย และเคสรออ้างอิง ชาย 1 ราย หญิง 1 ราย รวม 2 ราย ส่วนยอดผู้สูญหาย 45 รายเท่าเดิม โดยแต่เดิม น.ส.อภิญญา สุขทองลา คือหนึ่งในรายชื่อผู้เสียชีวิต แต่เบื้องต้นตรวจพบว่า น.ส.อภิญญาเป็นเคสสีแดงยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระมงกุฎฯ ล่าสุดมีรายงานด้วยว่า หลังจากที่ญาติและเพื่อนร่วมงานประกาศตามหา ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี สังกัด กก.4 บก.ส.3 และ ส.ต.ต.สิทธิโชค บุญทารักษ์ สังกัดเดียวกัน หลังจากทราบว่าเป็นผู้อยู่ในเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ขณะนี้เพื่อนและญาติยังไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมามีรายงานว่า ส.ต.ต.หญิงเปมิกา เสียชีวิตแล้ว ส่วน ส.ต.ต.สิทธิโชค ยังสูญหายอัยการเปิดศูนย์ช่วยทางกฎหมายด้านนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) กล่าวถึงเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่า อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน อาคารถนนรัชดาภิเษก เปิดเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ญาติผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าขอความช่วยเหลือ หรือแนะนำทางกฎหมายในการช่วยเหลือเยียวยา ตลอดจนค่าเสียหายหรือโทร.สายด่วนติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1157 เพื่อขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายกับทาง สคช.ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย“จุลพันธ์” สั่ง สสปท.ยกระดับอัคคีภัยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เผยว่า สั่งการให้สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) เร่งยกระดับมาตรการความปลอดภัย กำชับให้ตรวจเข้มระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบแจ้งเหตุ ทางหนีไฟ ระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซ และอุปกรณ์ดับเพลิงในสถานบันเทิง ร้านอาหาร และสถานประกอบกิจการที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก จัดทำและซ้อมแผนอพยพหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ ด้านนายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผอ.สสปท.กล่าวว่า เพลิงไหม้ครั้งนี้สะท้อนความจำเป็นการควบคุมปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน จะรวบรวมข้อมูลทำข้อเสนอแนะเชิงวิชาการและแนวทางยกระดับมาตรการป้องกันอัคคีภัยในสถานบันเทิง ลดความเสี่ยงในอนาคตสื่อต่างประเทศตีข่าวทั่วโลกด้านสำนักข่าวต่างประเทศไม่ว่า เอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ ซีเอ็นเอ็น และบีบีซี ไปจนถึงสื่อท้องถิ่นในประเทศต่างๆพากันยกประเด็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเป็นข่าวพาดหัวตลอดวันที่ 13 ก.ค. พร้อมระบุว่า ประเทศไทยเคยมีเหตุการณ์เพลิงไหม้ผับหรือไนต์คลับที่คล้ายคลึงกัน เช่นวันที่ 5 ส.ค.2565 เกิดไฟไหม้ที่เมาต์เทน บี ไนต์คลับ ใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีผู้เสียชีวิต 14 ศพ บาดเจ็บ 35 คน หรือเหตุสลดวันที่ 1 ม.ค.2552 ไฟไหม้ซานติก้าผับ ในกรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิต 66 ศพ บาดเจ็บมากกว่า 200 คน หลักฐานบ่งชี้ว่าทั้ง 2 เหตุการณ์มีต้นตอมาจากการจุดเอฟเฟกต์ไฟเย็นระหว่างการแสดงดนตรีภายในสถานบันเทิงล่าสุดตายเพิ่ม 1 เป็น 28 คนล่าสุดเวลา 18.11 น. ศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต เหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว รายงานยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ดังนี้ ผู้เสียชีวิตจำนวน 28 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 71 ราย เคสแดงรวม 25 ราย เป็นชาย 12 ราย หญิง 13 ราย เคสเหลืองรวม 14 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 8 ราย และกลับบ้านแล้วเคสเขียวรวม 32 ราย ชาย 14 ราย หญิง 18 รายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่