สังคมต้องเห็นคดีมาตรฐานทางจริยธรรมที่ผิดปกติ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้จังหวะส่งสัญญาณ “แสงสว่างแห่งรุ่งอรุณ” ปลุกอุดมการณ์ทางการเมืองพรรคประชาชน เพื่อเปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองไทย หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยื่นคดีจริยธรรม 44 สส.พรรคก้าวไกลต่อศาลฎีกาแม้มีการมองฉากทัศน์ร้ายสุดเฉพาะหน้า 10 สส.ระดับแกนนำพรรคประชาชนต้องถูกคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ในสมัยที่พรรคอนาคตใหม่โดนยุบพรรค ผมใช้คำนี้บ่อยมาก ยืมมาจากบทความอาจารย์สถิตย์ ไพเราะ อดีตรองประธานศาลฎีกา ท่านใช้คำว่า “ปากกาอยู่ที่มัน” เป็นสิ่งที่เราคุมไม่ได้เราคุมได้อย่างเดียวคือสู้คดีให้ถึงที่สุดแต่จังหวะนี้พรรคประชาชนสู้น้อยเกินไป“จะยอมให้ความผิดปกติเกิดขึ้นจนเฉยชิน จนทุกวันนี้คนเชื่อว่าเดี๋ยวก็โดนเตรียมตั้งพรรคที่สี่รอได้เลย แต่ทุกครั้งที่กระทำต่อเรา เขามีต้นทุนสูญเสียความชอบธรรม เราต้องยืนหยัดความชอบธรรมถ้าเงียบกันหมดเหมือนแบบอ่อม คล้ายรอวันตาย แบบนี้ไม่ได้ ต้องยืนสู้มากกว่านี้ ทั้งเทคนิคทางกฎหมาย ความชอบธรรมทางการเมือง”ถึงเวลาช่วยกันพูดชี้ให้เห็นเชิงโครงสร้าง ยิ่งโครงสร้างอำนาจแบบปัจจุบันร่างที่เสนอไม่มีทางผ่านอยู่แล้วตามกระบวนการ ร่างนี้ไม่เคยถูกบรรจุอยู่ในแฟ้มประชุมสภา เพราะถูกฝ่ายกฎหมายสภาฯวินิจฉัยไม่ให้บรรจุระเบียบวาระแต่ชนชั้นนำกังวลใจ เปรียบเหมือนยังโก่งคันไม้โดยที่ยังไม่เห็นกระรอก และตัดไปแต่ต้นลมด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.การช่วยกันพูด ไม่ใช่ช่วยให้ตัวเองรอดคดี อาจไม่รอดก็ได้ แต่ควรทำให้สังคมเห็นความผิดปกติ ทั้งไทม์มิงที่ปล่อยกระแสข่าวคดีนี้ออกมาเป็นระยะๆ คดีมาตรฐานทางจริยธรรมที่ต้องทบทวนแก้ไข ปล่อยไปแบบนี้ สุดท้ายเหลือนักการเมืองทำงานรูทีนและนักการเมืองที่สวามิภักดิ์ต่อผู้กุมใบอนุญาตที่ 2 แม้โกงก็ไม่เป็นอะไรเป็นที่มาที่ได้ย้ำต่อสังคมตลอด “ระบอบประชาธิปไตย 2 ใบอนุญาต” โดยชนชั้นนำเป็นคนถือ “ใบอนุญาตที่ 2” คอยควบคุมกลุ่มที่เขาไม่นิยมชมชอบ โดยใช้นิติสงครามเป็นเครื่องมือในการสกัดกั้นแม้อ้างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ (รธน.) แต่ในเชิงโครงสร้างมันใช้กระบวนการยุติธรรมขจัดคู่แข่งทางการเมือง มีรากเหง้าจาก รธน.40 และ 50 แต่ถูกบิดเบือนใน รธน.60จากการถอดถอนตำแหน่งทางการเมือง คดีการเมือง ให้วุฒิสภา คดีความผิดทางอาญาของนักการเมือง ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองชี้ขาด สู่การกำหนด “มาตรฐานจริยธรรม” ให้ศาล รธน. และองค์กรอิสระออกแบบมาตรฐานใช้กับ สส. นักการเมือง ทำให้เกิดปัญหาผิดฝาผิดตัวแม้คดีอาญายังอยู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง แต่ “จริยธรรม” มันเกิดปัญหาสภาพลักษณะคดี ทั้งที่มาตรฐานจริยธรรมต้องเป็นเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพในแต่ละองค์กรควรกำกับกันเอง ลงโทษภายในแต่ สส. นักการเมืองใช้มาตรฐานจริยธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นฝ่ายออกแบบและศาลฎีกาตัดสินคดีจริยธรรม โดยขาดมาตรวัดทางกฎหมายที่ชัดเจน เหมือนกฎหมายอาญามีองค์ประกอบความผิดชัด แต่ “จริยธรรม” มีถ้อยคำที่กว้าง เป็นนามธรรมสูง ทำให้ผู้อยู่ใต้กฎหมายคาดหมายไม่ได้ว่าทำแค่ไหนถึงผิดขณะเดียวกันยังตกอยู่ในสภาวะ “สองมาตรฐาน” หากศาล รธน.ที่ตัดสินคดีจริยธรรมรัฐมนตรี และ ป.ป.ช.ส่งคำร้องต่อศาลฎีกาให้ตัดสิทธิประหารชีวิตทางการเมือง เหมือนคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล หากผลออกมาไม่เหมือนกัน ควรยึดมาตรฐานใดรวมถึงปัญหาไม่ชัดเจนในเงื่อนเวลา เพราะไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่ทำในอดีตจะกลายเป็นประหารชีวิตทางการเมืองในอีกหลายปีต่อมา เส้นแบ่งอยู่ตรงไหนถอยไปตั้งแต่เกิด วัยรุ่น นักศึกษา มันไม่แน่นอนสุดท้ายอัตราโทษที่ไม่สมส่วน โดยโทษของจริยธรรมร้ายแรง ถึงขั้นตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ทั้งที่องค์ประกอบความผิดกว้าง คลุมเครือ ไม่ชัดเจนเหมือนคดีฆ่าคนตายรวมถึงปัญหาการกระทำกรรมเดียว แต่ต้องรับโทษซ้ำซ้อน เช่น พรรคก้าวไกลถูกยุบพรรค และตัดสิทธิผู้บริหารพรรค 10 ปี ก็เอาเรื่องเดียวกันมาร้อง ป.ป.ช. และไปร้อง ศาลฎีกา เพื่อตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตเป็นปัญหาเชิงระบบกระทบต่อระบบการเมืองแม้ตอนที่ทำ รธน.60 ที่เป็นฉบับปราบโกง คอร์รัปชันไม่ลดลง แต่ใช้มาตรฐานทางจริยธรรมเป็นเครื่องมือสังหารนักการเมือง แช่แข็งนักการเมืองบีบให้ลดเพดานการทำหน้าที่ นายกรัฐมนตรีตั้ง ครม.ลำบาก ไม่กล้าตั้งคนที่มีความสามารถ กลัวโดนร้องจริยธรรมทั้งหมดเป็นภาพรวมชี้ชัดให้เห็นระบบมันมีปัญหา ควรหากลไกอื่นตรวจสอบจริยธรรมนักการเมือง ป้องกันเป็นเครื่องมือสังหารนักการเมือง เพื่อทำให้นักการเมืองทุกฝ่ายแข่งขันเชิงนโยบาย ไม่ใช่ร้องกันไปมาเหมือนไก่ในเข่งตีกันทำให้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติถูกบีบแคบลงๆพรรคประชาชนเจอนิติสงครามเต็มๆ ส่งผลทางการเมืองอย่างไร นายปิยบุตร บอกว่า ภาพใหญ่ส่งผลกระทบทางการเมือง ทั้ง...…นิติสงครามสั่งสอน—ตัดกำลัง—ล้อมคอกเพื่อสั่งสอนนักการเมืองให้รู้ว่าอย่าทำแบบนี้ ไม่อยากโดนอย่าทำ การทำแบบนี้ทำให้ขบวนการพรรคสีส้มกำลังถดถอย แม้มีคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่โดยสภาพย่อมมีความกังวลเป็นธรรมดา ทำอะไรก็เซ็นเซอร์ตัวเอง กลัวโดนตัดสิทธิทางการเมือง“ต่อไปสภาฯไม่มีใครกล้าเสนอแก้ ป.อาญา มาตรา 112 หรือ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ผมขอเน้นย้ำที่สำคัญมาก ใน รธน.ไม่มีบทบัญญัติใดระบุห้ามแก้ไขรธน.ฉบับนี้ยังเปิดประตูให้แก้หมวด 2 ได้ โดยต้องจบที่ประชามติ แต่ทางปฏิบัติไม่มีใครกล้า นับเป็นศิลปะออกแบบการปกครองที่สุดยอดทำหน้าฉากดูเป็นประชาธิปไตย มีรัฐบาลจากเลือกตั้ง มีสภาฯ ถึงเวลาเลือกตั้งใหม่ แต่หลังฉากมีอำนาจบางอย่างระบุไม่เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ทำได้แค่นี้ นักการเมืองก็ถูกลดเพดานลงเรื่อยๆ”รูปแบบการปกครองแบบนี้นำประเทศไทยไปสู่อะไรได้บ้าง นายปิยบุตร บอกว่า อาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เคยใช้คำว่า ตอนนี้จะกลายเป็น “ระบอบที่ยังไม่มีชื่อ” ระบอบที่ยังตั้งชื่อไม่ได้ทั้งนี้ขอยืนยันตั้งแต่ที่พรรคส้มเจอชี้ประเด็นเซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบ ล้มล้างการปกครอง ดูประตูไหนก็ไม่เข้าข่าย แต่พวกยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญกลับไม่เจอ เซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบ ล้มล้างการปกครอง ไม่เจอคดีจริยธรรมร้ายแรงย้อนหลัง ชี้ให้เห็นว่าเขาต้องการสั่งสอนแค่นักการเมืองกลุ่มนี้ โดยแลกกลไกทั้งระบบเข้าทางขบวนการบอนไซพรรคส้มที่อ่อนแรงลง โดยเฉพาะเมื่อเกิดคำถามภายใน เลือกตั้งกี่ครั้งก็เป็นฝ่ายค้าน อาจกลายเป็นศึกภายใน การตรวจสอบจึงแผ่วลง นายปิยบุตร บอกว่า ปัญหาทั้งหมดกลับไปสู่โจทย์ต้องคุยกันให้ชัดเจนก่อน ต้องคุยกันทุกองคาพยพก่อนมีมติร่วมกันค่ายส้มมีเข็มมุ่งแบบไหน ไม่เช่นนั้นมันพร่าเลือนถ้ามีเข็มมุ่งยืนหนึ่งแบบนี้ เพื่อทัดทานระบบอำนาจ วันหนึ่งโอกาสจะมาถึงก็ต้องทำงานการเมืองเข้มข้น แหลมคมขึ้น ถ้ามีเข็มมุ่งแม้ได้ที่ 1 ที่ 2 หรือที่ 3 วันข้างหน้าขอเป็นรัฐบาล ทิศทางการเดินทางการเมืองก็เป็นอีกแบบรอบนี้สู้คดีเต็มที่ แต่สู้ในทางการเมืองและทางสาธารณะน้อยไปเหมือนพรรคส้มอ่อนกำลัง เห็นได้จากการทำหน้าที่ตั้งแต่อภิปรายในสภาฯวันเลือกนายกฯ ยื่นญัตติวิกฤติพลังงาน แบบนี้ย่อมทำให้ชนชั้นนำได้ใจ นายปิยบุตร บอกว่า อาจผสมผสานระหว่างเพิ่งแพ้เลือกตั้งกับคดีจริยธรรม และรุ่นใหม่ยังเติบโตไม่ทันขอชวนคิดโดยยกสถานการณ์ที่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกลเจอนิติสงครามจนถูกยุบพรรค มีนักการเมืองหน้าใหม่ก็พยายามหาวิถีทางในการทำหน้าที่ขึ้นมาได้สิ่งที่น่าเสียดายพรรคประชาชนยังสู้น้อยไปหน่อยทุกวิกฤติที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสที่ต้องชี้แจงต่อสังคม.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม